15 เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส เที่ยวให้มิด พิชิตยอดเขา เข้าถึงวัฒนธรรม จดจำประทับใจ!

เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส

เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส 15 แห่งในช่วงฤดูหนาวในสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่ที่ดีที่สุดที่จะอยู่นอกเมืองซะส่วนใหญ่ แน่นอนยังมีตลาดฤดูหนาวและลานน้ำแข็งขนาดยักษ์ แต่เพื่อสัมผัสประสบการณ์อย่างแท้จริงกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คุณจำเป็นต้องสำรวจเมืองเล็ก ๆ และสถานที่อื่นๆด้วย เช่น Grindelwald, Zermatt, Engelberg และ Andermatt เป็นจุดหมายในฤดูหนาวที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยให้คุณใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

ดูคำแนะนำของเราแล้วเลือกไปยังเมืองที่เหมาะกับการเดินทางของคุณที่สุดในทริปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ของคุณในครั้งนี้ และการเลือกจุดหมายปลายทางเป็นการท่องเทือกเขาแอลป์ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน

เที่ยวยุโรปแบบส่วนตัว

เทือกเขาแอลป์มีภูมิอากาศที่เป็นเอกลักษณ์และความงดงามของวิวทิวทัศน์ ซึ่งแตกต่างจากที่ใดๆในโลก อย่างไรก็ตามในขณะที่กำลังชื่นชมความสวยงามของเมืองอัลไพน์บางแห่ง ซึ่งมีหลายทีเลยทีเดียว ดังนั้นรายชื่อของ เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส ทั้ง 15 เมืองคงพอเป็นไกด์ต่อทุกท่านได้

15 เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส มีดังนี้

อินเทอร์ลาเคน (Interlaken)

INTERLAKEN - Sicht von derInterlaken ตั้งอยู่ในภูมิภาค Bernese Oberland ของเทือกเขา Swiss Alps เมืองนี้จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับศิลปินในช่วงศตวรรษที่ 19 และเป็นสถานที่ฉากหลังในแนวของ Franz Niklaus König และศิลปินชาวสวิสอื่นๆ

ในปัจจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คและนักเดินทางหลาย ๆ คนเดินทางมาท่องเที่ยวและเลือกทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การกระโดดร่มและร่มร่อนถลาลม เป็นต้น และเมืองนี้ยังมีโรงแรมอีกหลายแห่ง เช่น โรงแรมรอยัลเซนต์จอร์จอดีตอาราม โรงแรมวิคตอเรียจุงเฟรา ซึ่งทั้งสองแห่งได้รับการจดทะเบียนว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของสวิตที่มีความสำคัญระดับชาติ ใครชอบแนวมรดกโลกไม่ควรพลาด

ลูเซิร์น (Lucerne)

ชาวลูเซิร์นส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมันและตั้งอยู่บนชายฝั่งของทะเลสาบลูเซิร์นในภาคกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีทัศนียภาพที่งดงามของ Mount Pilatus และ Rigi จึงไม่แปลกใจเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นเวลาหลายปี เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส แห่งนี้ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Reuss และมีสะพานที่เก่าแก่จำนวนมาก สะพานหนึ่งจุดคือสะพานชาร์ปเฟล (Chapel) ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ครั้งแรกในศตวรรษที่ 14 และมีการกล่าวถึงว่าเป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป สะพานนี้ตกแต่งภายในด้วยภาพวาดสมัยศตวรรษที่ 17 ที่วาดภาพเหตุการณ์ต่างๆจากประวัติศาสตร์ของเมือง นอกจากนี้ลูเซิร์นยังเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลศิลปะและดนตรีประจำปีเป็นจำนวนมาก

มงโทรซ์ (Montreux)

MontreuxMontreux มีทัศนียภาพที่งดงามของทะเลสาบเจนีวาและมีชื่อเสียงในเทศกาลดนตรีแจ๊ส และเมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส แห่งนี้เป็นเจ้าภาพอีกหลายเทศกาลดนตรี เช่นกันยายนดนตรี (September Music) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2489 เฟรดดี้เมอร์คิวรีอาศัยอยู่ในมองโทรซ์ (Montreux) ขณะที่นักร้องชาเนียทเวนและมีรูปปั้นของพระราชินีด่านหน้าในเมือง Deep Purple ได้บันทึกอัลบั้ม Machine Head ซึ่งมีชื่อว่า ‘Smoke on the Water’ ในเมืองมงโทรซ์ (Montreux) แห่งนี้นี่เอง มีรายงานว่าแทร็คนี้เกิดขึ้นตอนมีการเผาคาสิโนของเมืองโดยแฟนของแฟรงก์แชปปา

เซอร์แมท (Zermatt)

นักสำรวจชาวอังกฤษ Edward Whymper ได้นำความสนใจมาสู่ เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส แห่งนี้เมื่อเขาพิชิตยอดเขา Matterhorn แล้ว ซึ่งเป็นยอดเขาแห่งนี้สูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19

Zermatt ให้ทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมของเทือกเขาแอลป์และแม่น้ำ Matter Vispa ที่ไหลผ่านมันจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มากมายนัก มีรถเคเบิลและเก้าอี้ยกสำหรับนักเล่นสกีและสำหรับผู้ที่มีแนวทางสำหรับความสูง Gornergrat Bahn – รถไฟที่เปิดโล่งสูงสุดในยุโรปวิ่งไปที่ยอด Gornergrat เกือบทุกคัน ในเมืองมีไฟฟ้าใช้ ไม่ต้องใช้ตะเกียงทำให้ Zermatt เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ได้แก่ petroglyphs และหินบด ก่อนประวัติศาสตร์ที่Hubelwäng

เซนต์มอริตซ์ (St. Moritz)

เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิสเซนต์มอริตซ์ตั้งอยู่ในหุบเขา Engadine ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส แห่งนี้นอกจากจะสวยงามแล้วยังเป็นเมืองกีฬาที่น่าทึ่งอีกแห่งหนึ่งซึ่งทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาตระหง่านของยุโรป

เมืองนี้ตั้งชื่อตามชื่อ St. Maurice นักบุญคริสเตียนยุคแรกจากอียิปต์ที่กล่าวกันว่าได้รับความทุกข์ทรมานในเมือง โอลิมปิกฤดูหนาวถูกจัดขึ้นถึงสองครั้งในเซนต์มอริตซ์แห่งนี้  เป็นครั้งแรกในปี 1928 และอีกครั้งในปีพ. . 2491 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมกีฬามากมาย เช่น การแล่นเรือใบและการแข่งวินเซิร์ฟ เมืองนี้ยังมีหนึ่งในบ่อธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่วิ่งได้ยาวนานถึง 1,722 เมตรและทำจากหิมะและน้ำเป็นหลัก

เซนต์มอริตซ์ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรีสอร์ทสกีที่มีราคาแพงที่สุดในโลกและดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบเครื่องบินเจ็ตทั่วโลก เปิดสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งแรกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 19 เมืองนี้เป็นเมืองแรกในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีไฟฟ้า และยังเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกอล์ฟครั้งแรก ความงามที่น่าตื่นตาตื่นใจของเขามักเป็นจุดเด่นในภาพยนตร์เช่น ฉากเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่อง The Man Who Knew Too (1956) ของ Alfred Hitchcock ถ้าสนใจอาจลองไปหาดูแล้วตามรอยฉากนี้ดูก็ได้

ซุก (Zug)

Zug, Switzerlandเมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส แห่งนี้มีคนไม่มากที่จะไม่ชอบซุก (Zug) ซึ่งเมืองมีขนาดเล็กเงียบและสงบ มีทะเลสาบที่สวยงามสองแห่งอยู่ใกล้ ๆ และสามารถเดินทางไปยังเทือกเขากลางของสวิตเซอร์แลนด์ได้โดยง่าย แต่สิ่งที่ดีที่สุดของซุก (Zug) คือพระอาทิตย์ตกดินเมื่อดวงอาทิตย์ตกสู่ Zugersee คุณจะได้เห็นการผสมผสานของสีสันบนน้ำกับแสงอาทิตย์ เป็นภาพที่ยากจะหาใครเหมือนในสวิตเซอร์แลนด์

ไอน์สิเดน (Einsiedeln)

Einsiedelnหมู่บ้านไอน์สิเดน (Einsiedeln) มีชื่อเสียงในด้านวัดอารามอันงดงามของเมือง ซึ่งสร้างเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารีย์ (Virgin Mary) เป็นเวลาหลายศตวรรษนับเป็นสถานที่สำคัญสำหรับผู้แสวงบุญจากทั่วยุโรป เมื่อวันคริสต์มาสมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของตลาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับการผจญภัยมีสัญญาณสำหรับเส้นทางเดินป่าทั่วทั้งภูมิภาคเพื่อให้คุณสามารถออกสำรวจหุบเขาและชนบทโดยรอบได้ เรียกว่าครบรสในที่เดียวเลยหล่ะ

เทือกเขาพิลาทัส (Mount Pilatus)

การต่อสู้กับทางรถไฟที่ชันและกระเพาะอาหารปั่นเวลาปั่นจักรยานขึ้น Pilatus และจะคุ้มค่ามากๆ เมื่อคุณมาถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทาง เมื่อคุณออกไปและหายเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว ภูเขาเป็นจะเป็นเป้าหมายในการสำรวจ การเดินเล่นตามเส้นทางดอกไม้ (Flower Trail) ซึ่งคุณจะเห็นดอกไม้ป่าหลายร้อยชนิดบางชนิดหาดูยากในสวิตเซอร์แลนด์

เอนเกลเบิร์ก (Engelberg)

เมืองน่าเที่ยวหน้าหนาวในสวิส อีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการพักผ่อนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน ทางตอนใต้ของเมืองลูเซิร์นเมืองสวยแห่งนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลักของ เอนเกลเบิร์ก (Engelberg) เป็นสกีรีสอร์ทชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงฤดูหนาวและเป็นฤดูร้อนที่หิมะตกได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการผจญภัยในการเดินป่า ใกล้เคียงกับยอดเขา Titlis และ Hahnen มีหอคอยที่ตั้งอยู่รอบ ๆ เมือง เช่น หอคอยทหารยาม เป็นต้น

บรูนเนน (Brunnen)

Brunnen ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบลูเซิร์นเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารีสอร์ทที่สวยงามแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากศิลปินนักเขียน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำทะเลอันเงียบสงบและทัศนียภาพอันน่าทึ่งของเทือกเขาเชลเลสสเตนน์ (Schillerstein) ในระยะไกล ในช่วงฤดูร้อนคุณสามารถหลบหนีความร้อนโดยการพาไปที่ทะเลสาบบนเรือหรือไปอาจไปแช่น้ำเลยก็ยังได้

เทือกเขาริกิ (Mount Rigi)

Mt. Rigiเรียกได้ว่าเป็น “ราชินีแห่งเทือกเขา” Mount Rigi เป็นสถานที่สำหรับการชมทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์ (Alps) ของสวิต หลังจากขึ้นไปบนยอดเขาผ่านทางรถไฟใต้ดินสองแห่ง (รวมถึงรถไฟแห่งแรกของยุโรป) และรถเคเบิลคาร์ คุณจะเห็นทิวทัศน์ที่ชัดเจนของยอดภูเขาและทะเลสาบที่ระยิบระยับไปทั่วฝรั่งเศสและเยอรมนี

ชวีซ (Schwyz)

เมืองและตำบลของชวีซเป็นที่ซึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังจะเกิดขึ้นและยังมีชื่อเสียงในด้านเชอร์รี่ พิพิธภัณฑ์สวิตเซอร์แลนด์ของเมืองมีกฎบัตรของสหพันธ์ ซึ่งเดิมถือเป็นช่วงเวลาแห่งการก่อตั้งในประวัติศาสตร์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฤดูใบไม้ผลิอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเนื่องจากต้นเชอร์รี่จำนวนมากกำลังออกดอกรอบ ๆ เมืองทำให้ได้วิวที่สวยงามยิ่งนัก ไม่มีสถานที่ที่ดีกว่าที่จะลองเดินทางไปที่ชวีช และเมืองแห่งนี้ยังมีบรี่นดีที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคนี้ คือเคิร์ท (kirsch) ซึ่งหมักจากน้ำเชอรี่ที่มีอยู่มากมายในพื้นที่นั่นเอง

แอนเดอร์แมท (Andermatt)

AndermattAndermatt เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในใจกลางหุบเขาเออเซิร์น (Ursern) ที่เป็นแก่นสารของสวิตเซอร์แลนด์ ถนนแคบ ๆ เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ชาเล่ต์ (อาคารแยกเป็นกระท่อมเล็กๆ) คนส่วนใหญ่มาที่แอนเดอร์แมท (Andermatt) เพื่อเล่นสกีหรือเดินป่าเพื่อใช้ประโยชน์จากตำแหน่งที่เหมาะสำหรับการเดินป่าของเทือกเขาแอลป์ ซึ่งหมายถึงทัศนียภาพอันงดงามและระยะทางสั้น ๆ ใกล้ ๆ กับตัวเมือง นอกจากนี้ยังมีสะพานที่เชื่อมจากป่าสู่เมือง ซึ่งมันคือ “สะพานปีศาจ” ที่มีชื่อเสียง โดยตามตำนานท้องถิ่นเล่าว่าสะพานถูกสร้างขึ้นโดยพญามารนั่นเอง

กรินเดลวัลด์ (Grindelwald)

Grindelwaldหมู่บ้าน Grindelwald เป็นประตูสู่การสำรวจ Bernese Oberland ภูเขาทางเหนือของเทือกเขาไอเกิล (Eiger) เป็นจุดเด่นของเมืองทางตอนเหนือของประเทศและเป็นการเพิ่มสัมผัสอันงดงามให้กับประสบการณ์การเข้าพักที่รีสอร์ทที่สวยงามอีกด้วย

เมื่อใดก็ตามที่คุณไปเยี่ยมชม Grindelwald รักษาเสน่ห์ที่ไร้ขีด จำกัด นี้ด้วยปริมาณกิจกรรมที่คุณจะได้รับซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยให้คุณได้เห็นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่ตั้งอยู่ที่ทางเข้าของเมืองนั่นเอง

เทือกเขาทิทลิส (Mount Titlis)

มองออกไปจาก Walk Titlis Cliff Walk ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นที่ที่สวยงามและน่ากลัวไปในตัว ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสูงกว่า 3,000 เมตร คุณสามารถเดินเล่นบนสะพานแขวนที่สูงที่สุดในโลกได้ ถ้าหากเส้นประสาทของคุณยังสามารถรับได้ ด้วยมุมมองทั้งด้านนอกและด้านล่างไม่สามารถเดินผ่านไปได้ง่ายๆเลย เนื่องจากคุณจะได้ชื่นชมกับแผ่นดินหิมะและน้ำแข็งที่แท้จริงบนยอดเขาเรียบตลาดแนวทอดยาวของสะพานนั่นเอง

และเช่นเคยบทความนี้เป็นการแนะนำจากเราแค่นั้น ไม่ได้มีผลโวตท์หรือสถิติใดๆ มาเป็นข้อมูลว่ามีความนิยมมากน้อยเพียงใด ถ้าผู้อ่านสนใจในเมืองแต่ละเมืองสามารถหาเว็บไซด์อย่างเป็นทางการของแต่เมืองดูได้เพื่อเป็นข้อมูลที่ช่วยให้การเลือกสถานที่เที่ยวเป็นไปอย่างตรงใจและตอบโจทย์การเดินทางของคณะคุณได้

รถนำเที่ยวยุโรปทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะได้รับข้อมูลที่เหมาะกับท่านและคณะของท่าน สุดท้ายนี้ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีและเป็นประโยชน์ก็รบกวนช่วนแชร์ไปยังคนที่คุณรู้จักและเพื่อนของท่านเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีกับทีมงาน และทีมงานขอขอบคุณท่านที่สนใจในบริการของเรามา ณ ที่นี้ด้วย

สนใจให้เราวางแผนโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่มคุณ คลิ๊กที่นี่

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่ Switzerland’s International Balloon Festival ใครอยากได้ภาพและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ จัดไปเลยจ้า!!

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่งานบอลลูนนานาชาติ ซึ่งมีมากว่า 40 ปีแล้ว งานจัดขึ้นที่ชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในงานก็จะเห็นบอลลูนที่ได้รับการออกแบบเพื่อการแข่งขันหลายร้อยลูก ทั้งรูปแบบและสีสรรต่างๆ การออกแบบบอลลูนจะเน้นใช้งานได้จริงเท่าที่จะเป็นไปได้ ในงานมีอะไรบ้าง ลองอ่านดูว่าจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวของคุณหรือไม่ ไปกันเลย

งานมหกรรมบอลลูนนี้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนคุณคาดหวังอะไรมีกิจกรรมอะไรที่ควรทำการเดินทางแบบไหน

คุณควรคาดหวังอะไร ในการมา เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว

บอลลูน พาราไกด์ และอื่นๆ

ในช่วงเทศกาลคุณจะเห็นลูกโป่งลอยตัวลอยผ่านท้องฟ้ามากมาย แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณจะได้สัมผัส แต่ทางทีมงานของเทศกาลได้เตรียมการบินในหลายรูปแบบ เช่น aerobatic และ paragliders ช่วงแรกๆการลองบินด้วย paraglider จะทำให้คุณวิงเวียนอยู่บ้าง ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าลองไม่น้อย วันที่ 31 มกราคมจะจัดให้เป็นวันสำหรับเด็ก โดยให้เด็กมาใช้บริการได้

การขึ้นบอลลูน

ขึ้นไปบนฟ้าเหนือชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) คุณจะเห็นวิวที่น่าประหลาดใจของภูเขารอบ ๆ ตัวคุณ อีกเรื่องที่ควรทำคือ การจ่ายเงินและจองใช้บริการล่วงหน้า

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัวราคา: CHF 390 สำหรับผู้ใหญ่และ CHF 195 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

การขึ้นบอลลูนในยามค่ำคืน

Night Glowการจัดงานคืองาน Night Glow บอลลูนบางส่วนได้เตรียมพร้อมให้บริการ บอลลูนที่สวยที่สุดและมีลักษณะแปลก ๆ สว่างไสวขึ้นในยามค่ำคืน เสียงเพลง และการจุดดอกไม้ไฟก็ทำให้ได้ภาพที่ยอดเยี่ยม เหมือนธารน้ำไหลดอกไม้ไฟหยดย้อยและสวยงาม

กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาในงานเทศกาล

ชมพิพิธภัณฑ์บอลลูน

พิพิธภัณฑ์บอลลูนสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการมาเยือนพิพิธภัณฑ์ชาร์โตว์เดโอเอ็กบอลลูน (Château-d’Oex Balloon) เพื่อเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของบอลลูนในเมืองบอลลูนของโลกแห่งนี้ คุณจะค้นพบเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจเหล่านี้และนำไปใช้กับการผจญภัยในการลองขึ้นบอลลูนที่ยิ่งใหญ่ของเมืองได้ เช่น การเดินทางรอบโลกของ Bertrand Piccard และ Brian Jones ‘จากทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Espace Ballon, Chemin des Ballons 2, 1660 Château-d’Oex, +41 78 723 78 33

เลอชาเล่ต์

ชมการทำเนยแข็งโบราณ

การค้นพบศิลปะการทำเนยแข็งเพื่อทานในหน้าหนาวที่มีความหนาวเย็น และเมื่อได้ทานเนยแข็งแล้วคุณจะหายหนาวเป็นปลิดทิ้งในทันทีที่เลอชาเล่ต์ (Le Chalet) ทุกๆวันชีสเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นประมาณ 20 กิโลกรัมและหลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปะที่เก่าแก่นี้แล้วคุณสามารถทดลองใช้ห้องอาหารออการ์นิค (Le Chalet Organic) ในโรงแรมได้

Route de la Gare 2. 1660 Château-d’Oex, +41 26 924 66 77

สกีหรือสโนว์บอร์ด

ที่ลาดเขาไม่ไกลมากนักจากเมืองชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) มีลานหรือทางลาดกว่า 20 กม. ซึ่งลานนี้เข้าถึงได้ง่ายจากใจกลางเมือง เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากงานแสดงบอลลูนในยามว่างและฝึกทักษะการเล่นสกีของคุณอีกด้วย

วิธีเดินทาง

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่เมืองชาร์โตว์เดโอเอ็กบอลลูน (Château-d’Oex) สามารถเดินทางโดยรถไฟได้อย่างง่ายดาย จากเจนีวาใช้เวลาเดินทางสองสามชั่วโมงหรือคุณสามารถนั่งรถไฟสาย GoldenPass อันงดงามจากมอนโทย์ (Montreux) แต่หากคุณเดินทางจากซูริคคุณสามารถเดินทางไปยังชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) ได้ภายในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงผ่านทางเบิร์น (Berno) หรือใครสนใจใช้บริการรถนำเที่ยวยุโรปก็ลองหาข้อมูลกันได้

รถนำเที่ยวยุโรป

10 ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของยอดเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูแต่ภาพไม่อิน จะฟินกว่า ถ้ามาเอง!!

ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง

หากคุณอยากจะสัมผัสกับ ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของ Matterhorn หรือภูเขารูปฟันชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์จาก Zermatt ยอดเขาเหล่านี้มีภาพอันเป็นแรงบันดาลใจในทุกช่วงเวลาของปีแต่ในช่วงฤดูหนาวมีอะไรพิเศษกว่าปกติยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทำให้ภูเขาตระหง่านลดความน่ากลัวลง เมื่อได้มาเยือนที่นี่ คุณจะพบว่าตัวเองใช้เวลาหลายชั่วโมงของวันไปกับการชมความงามของมันอย่างชื่นมื่น

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการสำรวจเพิ่มเติมนอกเหนือจาก Zermatt อย่ากลัวเลยเพราะประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี้เต็มไปด้วยยอดเขาที่ดูสง่างามในฤดูหนาว ลองดูบทความของเราในมุมมองภูเขาและ ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาจพอเป็นไกด์ในการตัดสินใจของคุณได้

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัวสำหรับประเทศเล็กๆแห่งนี้การมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์ทำให้มีความสุขกับทัศนียภาพอันงดงามที่ทำให้คุณมีความรู้สึกประทับใจได้ทุกเวลานี่คือมุมมองที่จะทำให้คุณตื่นตระหนกแม้จะมาผ่านกล้องหรือไม่ก็ตาม

10 ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของยอดเขาของสวิตเซอร์แลนด์

1. Eigar

2. Aletsch Glacier

3. Breithorn

4. Matterhorn

5. Charles Kuonen Bridge

6. The Monte Rosa Massif

7. The view from the Bachalpsee

8. Dent Blanche

9. Jungfraujoch

10. Schilthorn

1. Eigar

เทือกเขาไอก้ายอดเขา Eiger ในเทือกเขา Bernese Alps เป็นภูเขาที่น่ากลัว หน้าผาด้านทิศเหนือของยอดเขานี้ เปิดให้ปีนครั้งแรกเมื่อปีพ. . 2481 และมีนักปีนเขามาทิ้งชื่อไว้หลายราย และในหลายปีที่ผ่านมาได้ชื่อว่า Mordland หรือกำแพงฆาตกรรม ไม่ว่าคุณจะหวังว่าจะขึ้นไปบนยอดเขาหรือเพียงแค่นั่งกระเช้าอย่างตื่นตระหนกที่ความสูงประมาณ 4,000 เมตร ก็มั่นใจได้เลยว่าจะความสยิวจะจางหายไป พร้อมๆกับการสูดลมหายใจที่ถี่ยิบ

2. Aletsch Glacier

ธารน้ำแข็ง Aletsch เป็นที่ๆจะหา ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง และยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในเทือกเขา Bernese Alps เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังและความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 23 กิโลเมตรและย้อนกลับไปสู่ยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์และในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากจุดชมวิวที่ดีที่สุดธารน้ำแข็งที่พังลงไป ตามหุบเขาที่ถูกแทรกตัวขึ้นมาด้วยยอดเขาสองหน่อ คือ Bettmerhorn และ Eggishorn ที่โผล่ขึ้นมาอย่างประหลาดตาและเป็นภาพที่ต้องไป ถึงจะอิน ว่าไปนั่น แหะๆ

3. Breithorn

ยอดเขาเบรี๊ยดทอนBreithorn เป็นที่รู้จักดีในเรื่องสกียอดนิยมของ Zermatt ยอดเขาเป็นที่ราบสูงโดยภาระที่หนักอึ้งของธารน้ำแข็ง ทำให้มองจากมุมบางมุมราวกับว่ามันปกคลุมอยู่ในไอศกรีมที่หลอมละลาย ซึ่งไหลลงมาด้านข้าง สำหรับมุมมองที่ดีที่สุดของ Breithorn มุ่งหน้าไปที่เทือกเขา Matterhorn Glacier Paradise ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนักปีนเขาทีจะพิชิตยอดเขานั่นเอง

4. Matterhorn

ยอดเขามาเทอร์ฮอนมันไม่ได้รับการหายใจมากขึ้นกว่า Matterhorn, ฟันหยักๆ เช่น ภูเขาที่ตั้งอยู่บนชายแดนสวิตอิตาลี จากมุมมองใด ๆ ที่คุณมองภูเขาเป็นที่สวยงามเพียงหากคุณเดินทางไปที่ทะเลสาบใดทะเลสาบหนึ่งในบริเวณโดยรอบ คุณอาจจะได้ถ่ายภาพของ Matterhorn ที่สะท้อนถึงน้ำนิ่งได้ มุมที่ได้ก็จะเป็นภาพถ่ายมหาชนต่อไป อิอิ

5. Charles Kuonen Bridge

สะพานชาร์เลสคุโอเน็นสะพาน Charles Kuonen เปิดให้บริการในปีพ. . 2560 เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก สะพานทอดยาวข้ามเหวระยะทางกว่า 494 เมตร เป็น ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง มาพร้อมกับทัศนียภาพที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมทั้ง Matterhorn ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ภาพของสะพานที่แขวนอยู่กลางหุบเขา 80 เมตรจากพื้นดิน แน่นอนน่าทึ่ง ใช่ไหมหล่ะ

6. The Monte Rosa Massif

เทือกเขามอนเตโรซ่าเทือกเขานี้มียอดเขาประมาณ 10 ยอด (แล้วแต่จะใช้วิธีการนับแบบไหน) และเป็นที่ตั้งของ Dufour spitze ยอดเขาสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีความสูงถึง 4,634 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับอิตาลี

7. The view from the Bachalpsee

วิวจากบาชาล์ปซีBachalpsee เป็นทะเลสาบที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ของ Grindelwald ใน Bernese Oberland จากจุดชมวิวของโรงแรม คุณจะได้รับเห็นทัศนียภาพที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ และน่าจะสวยที่สุดของวิวที่มีทิวทัศน์ที่ไกลจากภูเขา

8. Dent Blanche

ยอดเขาเดนบล็องตรงกันข้ามกับชื่อของมัน ชี้ให้เห็นภูเขาเสือดำเสี้ยมเกือบเป็นส่วนใหญ่หิมะและธารน้ำแข็ง ที่ระดับความสูง 4,357 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของกระท่อมอัลไพน์รีสอร์ตที่สูงที่สุดในประเทศที่ระดับความสูง 3,507 เมตร แต่หากต้องการจะขึ้นบันไดที่ระดับ 1,700 เมตร เพียงแค่คิดว่าจะทำ แค่นั้นก็รู้สึกอึดอัดแล้ว

9. Jungfraujoch

เทือกเขาจุงฟราวน์Jungfraujoch เป็นหนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปและเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีป (Jungfrau คือ Top of Europe) เส้นทางผ่านเทือกเขา Eiger และ Mönch ไปจนถึง panoramas เป็นเส้นทางที่สวยงามหาตัวจับยากของยอดเขาโดยรอบและธารน้ำแข็ง Aletsch

รถนำเที่ยวยุโรปJungfraujoch ยังเป็นที่ตั้งของสถานีภูมิอากาศที่มีรูปร่างเหมือนยุคอวกาศ ซึ่งมีชื่อว่า “The Sphinx” ซึ่งมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ลานดูภาพในร่มและพระราชวังน้ำแข็ง เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

พระราชวังน้ำแข็งถูกแกะสลักด้วยมือทั้งหมด มีพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร น้ำแข็งถูกสกัดด้วยความระมัดระวังด้วยขวานน้ำแข็ง จนเป็นภาพอันงดงามตามที่เห็น

10. Schilthorn

ร้านอาหารเชลท์ฮอนวิวร้อยล้านที่ระดับความสูงเกิน 2,900 เมตรในร้านอาหารที่มี ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของเทือกเขาที่อยู่โดยรอบของร้านอาหารที่สร้างให้เป็นวงกลม มีกระจกโดยรอบเพื่อวิวที่ยากจะลืมเลือน คุณจะเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันสวยงามของ Eiger, Mönch และ Jungfrau ในขณะที่ค่อยๆหมุนไปเหนือระดับน้ำทะเล 2,900 เมตร สำหรับแฟน ๆ ของ 007 คุณสามารถใช้บริการที่ตั้งตามชื่อว่า “James Bond” ตามฉากในหนัง 007 ในงานแต่งงานได้

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เรานำมาแนะนำ มีสถานที่อื่นๆที่สวยงามอีกมากมาย ในแนวอุทยานและธรรมชาติที่สร้างสรรอย่างน่าประทับใจทกครั้งที่มาเยือน ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีช่วยแชร์ เพื่อกำลังใจทีมงานจะขอบพระคุณยิ่ง หรือมีข้อสงสัย ติชม ได้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

5 ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แช่แล้วดีต่อจิต ชีวิตดี๊ดี ใครไปสวิตหน้าหนาวต้องลอง!!

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต

การแช่น้ำร้อนหรือที่คนไทยทราบกันดี คือออนเซนใช่ว่าจะมีแต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีสิ่งที่สามารถดึงดูดใจของผู้มาเยือน แต่ในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ก็ทำได้ดีไม่น้อย 5 ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต ที่เรานำมาเสนอนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีโรงแรมที่มีวิวและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายในยุโรปรอการมาเยือนของผู้แสวงหาความสวยงามเช่นคุณอยู่

การได้มาแช่น้ำชมวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือขณะหิมะตก มันช่างเป็นวิวในฝันของใครหลายๆคน รีสอร์ทที่เราได้นำมาแนะนำนี้เป็นแค่น้ำจิ่มให้เหล่านักท่องเที่ยวน้ำลายสอเท่านั้น ไม่พูดเยอะละ ไปดูกัน

สปาแห่งนี้เปิดให้บริการในปี พ.. 2555 ให้ผู้เข้าพักได้มีโอกาสที่จะได้ดื่มด่ำในน้ำแร่ของฤดูใบไม้ผลิ (Kaltbad) ในขณะที่อยู่ในมุมมองและวิวที่เยี่ยมยอด ของภูเขาจากสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง โรงแรมแห่งนี้ออกแบบและสร้างขึ้นโดยสถาปนิกดังนามว่า Mario Botta อาคารหลังนี้ดูเรียบเนียนและทันสมัย

รถนำเที่ยว

รวมถึงที่ตั้งก็ยังเหมาะสำหรับการเดินทางไปยังเทือกเขาและเข้าสู่ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่ด้วยรถไฟล้อ cognitive จาก Vitznau พื้นที่สปา (สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น) มีห้องซาวน่าสมุนไพรห้องทรีทเมนต์และสปาคริสตัลที่เหมาะสำหรับการนั่งสมาธิอันเงียบสงบ

ออนเซนกลางแจ้งวิวดียุโรป

หากคุณเข้าพักที่ Hotel Rigi Kaltbad ทุกๆเช้าคุณและเพื่อนร่วมห้องคุณจะสามารถดื่มด่ำกับน้ำแร่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง ควรแช่แต่พอประมาณเพราะอาจจะทำให้ไม่สบายได้ แต่ยังไงวิวแบบนี้ก็น่าจะจัดไปแบบเต็มๆละเนาะ อิอิ

ออนเซนดาดฟ้าสวิส

วิวทิวทัศน์ของเมืองจากสระว่ายน้ำดาดฟ้าของ Thermalbad & Spa Zurich เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก นอกจากนี้คุณยังสามารถผ่อนคลายในอ่างในห้องใต้ดินและเพลิดเพลินกับสปาไอริชโรมันได้

รีสอร์ทแห่งนี้มีมุมมองเมืองจากสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์เพียงแค่มาแช่น้ำในนี้ซักครั้งก็คุ้มค่าแล้วหล่ะ แต่คุณยังสามารถผ่อนคลายในอ่างไม้ขนาดใหญ่ของโรงเบียร์เก่าในห้องใต้ดิน และเพลิดเพลินกับสปาไอริชโรมันด้วยห้องอบไอน้ำและสระว่ายน้ำตื้นได้อีกด้วย ถ้าคุณต้องการมาใช้บริการในวันอาทิตย์ให้ไปที่นั่นเร็ว ๆ เนื่องจากจะมีคิวยาวเหยียด ในช่วงก่อนเวลาอาหารกลางวัน

ด้วยทัศนียภาพที่เป็นสปาท่ามกลางภูเขาของโรงแรมแห่งนี้ นับว่าคุ้มค่ามากๆกับการเดินทางไปยังสปาภูเขาแห่งนี้ที่ระดับความสูงถึง 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถ้าไม่นับมุมมองที่สวยงามของยอดเขาโดยรอบ มาถึงหลังจากเดินป่าหรือเล่นสกีในแต่ละวันแล้วคุณจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากน้ำอุ่นของสระน้ำทั้ง 3 แห่ง (กลางแจ้ง 2 แห่งและภายในอาคาร 1 แห่ง)

ออนเซนกลางแจ้งหน้าหนาวยุโรป

สิ่งอำนวยความสะดวกในสปาแบบพาโนรามาอัลไพน์ประกอบด้วยห้องซาวน่าแบบฟินแลนด์ ห้องอบไอน้ำฮัมมัมจากุซซี่และสระน้ำเย็น โรงแรมนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในด้านกายภาพบำบัดและการรักษาสุขภาพทางเลือกอีกด้วย

หนึ่งในสปาหลายแห่งในหมู่บ้านที่สวยงามแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับน้ำร้อนของหมู่บ้าน Alpline ที่สวยงามของ Leukerbad มีสปาหลายแห่ง แต่ที่นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโรงแรมตั้งอยู่ในใจกลางหมู่บ้าน สระว่ายน้ำกลางแจ้งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาได้ง่าย ในขณะที่อยู่ห่างจากสระน้ำที่มีอุณหภูมิ 36-40 องศาเซลเซียสหรือบนเก้าอี้นวมรอบๆขอบสระมันช่างเป็นประสบการณ์ที่น่ารักโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหิมะตกลงมา

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แห่งนี้ภายในมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งและหมู่บ้านซาวน่าอันน่ารื่นรมย์ห้องเก็บของเป็นกระท่อมไม้สวิสเซอร์แลนด์มีห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจกลางแจ้งและห้องนวดให้บริการเพื่อความสวยงามในเวลาเดียวกัน

ออนเซนกลางแจ้งสวิส

นอกจากนี้คุณยังสามารถยืด, ขัดและล้างพิษด้วยตัวเองด้วยความหลากหลายของการรักษารวมทั้งหินร้อน, watsu (นวดในน้ำ) และนวดกดจุดสะท้อนเท้า ทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือนคุณสามารถอาบน้ำในแสงจันทร์ในช่วงดึกได้เป็นพิเศษอีกด้วย โดยจะเปิดให้บริการถึง 23.30 .

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ในสไตล์ของความเงียบสงบเหนือทะเลสาบซูริค พร้อมสปาสองชั้นและทัศนียภาพอันงดงาม

ออนเซนกลางแจ้งยุโรป

พาโนรามารีสอร์ทแอนด์สปาตั้งอยู่บนระดับความสูง 700 เมตรจากระดับน้ำทะเลใน Feusisberg รีสอร์ทมีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่ทำให้ทิวทัศน์อันแสนโรแมนติกของทะเลสาบซูริคและเนินเขาที่อยู่ไกลออกไป

ห้องพักแบบ Asian Junior Suite ถ้าคุณต้องการมุมมองทั้งหมดด้วยตัวคุณเองห้องสวีทมีผนังต้นปาล์มขนาดเล็กคุณจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจากสวนแบบญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและให้บรรยากาศที่สงบเหมาะสำหรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่หลบหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน

เที่ยวยุโรปแบบส่วนตัวนอกจากนี้ยังมีทางเชื่อมต่อโดยตรงผ่านทางลิฟต์ไปยัง Akari spa ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง สระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง อ่างน้ำวน ห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำจำนวน 7 ห้อง ห้องอาบน้ำ Kneipp สปามีเก้าอี้วิคเคอร์แบบคู่เพื่อความเป็นส่วนตัวจากจากสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ และระเบียงที่ทันสมัย จบที่อาหารค่ำที่สุดแสนโรแมนติคภายใต้แสงเทียนในห้องอาหาร Zafferano ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เปิดเป็นห้องสมุด หรือเรียกได้ว่า ห้องอาหารในห้องสมุด

ถ้าคุณไปเล่นสกีหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งแล้วมาพักที่โรงแรมสไตร์นี้ รับรองว่าทริปของคุณคงมีใครหลายคนอิจฉาเอามากๆ ถ้าเห็นว่าบทความเรามีประโยชน์ต่อคุณและเพื่อนของคุณช่วยแชร์ และติดตามในโซเชียลทุกอย่างได้นะครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วย

8 ธารน้ำแข็งดังในสวิต จากแอ่งที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ไปชมความยิ่งใหญ่ของมันได้อ๊ะๆอย่าช้านะ เดียวละลายหมด

ธารน้ำแข็งดังในสวิต

ธารน้ำแข็งดังในสวิต มีอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ตามหุบเขาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งธารน้ำแข็งเกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วสะสมกันจนหนา 45-60 เมตรแล้วเกิดการเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆซึ่งมักจะเกิดตามบริเวณที่ลาดชันหรือตามไหล่เขาการเคลื่อนตัวลงมาตามไหล่เขาอย่างช้าๆทำให้เกิดการสึกกร่อนลึกลงไปเพราะความหนักของหิมะที่สะสมกันจนเป็นน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวไปในหุบเขาจะทำให้พื้นดินที่รองรับเกิดร่องลึกและกว้างเพราะมีน้ำหนักของน้ำแข็งกดทับธารน้ำแข็งจะค่อยๆครูดบริเวณที่รองรับจนเกิดหุบเขาตัดขวางรูปตัวยูเมื่อธารน้ำแข็งไหลไปถึงตอนล่างธารน้ำแข็งก็จะค่อยๆแตกออกแล้วก็จะค่อยๆละลายกลายเป็นลำธารต่อไป

ธารน้ำแข็งดังในสวิต ทั้งหมดตั้งอยู่ภายในเทือกเขาแอลป์สวิส ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน Pennine และ Bernese Alps พื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองจาก Jungfrau-Aletsch ซึ่งประกอบด้วยธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

ธารน้ำแข็งดังในสวิต อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่

1. Untergar

2. Lower Grindelwald

3. Grand Aletsch

4. Gorner

5. Forno

6. Palü

7. Morteratsch

8. Roseg

 1. แอ่งลินซ์ (Rhine Glacier) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์

Unteraar

ที่ Unteraar Glacier “Lower Aare-Glacier” เป็นแหล่งน้ำของสองแม่น้ำหลักของ Aare ในเทือกเขา Bernese Alps หนึ่งคือ Finsteraargletscher ใกล้กับ Finsteraarhorn และอีกแม่น้ำคือ Lauteraargletscher ใกล้ Lauteraarhorn ไหลยาวมาประมาณ 6 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออกลงที่เมือง Grimselsee และผ่าน Grimsel ทั้งหมดมีความยาว 12.95 กิโลเมตร

Lower Grindelwald

Lower Grindelwald Glacier

Lower Grindelwald Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ Swiss Bernese Alps ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Grindelwald กรินเดลวาลด์ยังมีแม่น้ำแควที่สำคัญ Ischmeer ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่มองจากสถานีรถไฟ Jungfrau Eismeer ได้ กริลเดลวาลด์ยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร ยาวประมาณ 20.8 ตารางกิโลเมตร ในปีพ. . 2516

ไม่ควรสับสนกับ Grindelwald Glacier ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และไม่ควรสับสนกับธารน้ำแข็ง Grindelwald-Fiescher ที่มีชื่อว่า Fiescher Glacier ทางตอนใต้ของ Fiescherhorn

เล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ 

2. แอ่งโรส์น (Rhône Glacier) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์

Grand Aletsch

Aletsch Glacierธารน้ำแข็ง Aletsch หรือ Great Aletsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวประมาณ 23 กม.(2014) มีปริมาตร 15.4 km3(2011) และครอบคลุมพื้นที่ 81.7 ตร.กม.(2011) ในภาคตะวันออกเทือกเขา Bernese Alps ในเขตสวิสวาเลส

ธารน้ำแข็ง Aletsch ประกอบไปด้วยธารน้ำแข็งขนาดเล็ก 4 แห่งที่บรรจบกันที่ Concordia Place ความหนาวัดโดย ETH จะยังอยู่ใกล้ 1 กม.ยาวไปจนถึงหุบเขา Rhône พื้นที่ทั้งหมดรวมทั้งธารน้ำแข็งอื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่คุ้มครอง Jungfrau-Aletsch ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

Gorner

Gorner Glacierธารน้ำแข็งดังในสวิต Gorner Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่หุบเขาทางฝั่งตะวันตกของเทือกเขา Monte Rosa ใกล้ Zermatt ในเขต Valais ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความยาวประมาณ 12.4 กม. (2014) พื้นที่ธารน้ำแข็งทั้งหมดของธารน้ำแข็ง Gorner คือ 57 km2 (1999) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทือกเขาแอลป์

 3. แอ่งโป (Po Glacier) ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเทือกเขาแอลป์

Forno

Forno

Forno Glacier เป็นธารน้ำแข็งยาว 6 กิโลเมตร (2005) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Bregaglia ในเขต Graubündenในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 8.72 ตารางกิโลเมตร

Palü

Palü ธารน้ำแข็งดังในสวิต แห่งนี้มีความยาววัดเมื่อปี 2548 ยาว 3.5 กิโลเมตร ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ Piz Palüใน Bernina ช่วงนี้จะอยู่ในหุบเขา Poschiavo ในเขตของ Graubünden ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 6.47 ตารางกิโลเมตร

ทะเลสาบที่ด้านล่างของธารน้ำแข็งที่ความสูง 2,322 เมตร ใต้ทะเลสาบธารน้ำแข็งเป็นอีกทะเลสาบหนึ่งทะเลสาบ Lago Palü ทั้งสองทะเลสาบสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากสถานีรถไฟ Alp Grümบนเส้นทาง Bernina

 4.แอ่งดานูบ(Danube Glacier)ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเทือกเขาแอลป์

Morteratsch

Morteratsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขา Bernina ของ Bündner Alps ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ใกล้กับธารน้ำแข็ง Pasterze และ Gepatschferner ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามและมีปริมาตร (1.2 km3) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเทือกเขาทางทิศตะวันออก

ธารน้ำแข็งดังในสวิต Morteratsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งแบบหุบเขาทั่วไปที่มีหน้าน้ำแข็งเด่นชัด โซนการสะสมอยู่ระหว่างยอดเขาหลายยอด เช่น Piz Morteratsch, Piz Bernina, Crast ‘Agüzza, Piz Argient, Piz Zupòและ Bellavista จาก Piz Argient ไปจนถึงหน้าน้ำแข็งใน Val Morteratsch ความลาดชันของแนวนอนน้อยกว่า ~ 6 กม. โดยมีความสูงแตกต่างกันถึง 2,000 เมตร

พร้อมกับธารน้ำแข็งที่ตั้ง Piz Palü Morteratsch ซึ่งเชื่อมใต้หิน Isla Persa (“เกาะหลง“) ราว 2516 มันครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16 กิโลเมตร 2 (6.2 ตารางไมล์) ปริมาณน้ำแข็งประมาณ 1.2 กิโลเมตร 3 แม่น้ำ Morteratsch ไหลผ่านโรงแรมและแม่น้ำดานูบลงสู่ทะเลสีดำ

รถนำเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิขึ้นอยู่กับสภาพหิมะนักสกีที่มีฝีมือสามารถเล่นสกีได้ระยะทาง 10 กิโลเมตรสามารถเข้าถึงได้บนธารน้ำแข็ง จากจุดเชื่อมต่อทางอากาศ Diavolezza ไปถึงโรงแรม Morteratsch และมีความสูง 1,100 เมตร สถานีรถไฟ RhB Morteratsch เคยตั้งอยู่ตรงหน้าน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง หน้าน้ำแข็งหล่นลงมาเหนือ 2,800 เมตร ในขณะเดียวกัน (ณ วันที่ 2016) และไม่สามารถเห็นได้จากสถานีในวันนี้อีกต่อไป

การวัดการเปลี่ยนแปลงความยาวเป็นประจำทุกปีได้รับการบันทึกตั้งแต่ปีพ. . 2421 สำหรับระยะเวลาจนถึงปี พ.. 2541 ระยะถอยโดยรวมอยู่ที่ 1.8 กม. โดยมีอัตราการถดถอยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 17.2 เมตรต่อปี ค่าเฉลี่ยระยะทางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลง 30 เมตรต่อปีในระยะเพียง 6 ปีจากปี 2542-2548 การถดถอยอย่างมากก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนถึงปี 2549 เช่นกัน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาก็สูญเสียอีก 1 กิโลเมตร

ในช่วงเวลาที่มีการวัดธารน้ำแข็งมีการถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ตอบสนองช้าๆต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น ความก้าวหน้าของการถดถอยของธารน้ำแข็ง สามารถอธิบายได้จากที่โลกร้อน และความร้อนสะสมของโลกที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี

Roseg

Roseg Glacier เป็นธารน้ำแข็งระยะทาง 4 กม. (2005) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Bernina ในเขต Val Roseg (Graubünden) ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 8.52 ตารางกิโลเมตร

ธารน้ำแข็งที่สวิตเซอร์แลนด์นี้มีหลายที่มากแต่ที่นำมาแนะนำนี้เราเลือกที่ๆสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของแอ่งที่แยกเป็น 4 แอ่งในประเทศ ยังไงผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงพอให้เห็นภาพรวมและตำแหน่งของ ธารน้ำแข็งดังในสวิต ประเทศในฝันของคนไทยหลายๆคน ยังไงเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องการปืนเขาและอุปกรณ์ต่างๆนะครับ

เที่ยวยุโรปแบบส่วนตัว

หน้าหนาวนี้แพลนไปเล่นสกีที่ยุโรปกับ 7 ลานสกีดังในสวิต กันเถอะ

ลานสกีดังในสวิต

7 ลานสกีดังในสวิต แน่นอนว่ากิจกรรมอันดับต้นๆที่ต้องทำในฤดูหนาวของสวิตเซอร์แลนด์ คือ การเดินทางไปยังเนินเขาและเล่นสกี ซึ่งการเลือกประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางของคุณเป็นเรื่องที่ฉลาดเพราะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เช่น Zermatt และ St. Moritz ซึ่งเป็นที่รวมการเล่นสกีที่ยอดเยี่ยมด้วยกลิ่นอายอัลไพน์แบบดั้งเดิมและผ่อนคลาย

7 ลานสกีดังในสวิต มีดังนี้

1. Verbier

2. Gstaad

3. LaaS

4. St. Morit

5. Davos Klosters

6. Zermatt

7. Mürren

เวอเบียร์ (Verbier)

เวอเบียร์ (Verbier)Verbier เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ห่างจากเจนีวาเพียง 2 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ สัมผัสกับเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงกันกว่า 400 กิโลเมตรและในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นภูเขา Matterhorn และ Mont Blanc ได้เลย เป็นความงามขณะเดินทางน่าประทับใจทีเดียว คุณจะได้สัมผัสกับลานสกีที่มีความลาดชันเช่นเดียวกับลานสกีที่ดีที่สุดในโลก และนักแข่งแนวเอ็กทรีมก็จะมารวมตัวกันที่นี่สำหรับ Xtreme Verbier และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Freeride World Tour จัดขึ้นที่นี่ 1 ใน 7 ลานสกีดังในสวิต

Verbier, Medran, Route de Medran, 1936, Switzerland, +41 79 690 97 99

สตาด (Gstaad)

Gstaad Ski Slope

หมู่บ้าน Gstaad จะเป็น 1 ใน 7 ลานสกีดังในสวิต แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่คุณอาจได้กระทบไหล่คนดัง เพราะรีสอร์ทแห่งนี้เป็นที่รู้จักว่ามีคนดังนิยมมาพัก อทิ เช่น Julie Andrews, Kofi Annan, Madonna และ George Clooney นอกเหนือจากนี้ ยังมีร้านแฟชั่นระดับไฮเอนด์และร้านอาหารที่หรูหราที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ซึ่งทำให้ที่นี่น่ามาเยือนยิงนัก แต่จุดหมายปลายทางของคุณคือการเล่นสกีที่ Gstaad ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านสกี 10 แห่งในพื้นที่โดยรอบและครอบคลุมพื้นที่กว่า 220 กิโลเมตร จุดประสงค์หลักคือ ลูกค้ากลุ่มมือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นและผู้ที่เล่นเป็นบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเก่ง เพราะที่นี่มีโรงเรียนสอนและลานที่ความชันไม่เยอะ เหมาะสำหรับเด็กๆ

Gstaad Saanenland Tourism, Promenade 41, 3780 Gstaad, Switzerland, +41 33 748 81 81

แอลเอแอ๊ก (Laax)

ลานสกีดังสวิต @ Laaxลานสกีแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดคนเล่นสกีทุกระดับและทุกเพศทุกวัย LAAX เป็นจุดที่เหมาะสำหรับนักสโนว์บอร์ดและ free skiers หากคุณกล้าหาญมากพอ คุณสามารถเล่นแนวผาดโผนกับ Beast of LAAX ซึ่งเป็น Halfpipe ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ความสูง 6.9 เมตรยาว 200 เมตร และกว้าง 20 เมตร

นอกจากนี้คุณยังสามารถเรียนสถาบันการศึกษาฟรีสไตล์ในร่มแห่งแรกในยุโรป ซึ่งคุณสามารถปรับปรุงเทคนิคของคุณได้ก่อนที่จะไปที่เนินเขาจริง หาก free styling ไม่ใช่แนวของคุณ LAAX และ Flims ที่อยู่ใกล้เคียงก็เป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว เรียกว่ามาที่เดียวได้เฟี๊ยวทุกแนว

LAAX, Gästeinformation, 7032 Laax, Switzerland, +41 81 927 70 00

เซนต์มอริตซ์ (St. Moritz)

ลานสกีดังสวิต @ เซนต์มอริตซ์St. Moritz เป็นหนึ่งใน 7 ลานสกีดังในสวิต และสกีรีสอร์ทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก St. Moritz เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุด เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวเป็นครั้งที่สองในปีพ. . 2471 และ 2491 นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดงานกิจกรรมสกีโลกมากมาย เซนต์มอริตซ์ดึงดูดความสนใจด้วยเหตุผลที่ดี คือ มีลิฟต์สกีให้คุณใช้ถึง 24 ตัวให้คุณได้สัมผัสกับลานสกีที่มีความลาดชันที่ดีที่สุดและทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ เซนต์มอร์ทิซเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความมีสเน่ห์และความเย้ายวนใจและช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาแก่ผู้มาเยือนมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ก็บ่งบอกถึงรสนิยมที่มาพร้อมกับประสบการณ์ที่หาได้ยากจากที่อื่นดังกล่าวมาแล้ว

St. Moritz, Via Maistra 12, 7500 St Moritz, Switzerland, +41 81 837 33 33

ดาวอส โคสเตอร์ ลานสกีดังในสวิต (Davos Klosters)

ลานสกีดังสวิต @ ดาวอส โคสเตอร์Davos เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นเจ้าภาพเป็นประจำในงาน World Economic Forum ซึ่งดาวอสโคสเตอร์เป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์มีโรงแรมระดับไฮเอนด์และร้านอาหารที่มีความเป็นกันเองในท้องถิ่นรวมถึงร้านอาหารมากมายที่ตอบสนองทุกรสนิยมที่แตกต่างกันของคุณ

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัว

สำหรับประสบการณ์อัลไพน์แบบดั้งเดิมคือการไปเล่นสกีที่ Klosters ตามหุบเขา ข้ามเขตการเล่นสกีทั้ง 5 แห่งที่ใช้ร่วมกันระหว่างรีสอร์ท คุณจะพบกับการเล่นสกีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งคือที่ Graubünden และสกีที่เป็นความไฝ่ฝันสำหรับนักสกีระดับกลาง คุณสามารถเพลิดเพลินกับเนินเขาระยะทาง 12 กม. ที่พาดผ่านเทือกเขา ผ่านเส้นทางป่าไม้ลงไปที่เชิงเขา

Davos, Talstrasse 41, 7270 Davos Platz Davos, Switzerland, +41 81 415 21 21

เซอร์แมท (Zermatt)

ลานสกีดังสวิต @ Zermattไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากกว่า Zermatt รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในเงามืดของ Matterhorn ที่นี่ผู้เข้าพักจะได้รับคะแนนสูงสุดจากจุดเล่นสกีที่สูงที่สุดในยุโรปบนกระเช้ายกที่ขึ้นไปถึง 3,333 เมตรจาก Klein Matterhorn มี 360km ของแทร็คที่ตอบสนองทุกคนจากมือใหม่จนถึงมือโปร ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเนินเขาที่เข้าถึงได้ควบคู่ไปกับบรรยากาศสบาย ๆ ที่ปราศจากรถของเซอร์แมท(รถจอดได้ 5km) ทำให้การเดินทางฤดูหนาวของที่นี่ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด นอกจากนี้เซอร์แมท ยังเป็นที่รู้จักกันดีเรื่องบรรยากาศงานเลี้ยงของโรงแรมที่นี่ ดังนั้นโปรดอย่าลืมไปเที่ยวชมสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวาในย่านกลางเมืองเซอร์แมทนี้

Zermatt, Bahnhofpl. 5, 3920 Zermatt, Switzerland, +41 27 966 81 00

มูเรน (Mürren)

ลานสกีดังสวิตหากคุณกำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนเพื่อทำกิจกรรมสกีที่จินตนาการได้อย่างสมบูรณ์ Mürren น่าจะเหมาะมากสำหรับกิจกรรมดังกล่าว เมืองที่ปราศจากรถยนต์เรียงรายไปด้วยกระท่อมแบบอัลไพน์โดยทั่วไป ซึ่งดูเหมือนถ่ายทอดมาจากภาพวาดกันเลย จากที่จอดรถของเมืองบนภูเขาหมิ่นๆกับเหวในหุบเขาลึก มีมุมมองที่ไม่ตรงกันของธารน้ำแข็ง Eiger, Mönchและ Jungfrau แม้ว่าสกีจะค่อนข้างจำกัด (มีลานความยาวประมาณ 54 กม.) และเนินลาดกลางที่ Wengen และ Grindelwald ในบริเวณใกล้เคียงอาจใช้เวลาพอสมควรในการเดินทาง มูเรนจึงเป็นหนึ่งใน 7 ลานสกีดังในสวิต และสกีรีสอร์ทที่น่าตื่นตาตื่นใจและผ่อนคลายมากที่สุดแห่งหนึ่ง

Talstation, 3825 Mürren, Switzerland, +41 33 855 17 88

รถนำเที่ยวยุโรป

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นี่เลยแนะนำ 15 ไอเดียกิจกรรมหน้าหนาวที่ทำแล้ว คุ้มค่าที่ปากสั่น!!

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี

หลายคนคงมีคำถามอยู่ในใจว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว นอกจากไปเล่นสกีแล้วมีอะไรให้ทำอีก เราจะทำให้คำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ได้รับคำตอบอย่างกระจ่าง ทุกแง่มุมเพียงเสียเวลาอ่านบทความของเราไม่เกิน 2 นาที รับรองว่าได้ไอเดียที่จะมาเที่ยวหน้าหนาวที่ญี่ปุ่นอีกเยอะทีเดียวครับ

อีกประมาณ 2 เดือนนับจากนี้จะเป็นหน้าหนาวและมีหิมะตกทั่วญี่ปุ่น สำหรับคนที่คุ้นเคยในกิจกรรมในยามหิมะตก หรือภายหลังหิมะตกแล้วก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรในการ วางแผนกิจกรรมต่างๆ ของตัวเองและครอบครัว

เอาหล่ะหากคิดไม่ออกมาดูกันเลยกับ 15 ไอเดียกิจกรรมหน้าหนาวที่หน้าสนใจจากเรา EIYAIDA ครับผม

1. ปีนเขาที่เต็มไปด้วยหิมะเพื่อไปเล่นสกีโดยใช้กระเช้า

ปีนเขาเล่นสกีที่ญี่ปุ่นหน้าหนาว

ไปเล่นสกีหรือปีนเขา โดยใช้กระเช้า (Ropeway) พาขึ้นไป แล้วไต่ไปตรงหน้าผาตามรูป จากนั้นก็สนุกได้เลยครับ ใครจะรู้บางทีคุณอาจจะได้เจอหิมะถล่มจากหน้าผาไล่ตามหลังคุณมาอย่างกระชั้นชิด โดยที่ทำให้คุณได้เล่นสกีที่เปลี่ยนไปจากเดิมอีกเยอะ! เพราะที่ญี่ปุ่นมีเทือกเขากว้างใหญ่และความลาดชันไม่มาก เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักสกียิ่งนัก สำหรับการมาเล่นสกีที่นี่

สถานที่ที่ดีที่สุดคือ ฮอกไกโด นิกาตะ ยะมะงะตะ นากาโน่ และที่อื่น ๆ อีกมากมาย!

2. กิจกรรมยอดฮิต ของเด็กๆ คือ ตกปลาใต้ทะเลสาปที่ผิวเป็นน้ำแข็ง

ทุกสิ่งที่คุณเห็นในภาพยนตร์สามารถเกิดขึ้นได้ในญี่ปุ่นเช่นเดียวกับการวางคันเบ็ดลงไปในหลุมน้ำแข็งที่ขุดไว้พอดีๆกับการลากปลาขึ้นมาได้ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นี่เป็นอีกไอเดียกิจกรรมที่เหมาะกับครอบครัวในหน้าหนาว โดยที่มีค่าใช้จ่ายไม่ต้องเยอะเท่าการไปล่องเรือตัดน้ำแข็งเยอะ

ตกปลาใต้ทะเลสาปที่ผิวเป็นน้ำแข็ง

สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการตกปลาน้ำแข็งในญี่ปุ่น คือ จังหวัดยะมะนะชิ หรือฮอกไกโด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

ทะเลสาบน้ำแข็งยามานากะ

ตกปลาน้ำแข็งซัปโปโร

วางโปรแกรมท่องเที่ยวฟรี

3. แช่ออนเซนกลางแจ้งท่ามกลางหิมะ ยิ่งเป็นออนเซนน้ำนมยิ่งเลิศไปใหญ่

ไอเดียสำหรับหัวข้อ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี อีกข้อเป็นเรื่องที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วและเป็นกิจกรรมที่ญี่ปุ่นจัดว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วจากประเพณีการอาบน้ำและแช่น้ำร้อนหรือออนเซนอยู่เป็นนิจนั่นเอง

คุณสามารถเพลิดเพลินกับออนเซนได้จากหลายสถานที่ หลายภูมิภาค หลากภูมิประเทศในญี่ปุ่น แต่ขอแนะนำให้คุณไปเที่ยวโออิตะ (Beppu) ดูซักครั้ง เบ็ปปุได้มีการขนาดนามเลยว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการแช่น้ำร้อนหรือ Onsen Capital!

เที่ยวออนเซนญี่ปุ่นหน้าหนาว

อีกสถานที่ๆมีชื่อเสียง อีกแห่งคือ Ginzan Onsen แปลว่า หุบเขาเงินแห่งการแช่น้ำร้อน (Silver Mountain Hot Spring) เป็นเมืองน้ำพุร้อนอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ในภูเขาของจังหวัดยามากะตะ (Yamagata) เหตุที่ได้ชื่อว่าหุบเขาเงินเนื่องจากเป็นบริเวณที่เคยเป็นเหมืองเงินเก่านั่นเอง

บริเวณพื้นที่รอบ ๆ ได้พัฒนาจากเหมืองเงินให้มาเป็นออนเซนที่สวยงามและน่ามาเยือนยิ่งนัก อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นและ มีเรียวกังประวัติศาสตร์ที่เรียงรายไปตามแนวแม่น้ำตลอดจนสถานที่ถ่ายทำละครญี่ปุ่นชื่อดังที่คนไทยรู้จักดี ใช่ครับโอชิน “Oshin” นั่นเอง

แช่ออนเซนท่ามกลางหิมะ

คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับ Onsen กลางแจ้งได้ทุกที่และบางครั้งหากหิมะตกลงมา คุณก็สามารถชมหิมะตกในขณะแช่ออนเซนกลางแจ้งที่แสนโรแมนติกแห่งนี้ การชมหิมะตกแบบนี้ ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “rotenburo” ด้วยการแช่น้ำท่ามกลางหิมะอันเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆคนที่มาเยือนญี่ปุ่นหน้าหนาว

แอดว่าจะต้องไปแช่ให้ได้ซักครั้งเลยครับ แช่แต่ในร่ม ออกไปรับลมภายนอกบ้างน่าจะเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียวครับ

4. ไปร่วมเทศกาลหิมะที่ฮอกไกโด งานนี้ห้ามพลาด

ขึ้นเครื่องบินหรือรถไฟไปฮกไกโดและเพลิดเพลินไปกับเทศกาลหิมะซัปโปโรประจำปี คืออีกคำตอบของคำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของท่านได้ตรงจุด อย่างจั๋งหนับเลยครับ

เพราะนอกจากคุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับประติมากรรมหิมะจำนวนมากที่มีตัวการ์ตูนแอนิเมชั่นและอื่น ๆ อีกมากมาย กลางคืนคุณยังออกมาเดินชมไฟประดับหน้าหนาวที่สวยไม่เป็นสองรองใครในญี่ปุ่นอีกด้วย!

นอกจากนี้ฮอกไกโดยังเป็นสวรรค์ของอาหารฤดูหนาวที่แสนอร่อย เช่น ซุปแกงและราเมนรสชาติท้องถิ่นที่บอกเลย แซบหลายเด้อ

เที่ยวเทศกาลหิมะฮอกไกโด

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Sapporo Snow Festival

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.snowfes.com/english/

5. ไปเดินเล่นชิวๆวิวกำแพงน้ำแข็ง ที่โทยาม่า

ไอเดียของการหาคำตอบของ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี แบบนี้อาจต้องรีบนิดนึงเพราะกำแพงใหญ่โตะมะมะ! นี้เปิดให้ขึ้นหน้าร้อนไปจนถึงต้นฤดูหนาว ถ้าคุณได้มีโอกาสมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็แนะนำอย่างยิ่งครับ ดูใบไม้แดงบริเวณตีนเขาเสร็จ ขึ้นมาดูกำแพงน้ำแข็ง คุณจะต้องอยากกลับมาอีกอย่างแน่นอน พนันกันเลย!

กำแพงน้ำแข็ง ที่โทยาม่า

ในปี 2017 นี้เส้นทางนี้มีกำหนดจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนถึง 30 พฤศจิกายน!

นั่งรถไฟหนึ่งชั่วโมงจากใจกลางเมืองโทะยะมะ (สถานี JR Toyama) ไปยังสถานี Tateyama ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับกำแพงหิมะขนาดใหญ่โดยรถสายเคเบิลรถบัสทางหลวงหรือเพียงแค่เดิน!

หรือจะใช้บริการรถตู้ไปส่งที่ต้นทางแล้วไปรอรับที่ปลายทางอีกฝั่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะจ๊ะ เขียนเชียร์ออกนอกหน้ากันแบบนี้เลย ขายไม่ได้ให้มันรู้กันไป เอ้า!!!

บริการรถนำเที่ยวญี่ปุ่น

6. ออกมาเดินชมไฟประดับหน้าหนาว ตามสถานที่ต่างๆในโตเกียวและเมืองต่างๆ

Winter Illumination

Illumination เป็นคำสำหรับไฟคริสต์มาสในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไอเดียที่ไม่เลวสำหรับกิจกรรมหน้าหนาวเพื่อตอบโจทย์ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของเราในครั้งนี้ สถานที่ชมไฟอิลูมิเนชั่นเปิดให้เข้าชมฟรีทั้งหมด สามารถเดินเข้าชมได้ทุกที่ในญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ในบางเมืองใหญ่ แล้วคุณรออะไรอยู่หล่ะ? รีบไปดูกันเลย

7. ทานอาหารที่จะอร่อยเป็นพิเศษ เมื่อทานหน้าหนาว

Nabe, Oden, ขนมปังนึ่ง, ผลไม้ฤดูหนาวที่สำคัญตามฤดูกาล กระเพาะอาหารของคุณคงไม่เบื่อหรอกครับ เพราะเมนูที่กล่าวมาจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติที่อร่อยเป็นพิเศษของมัน ไม่ต้องมาถามว่าเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี” แล้วนะอาหารอร่อยของญี่ปุ่น ที่เอ่ยมากินทั้งทริปยังไม่ซ้ำกันเลยครับ หุหุ!

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวได้จากบทความของเรา: อาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดที่คุณควรลิ้มลองในช่วงฤดูหนาว

8. ช็อปปิ้งจนกว่าจะขาลาก เอาให้ตายไปข้าง หึหึ

ช็อปปิ้งจนขาลากที่ญี่ปุ่น

ตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาสจนถึงวันขึ้นปีใหม่เป็นหนึ่งในเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในรอบปีจากร้านค้าเล็กไปจนถึงห้างสรรพสินค้าหรือร้านของแบรนด์ทุกร้านต่างรวมใจกันมาลดราคาเพื่อนักช็อปที่มโหฬาร

ช่วงนี้เป้นที่ทราบกันดี ก่อนและหลังปีใหม่ประมาณ 2 อาทิตย์ ทุกร้านจะต้องมีถุงโชคดี มาขายในราคาที่เห็นแล้วต้องหยุดดูเลยหล่ะ ซึ่งภายในมีสินค้าอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น รองเท้า CROC 3 คู่ราคา 3,000 เยน, หุ่นกันดั้มตัวขนาดครึ่งฟุตราคา 4,000 เยนบ้างว้าวเลยใช่ไหมครับ

มีโอกาสมาญี่ปุ่นช่วงปีใหม่มาลองหาซื้อกันได้ครับ คุณจะเป็นเหมือนหัวข้อโดยอัติโนมัติช็อปจนกว่าจะขาลาก เอาให้ตายกันไปข้าง!”

9. ไปร่วมงานประเพณีเก่าแก่ หรือ ขบวนแห่ต่างๆ (ถ้าไปตรงช่วงนะ อิอิ)

Japan Winter Festivals

ดูรายการเพลงที่มีศิลปินเวียนกันมาให้ความสุขท่านตลอดวันเลย ในช่วงปีใหม่ เรียกว่ามีรายการทีวี ตลกบ้าง เพลงเล่นสดบ้างกันข้ามปีกันเลยทีเดียวครับ เมื่อดูทีวีเสร็จแล้วทำไรต่อ สำหรับนักท่องเที่ยวอาจจะถามว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี

ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราขอแนะนำให้ไปที่วัดและศาลเจ้าเพื่อขออธิษฐานขอพร เพื่อให้ได้รับโชค ลาภ และเพื่อความเป็นศิริมงคลของชีวิตก็ทำได้ครับ แต่อย่าลืมที่จะเพลิดเพลินกับเมนูอาหารต้อนรับปีใหม่อย่าง Osechi นะครับ แนะยังเชียร์ไม่พออีกเหรอ ฮ่าฮ่า ลองให้เค้าหน่อยนะตัวเอง หุหุ!

10. นอนอุตุใต้ผ้าห่มไฟฟ้า หรือแก๊ส อุ่นขนาด ตัวขึ้นขนหมดแล้ว

นั่งอุ่นๆ ภายใต้ผ้าห่มที่มีฮีตเตอร์

บ้านญี่ปุ่นเฟอร์นิเจอร์หลักประจำบ้าน ที่ทุกบ้านต้องมี ที่เรียกว่า “Kotatsu” ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์โต๊ะที่มาพร้อมกับสิ่งที่แนบมาด้วยคือผ้าห่มและเครื่องทำความร้อนด้านล่างไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องมีกันทุกบ้าน

ปัจจุบันโต๊ะพร้อมผ้าห่มและเครื่องทำความร้อนนี้มีชื่อเสียงทั่วโลกแล้ว และแอดแน่ใจว่าเมื่อคุณได้ใช้บริการเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ “kotatsu” คุณจะไม่ถามอีกเลยว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นอนหลับอุตุใต้โต๊ะและผ้าห่มไง ไม่ใช่ มาเที่ยวนะเฟ้ย ไม่ได้มาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆ ฮ่าฮ่า

สุขใดไหนปาน ได้นอนห่มผ้าชมวิวฟูจิ อิจฉาไหมหล่า รีบไปจองตั๋วเลย รอไร หุหุ!!

11. ไปชมงานประดับไฟที่หมู่บ้านมรดกโลกชิรากาวะ ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ซักครั้ง

Light Up Shiragawago Japan

Shirakawa เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขต Ōno จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของ Shirakawa-gō ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่นำเสนอรูปแบบอาคารที่เรียกว่า Gasshō-zukuri

บ้านแบบกาสโซซูกูริคือบ้านที่สร้างด้วยโครงสร้างเป็นไม้นำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยไม่มีน็อตหรือตะปูเลยซักดอกนะครับมีหลังคาที่มีมุมที่ชันเพื่อลดน้ำหนักของหิมะไม่ให้โหลดจนหลังคาพังหลังคาทำจากต้นหญ้าปล้องๆคล้ายต้นหญ้าที่เราเอาให้หนูตะเภากินแถวบ้านแต่ขนาดต้นเล็กกว่านำมาตากแห้งจนแข็งกรอบแต่ไม่เปราะมีน้ำหนักเบามากจึงสามารถนำมาซ้อนกันจนหนาและสามารถลดการส่งผ่านความหนาวเย็นจากหิมะเข้ามาในตัวบ้านได้

นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว ยังมีระบบระบายน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะ ที่ดีเอามากๆ ทั้งหมู่บ้านเลย เราไปชมแล้วจะทึ่งว่าเค้าทำได้ไง รับรองว่าไปชมดูซักครั้ง แล้วแอดเชื่อว่าคำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของคุณจะได้รับการเติมเต็มทันที

นอกจากสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งแล้วสิ่งที่ช่างภาพระดับเบเบ อย่างเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายพลาดไม่ได้ก็คือ งานประดับไฟอันโด่งดังระดับโลก ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาบ้านถูกทำให้สว่างขึ้นท่ามกลางหิมะในช่วงฤดูหนาว มันได้กลายเป็นทิวทัศน์ที่อลังกาลงานสร้างแบบ สุดๆ

ใครสนใจเดินทางไปเองช่วงงานประดับไฟไม่แนะนำนะครับเพราะคนเยอะมากๆแนะนำให้ซื้อทัวร์แบบขึ้นรถบัสจากนาโกย่าโอซาก้าและโตเกียวหรือขับรถไปเองสะดวกกว่า

อาจเช่ารถขับเองจากทาคายาม่าขับมาก็เป็นอีกวิธีที่สะดวกในกรณีเดินทางไม่เกิน 8 ท่าน แต่ถ้าเกินใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์เรื่องเวลา เพราะไม่ต้องกลัวตกรถ

เว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม: http://shirakawa-go.org/en/

วิธีการเดินทางไป Shirakawago จากโตเกียว;

1. โตเกียวนาโกย่า 2 ชม. (ชินคันเซง)

2. นาโกย่า – Takayama 2 ชั่วโมง (รถไฟธรรมดา)

3. Takayama-Shirakawa-go 50 นาที (ทางด่วน รถรับส่ง)

12. มุ่งหน้าสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น และเล่นหิมะฟูๆ ที่บิเอะ ฮอกไกโด

Biei เป็นเมืองเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์อันงดงามของภูเขา และทุ่งกว้างใหญ่ในฮอกไกโด วิธีการที่น่าหลงใหลในการที่จะเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของ Biei คือฝั่งตะวันตกของสถานี JR Biei ซึ่งเป็นที่รู้จักสำหรับจุดชมวิวสำหรับเคล็ดลับที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของ Taisetsuzan ซึ่งตัดกันดินที่เปลือยเปล่า สวน Northwest Observatory Park, Seven Star Tree และ Mild Seven อยู่ฝั่งนี้ของ Biei

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวที่บิเอะ

พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลางเมืองมีชื่อว่า “Patchwork Road” และบริเวณด้านใต้ของใจกลางเมือง คือ ”Panorama Road” เห็นแต่ละชื่อไหมครับ เวิ้งว้างน่าดู

Winter View at Blue Pond

นอกเหนือจากการเที่ยวชมสถานที่และการถ่ายภาพทางตะวันออกของเทือกเขาแล้ว คุณจะได้พบกับพื้นที่ Shirogane Onsen ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับ onsen ในร่มรวมทั้งอาหารฤดูหนาวพื้นเมืองที่อร่อยของฮอกไกโดได้

การเดินทางมา Biei:

15 นาทีโดยรถยนต์จากสนามบินอาซาฮิกาว่า

จากซัปโปโรทางรถยนต์ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาทีผ่านทางด่วนฮอกไกโดและเส้นทาง 237 จากด่านเก็บเงิน Asahikawa Takasu

จากซัปโปโรโดยรถไฟเจอาร์ใช้เวลา 120 นาทีจากสายหลัก Hakodate จาก Sapporo ถึง Asahikawa

เว็บไซต์: http://www.biei-hokkaido.jp/en/

13. ใส่ชุดกิโมโนเดินชม สิ่งก่อสร้างสมัยเก่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ได้วิวที่แปลกตาไปอีกแบบ

เที่ยวเกียวโตหน้าหนาว

ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เงียบที่สุดในเกียวโตทิวทัศน์ในเมืองเกียวโตปกคลุมด้วยหิมะสีเงินเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยเฉพาะวิหารและวัดวาอาราม

ในฤดูหนาวของกรุงเกียวโตคุณสามารถไปเที่ยวชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดวาอารามที่เต็มไปด้วยหิมะ หรือไปเที่ยวชมสถานที่ทางวัฒนธรรมและเข้าร่วมพิธีกรรมบางอย่าง แต่หลักๆ ถ้าคุณได้มาเดินถือร่มในชุดกิโมโน ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย แล้วถ้าทริปของคุณมีช่างภาพมือดีหน่อย รับรอง ไอเดียนี้ของเราขายได้ แบบขายแล้วขายอีกแน่ๆ คุณจะมาซ้ำอีกแน่นอน ใช่ไหมครับ

แพคเกจทัวร์ทั่วโลก

14. ถ่ายรูปลิงแช่ออนเซน แบบขำๆ แช่จนตัวแดงไปหมดละ

นี่คือสถานที่ในนากาโน่ซึ่งคุณสามารถมองเห็นลิงหิมะ” (ลิงญี่ปุ่น) ที่ในหน้าหนาวที่หนาวเย็นมาลงแช่น้ำออนเซน ณ สวนสาธารณะจิโกคุดานิ (Jigokudani Yaenkoen)

สวนนี้เปิดขึ้นในปีพ. . 2507 และนับแต่นั้นมานักท่องเที่ยวหลายพันหลายหมื่นคนจากทั่วโลกได้เข้าเยี่ยมชมอุทยานเพื่อดูวิถีชีวิตของลิงญี่ปุ่นในสวนแห่งนี้

ลิงญี่ปุ่น หรือชื่อสายพันธุ์คือ Macaca fuscata เป็นลิงที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่นและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่ใช่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียสได้

พวกมันมีขนสีน้ำตาลเทาหน้าแดงมือและตูดแดง หางสั้น และมักจะดูเหมือนมนุษย์อย่างน่าทึ่ง สามารถเลียนแบบมนุษย์ได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นพูด

ถ่ายรูปลิงออนเซนที่นากาโน่

สวนสาธารณะตั้งอยู่ในหุบเขาโยโกยุ มีแม่น้ำชื่อเดียวกันกับหุบเขาไหลลงมาจากน้ำตกชิกะ (Shiga Kogen Fall) ที่ระดับความสูง 850 เมตร พื้นที่นี้เรียกว่า Jigokudani (หุบเขาแห่งนรก) เนื่องจากหน้าผาสูงชันและน้ำร้อนที่ออกมาจากพื้นพื้นโลก

นอกจากนี้ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่ทุระกันดาลในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกอยู่บนพื้นดินเป็นเวลาสามปีอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังเป็นสวรรค์สำหรับพวกลิงที่อาศัยอยู่ที่นั่นได้ระวังกล้องและโทรศัพท์ของคุณเวลาอยู่ใกล้ๆมัน

ที่อยู่: 6845 Yamanouchi-machi, Shimotakai-gun, Nagano

การเดินทาง:

นั่งรถบัสไปยัง Kanbayashi Onsen จากสถานี Yudanaka (ประมาณ 10-15 นาที) จากนั้นใช้เวลาเดิน 30-40 นาทีไปยัง Monkey Park

หรือ Shibu Onsen (5-10 นาที) ลงที่ป้ายรถเมล์ “Snow Monkey Park” และเดินไม่ไกลประมาณ 10 นาที

เวลาที่เหมาะสม:

เมษายนตุลาคมเวลา 8.30 . ถึง 17.00 .

พฤศจิกายน – 9:00 . ถึง 4:00 .

ค่าเข้า: 500 เยน

เว็บไซต์: http://jigokudani-yaenkoen.co.jp/

15. นั่งรถไฟไปทานมื้อค่ำที่กระท่อมหิมะ ชมดาวยามค่ำคืน ชีวิตจะน่าอิจฉาไปไหน

ไปชมบรรยากาศ บ้านชาวเอสกีโมสไตร์ญี่ปุ่นกันครับ ทานนาเบะสไตร์ญี่ปุ่นโบราณ ในบรรยากาศกระท่อมหิมะ กินกับข้าวปั้นพื้นเมืองที่ทำจากข้าวที่ปลูกในพื้นที่ ทานข้าวเสร็จก็เดินเล่น ชมดาว ท่ามกลางหิมะ โอ้ยฟินไปไหน
กินนาเบะในกระท่อมหิมะ
งาน Festival ปี 2018 มีพร้อมกับงานเทศกาลหิมะประจำปีของจ.นางาโน่ครับ

Kamakura Snow Hut Festival : 11-12 Feb 2018

ชอบบทความจาก EIYAIDA ช่วยเป็นกำลังใจให้ง่ายๆ แค่กดไลค์ กดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับรู้เรื่องราวดีๆนี้ด้วยนะครับ ทีมงานขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเดินทางท่องเที่ยวของท่านให้สนุกสนานยิ่งขึ้น

วางโปรแกรมเที่ยวกับไกด์มืออาชีพฟรี!!!
ง่ายๆเพียง คลิ๊กที่นี่!!

12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่คุณควรลิ้มลอง รับรองอร่อยเหลือเชื่อเลยแหละ!!

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นจัดว่ามีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับบ้านเราอาหารที่คุ้นเคยจำพวกซูชิและอุด้งหรือ เนื้อย่างวากิวที่เลื่องชื่อ วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงอาหารเลิศรสดังกล่าว แต่เรากำลังพูดถึง 12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่เราจะนำมาเสนอนี้มีดียังไง อาหาร 12 อย่างนี้ไม่ใช่แค่อาหารตามเทศกาลเท่านั้น ยังเป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีทานได้ทุกฤดูกาลแล้วอร่อยถูกปากคนไทยยิ่งนัก แต่พอเราเอาทานหน้าหนาวแล้ว จะให้ความรู้สึกที่อร่อยเหลือเชื่อมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยหล่ะครับขอบอก!!!

แต่จะว่าไป 12 เมนูนี้ จะเป็นอาหารพวกต้มๆ ซะส่วนใหญ่ เพราะร่างกายต้องการความอบอุ่น เมื่อได้ทาน นาเบะที่คัดสรรความอร่อยมาให้เราๆ ท่านๆ นักท่องเที่ยวหรือว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นเองได้ลิ้มลองกันแบบจัดเต็มแบบนี้ ต้องลองมาดูซิว่า จะเจ๋งขนาดไหน

เมื่อคุณไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวก็อย่าลืมไปหามาทานกันได้ครับผม

Bus More Than 32 Seats

1. Daikonoroshi nabe

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น Daikonoroshi nabe

อาหารจานร้อนในรายการแรกของ 12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ของเราคือ หม้อซุปเดือดปรุงรสด้วยหัวไชเท้าขูด เสิร์ฟพร้อมผักและเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด หรือชื่อเรียกว่า “daikonoroshi nabe” มีหลากหลายของวัตถุดิบเพื่อให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องสงสัย แค่การตกแต่งโดยเอาหัวไชเท้ามาปั้นเป็นรูปตัวตุ๊กตาวางในหม้อของนาเบะก็อยากจะรีบใช้ช้อนตักน้ำมาซดแล้วหล่ะครับ

การตกแต่งหม้อสุกี้ ได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญพอๆกับรสชาตของนาเบะไปซะแล้ว! หลายคนถึงขั้นค้นหาร้านที่แต่งหน้า แต่งหม้อของ daikonoroshi ที่น่ารักที่สุดในญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว!

หาทานกันไมายากครับ มีเกือบทุกย่านในญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสจะหาร้านที่แข่งกันเรื่องความสวยงามของหม้อนาเบะมาฝากละกันนะครับ^^

2. Kimchi nabe

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น Kimchi nabe

อาหารเกาหลีที่มีชื่อเสียงคือ กิมจิ เป็นที่นิยมอย่างมากเช่นเดียวกันในประเทศญี่ปุ่น เมื่อกะหล่ำปลีผักดองเผ็ดและเปรี้ยวแล้วเอามาใส่ในเครื่องปรุงเพิ่มในน้ำซุปที่เดือดพล่าน พร้อมเนื้อสัตว์และผักต่างๆ มันสร้างสรรค์ให้เมนูนี้ของคุณเป็นจานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ชอบอาหารที่มีรสชาตจัดจ้านขึ้นมานิดนึง เป็นอะไรที่ฟินเลยหล่ะครับ

สำหรับบ้านเรา สบมยห. อย่าใส่เยอะเดี๋ยวจะรักห้องน้ำเพราะท้องเสีย แถมหนาวอีกแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ ^^

3. Mizutaki

Mizutaki - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Mizutaki เป็น อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่คล้ายกับ nabe นั่นแหละครับหม้อไฟร้อนๆนี้จะมีผักปลาและเนื้อปรุงสุกในน้ำซุปแต่ที่ไม่เหมือนนาเบะคือน้ำซุปที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยถั่วเหลืองหรือมิโซะหลักๆทั้งหม้อมักจะเต็มไปด้วยผักเช่นเห็ดกะหล่ำปลีและถั่ว

Mizutaki เป็นอาหารพื้นเมืองของเมืองฟุกุโอกะ แต่กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศด้วยรสชาติที่อร่อยและทำง่าย

4. Mochi

Mochi - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Mochi เป็นหนึ่งในรายการอาหารที่มีไว้สำหรับการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบดั้งเดิม เค้กข้าว ที่ทำมาจาก ข้าวญี่ปุ่นแบบสั้น ที่ทำเป็นแป้งแล้ว นำมาปั้นขึ้นรูปทำเป็นก้อนโมจิ ด้วยรสชาติที่แตกต่างกันของ mochi เสิร์ฟรวมกับขนมหวานรวมทั้งอาหารจานพิเศษอื่นในช่วงปีใหม่

ซุปที่เรียกว่า Zoni เสิร์ฟพร้อมกับ เค้กข้าวหรือโมจิข้าว ผัก เช่น แครอท เผือกและ ซูริมิอบแห้ง (kamaboko) หรือลูกชิ้นปลาบดนั่นเอง ทานด้วยกันกับชาญี่ปุ่นร้อนๆ ที่มีรสขมปนฝาดนิดๆ โอ้ย แอดอยากไปจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นตอนนี้เลย หุหุ

5. Motsu nabe

Motsunabe - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

อีกเมนูของ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น “motsu-nabe” เป็นอาหารพื้นเพมาจากฟุกุโอกะ มีการปรุงส่วนผสมหลักด้วยเนื้อวัวที่ต้มจนเปื่อย ด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่โซนทางใต้ของญี่ปุ่น เนื้อหมูก็มีการหมักด้วยเครื่องเทศพิเศษ ใส่ลงไปในหม้อพร้อมกะหล่ำปลีและใบกระเทียม นาเบะแบบนี้กลายก็เป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศได้ไม่ยาก เพราะทำง่าย รสชาติยอดเยี่ยมและราคาถูก วัสดุหาง่ายสะดวกที่จะทานในหน้าหนาวเพราะ ไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะ

6. Oden – อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Oden - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Oden เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงโดยทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งโอเด้งนี้มีขายตามท้องถนน และตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เหมาะกับหน้าหนาวเพราะได้ซดน้ำอุ่นๆคงให้ความอบอุ่นแก่รางกายดีไม่น้อยเลย

โอเด้งนี้มีส่วนผสมที่หลากหลาย เช่น ไข่ เต้าหู้เค้ก (konnyaku yam) หัวไชเท้า (Daikon) และ ปลาบดหรือลูกชิ้นปลา (fishcake) ปรุงสุกในน้ำซุปซอสถั่วเหลืองเป็นเมนูที่ต้องทานเลยหล่ะครับถ้าคุณเดินตามท้องถนนในญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว

7. Osechi

Osechi - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Osechi เป็นเมนู อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น แบบดั้งเดิมที่มีในปีใหม่ กล่องอาหารกลางวันแบบดั้งเดิม (Bento) เหล่านี้เป็นแบบเลือกเอง จะใส่อะไรก็ใส่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และอาหารที่รวมอยู่ในกล่องอาหารมีการอ้างอิงสัญลักษณ์ ตัวอย่างเช่น komaboko, cruise surimi เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นของญี่ปุ่นเนื่องจากมีรูปร่างและสีสันและมีความหมายเหมาะที่จะเป็นอาหารตามเทศกาล

Konbu คือสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า yorokobu ซึ่งหมายถึง ความสุข ในขณะที่ kuromame คือถั่วเหลืองอ้างอิงถึงสุขภาพที่ไม่เพียง แต่ความหมายที่แปลว่าถั่วเท่านั้น แต่ยังมีสัญลักษณ์ถึงสุขภาพอีกด้วย

ดังนั้นเมนูนี้จึงเหมาะที่จะทำในวันปีใหม่เพราะทานแล้วมีสุขภาพดีและมีความสุขสนุกสนานนั่นเอง

8. Ramen

Ramen - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

ในขณะที่ราเมนเป็นอาหารที่สามารถทานได้ตลอดทั้งปีในหน้าหนาวนี้ ถ้าได้ราเมนสักถ้วยจะทำให้ร่างกายคุณอุ่นขึ้นอย่างแน่นอน ชามก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยจะเสิร์ฟในน้ำซุปมิโซะผสมถั่วเหลือง เกลือที่ปรุงรสและส่วนผสมหลักอื่นๆ เช่นผักต่างๆ เนื้อสัตว์ เต้าหู้หรือไข่ งา การเขี้ยวน้ำซุปกับกระดูกหมู วาย หรือเต้าหู้ก็ให้รสชาติที่แตกต่างของราเมน

ส่วนที่สำคัญอีกส่วนคือ เส้นของราเมนที่เป็นสูตรลับต้นตระกูลของแต่ละครอบครัว ทำให้ร้านอาหารเล็กๆ ในซอยแค็บๆก็สามารถสู้กับภัตรคารใหญ่โตได้เลย และนี่คืออีกมนต์สเหน่อีกอย่างของร้านอาหารในญี่ปุ่นครับ

หลายภูมิภาคในญี่ปุ่นมีรสชาตของราเมนที่ต่างกันและที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนั้นๆ ดังนั้นอย่าลืมที่หาและทดลองชิมกันให้ครบทุกชนิดกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นราเมนในพื้นที่ทางใต้ ราเมนย่านคนเกาะ ราเมนเมืองหนาวหรือราเมนแชมป์เปี้ยนชื่อดังอื่นๆ

9. White stew

White Stew - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

บ้านเราน่าจะมองว่าเป็นโจ๊กนะครับ อาจมีส่วนผสมของครีมที่ทำให้ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่นเมนูนี้มีความคล้ายกับเมนูตะวันตกมากแต่ในความเป็นจริงอาหารชนิดนี้ของญี่ปุ่นมีส่วนผสมที่ไม่เหมือนของชาวตะวันตกไม่ว่าจะเป็นผักและเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลและครีมสีขาวของสตูว์ขาวรสชาตแบบญี่ปุ่นนั้นให้รสชาตที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ชัดเจนมากเลยทีเดียว

เป็นอีกเมนูที่เวลามาเยือนญี่ปุ่นในหน้าหนาวแล้วถ้าได้ทานนะ คุณจะหลงรักเลยหล่ะ เชื่อดิ!

10. Yakiimo

Yakiimo - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Yakiimo แปลว่ามันฝรั่งอบแต่จริง ๆ แล้วมันคือมันเทศญี่ปุ่นที่มีรสชาตดีกว่ามันฝรั่งมาก เพราะมันเป็นหนึ่งในขนมหวานของญี่ปุ่นที่ทำง่าย ทำจากมันเทศสีม่วงและสีเหลือง ย่างเปลือกไปพร้อมกัน เปลือกจะทำหน้าที่เหมือนที่ห่อหุ้มชั้นแรกที่สัมผัสกับความร้อน เมื่อสุกได้ที่เราก็ใช้วัสดุเช่นกระดาษผ้าเช็ดปาก หรือ กระดาษสีหม่นๆสไตร์ญี่ปุ่นห่ออีกชั้น เพื่อการรักษาความหวานอร่อยของมันข้างใน และเพื่อให้ง่ายต่อการทาน เป็นอาหารที่หาทานได้ง่ายในวันที่อากาศหนาวเย็นและที่สำคัญอร่อยเอามากๆ

วางโปรแรมเที่ยวกับมืออาชีพ

11.Yose nabe

Yosenabe - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Nabe เป็นอาหารญี่ปุ่นทั่วไปที่เป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาว คุณจะเห็นว่ามี nabe หลายรายการอยู่ในรายชื่อของ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ของเราที่กล่าวมาทั้งหมดเช่นกัน และนี่ก็เป็นอีกเมนูหม้อไฟที่ต้องไปหาทานกันครับ น้ำซุปสูตรลับที่เป็นของแต่ละร้าน เนเบะร้านนี้ก็เป็นอีกแบบที่ไม่ควรพลาด

Yosenabe หมายถึงหม้อใส่อาหารเมนูนี้ทำจากส่วนผสมที่แตกต่างกันทุกชนิดปรุงด้วยน้ำซุปซอสมิโซะหรือซอสถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก เต้าหู้และไข่ เป็นอาหารมื้อใหญ่ที่จะทำให้คุณอบอุ่นในฤดูหนาวที่หนาวเย็นของญี่ปุ่นและยังให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วนเลยทีเดียว

12. Zosui and Okayu

Zosui and Okayu - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Zosui เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่ทำจากข้าวและน้ำคล้ายกับข้าวต้ม (Okayu) เมนูทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันโดยมีวัตถุดิบหลักมาจากข้าวที่ปรุงสุกเพื่อให้มีความคงตัวจะว่าไปก็ข้าวต้มบ้านเรานี่แหละครับใช้เสิร์ฟให้คนป่วยเหมือนกันด้วย

อย่างไรก็ตาม โอเคยูเป็นเหมือนข้าวโจ๊ก ส่วน zosui ก็เหมือนซุปที่มีข้าวอยู่ หรือข้าวต้มบ้านเรานั่นหล่ะครับ บ่อยครั้งที่เวลาทานนาเบะเหลือ ก็จะนำที่เหลือมาทำเป็น zosui โดยใส่ข้าวสุกเพิ่มเข้าไปในหม้อที่เหลือทั้งน้ำซุปและผัก เพิ่มวัตถุดิบพวกเนื้อ หมึก กุ้งเข้าไปก็อร่อยเลิศแล้วครับ^^

ชอบบทความจาก EIYAIDA ช่วยเป็นกำลังใจให้ง่ายๆ แค่กดไลค์ กดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับรู้เรื่องราวดีๆนี้ด้วยนะครับ ทีมงานขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเดินทางท่องเที่ยวของท่านให้สนุกสนานยิ่งขึ้น

แช่ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น แค่แช่น้ำท่ามกลางหิมะก็ว่าฟินแล้วนะ แต่ถ้าบอกว่ารักษาโรคได้ด้วยหล่ะ จะว่าไง เอ๊ะ อะไร ยังไง ไปดู

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น หลายคนอาจคิดว่าเป็นน้ำนมจริงๆ แต่อันที่จริงคือน้ำแร่ที่มีส่วนผสมของเกลือโซเดี่ยม หรือเกลือแกงบ้านเรานี่เองครับ ออนเซนญี่ปุ่น มีหลายแบบ หลายแนว ซึ่งแนวนี้คือ Nyuto Onsen

Nyuto Onsen หรือออนเซนหัวนมถ้าแปลตรงตัวนะครับ ซึ่งเราคงใช้คำนี้คงไม่ดี เอาเป็นว่าเราจะใช้คำว่า ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น ละกันนะครับ

Akita มีทะเลสาบที่ไม่แข็งตัวมีชื่อเสียง คือ Tazawako ทั้งๆที่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิมะในภูมิภาค Tohoku ใน Akita มีน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่แยกตัวออกไปทั่วญี่ปุ่นนอกเหนือจากทะเลสาบ Tazawa

Nyuto Onsen, Eiyaida

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น คือสุดยอดน้ำพุร้อนที่ซ่อนอยู่คือ “Nyuto onsen” ตั้งอยู่ที่เมืองเซนโบคุ (Senboku) ในจังหวัด Akbita ประกอบด้วย น้ำพุร้อนกลางแจ้ง 7 แห่ง ซึ่งแหล่งที่มีน้ำพุร้อนเหล่านี้เรียกว่าหมู่บ้าน “Nyuto onsen kyo”

เกือบทั้งหมดของโรงแรมเป็นอาคารไม้โบราณตามประเพณีเก่าแก่ คุณสามารถสัมผัสกลิ่นหอมของไม้ที่มีเอกลักษณ์ หลายคนบอกว่ากลิ่นหอมของความคิดถึงและความเพลิดเพลินกับการอาบน้ำกลางแจ้งดูหิมะตกอย่างเงียบ ๆ ในฤดูหนาว

บรรดาผู้ที่ไปที่นั่นเป็นครั้งแรกพวกเขาจึงพอใจจนหลุดปากว่าฉันอยากไปอีก!”

คุณจะได้ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนครับ เกลิ่นมาเยอะแล้ว มาดูกันเล้ยยยย

บทความนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

บริการรถนำเที่ยวญี่ปุ่น

สเน่ห์ของการแช่ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น กลางแจ้งท่ามกลางหิมะ “Nyuto onsen” อยู่ที่ไหน

ทำไมต้องแช่ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น

หมู่บ้าน Nyuto onsen ประกอบด้วยน้ำพุร้อนที่แตกต่างกันถึง 7 แห่งและแต่ละแห่งจะแยกตัวออกไป ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบด้วยธรรมชาติ

เมื่อใดก็ตามที่คุณมาใช้บริการ คุณจะรู้สึกถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละ เช่น ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว แต่ฤดูที่แนะนำมากที่สุดคือฤดูหนาวครับ

หากคุณต้องการเพลิดเพลินกับการอาบน้ำกลางแจ้งที่กำลังมองหาหิมะไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่า Nyuto onsen แล้ว

แม้ว่าที่ที่เป็นที่นิยมที่สุดของ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น คือ “Tsurunoyu” แต่ยังมีทั้ง “Taenoyu”, “Kuroyu onsen”, “Gamiba onsen”, “Magoroku onsen”, “Ogama Onsen” และ “Kyukamura Nyuto onsen village” ให้ลองตามความชอบส่วนตัวของแต่ละคน

ผลพลอยได้จากการแช่นำ้ร้อนที่มีแร่ต่างๆผสมอยู่ คือ ช่วยลดอาการของโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง, ภาวะหลอดเลือด, โรคไขข้ออักเสบ, โรคผิวหนัง, โรคเบาหวานและโรคอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง

ผงแร่ที่มีอยู่ใน Nyuto Onsen

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเข้าพักในโรงแรมนะครับ เป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะได้ชมหลายๆแห่งในทริปเดียว โดยเสียวันน้อยที่สุด บางโรงแรมมีแพ็คเกจอาหาร ดังนั้นโปรดตรวจสอบและเลือกว่าที่ไหนจะเข้าเวลาไหน เพื่อไม่ให้อิ่มจนแช่น้ำไม่สนุก หรือเสียฟรีโดยใช่เหตุครับ ^^

“7 สุดยอด ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่นมีที่ไหนบ้าง 

  Tsurunoyu Onsen (Reccommended)

 นิวโตะออนเซ็น - Tsurunoyu Onsen

ออนเซนแห่งนี้มีความอายุยาวนานที่สุดในทั้ง 7 ที่ และเราแนะนำเลยสำหรับ ท่านที่เดินทางไปในครั้งแรก กระท่อมน้ำพุร้อนโบราณ เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน Nyuto onsen มีน้ำพุหลายธีมให้เลือก มีชื่อว่า Plain hot spring น้ำพุดำน้ำอาบน้ำในร่ม  (Indoor bath) และอ่างอาบน้ำน้ำตก (Waterfall bath) ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สำหรับรายการทีวีซีรีส์ต่างๆที่มีชื่อเสียง

อาบน้ำกลางแจ้งปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาว โอ้ย สุขใดไหนปาน คุณจะได้สัมผัสกับการบำบัดผ่อนคลายอันสุดยอดในน้ำร้อนสีขาวพร้อมชมวิวหิมะตกบนตึกไม้เก่า อ่างอาบน้ำกลางแจ้งเป็นแบบรวมชายและหญิง แต่ก็ยังมีห้องอาบน้ำแยกเฉพาะสำหรับชายหรือหญิงเท่านั้นอยู่ครับ ไม่ต้องห่วง

※ อ่างกลางแจ้งหยุดทำความสะอาดทุกวันจันทร์แต่ยังสามารถใช้ห้องอาบน้ำในร่มได้อยู่ครับ

ข้อมูลของน้ำพุร้อน Tsurunoyu Onsen

น้ำพุร้อนธรรมดา (Plain hot spring)

  • กำมะถันที่มีโซเดียม
  • แคลเซียมคลอไรด์
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

อ่างอาบน้ำในร่ม (Indoor bath) ประกอบด้วย

  • ไบคาร์บอเนต
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคลอไรด์ซัลไฟด์

อาบน้ำตก (Waterfall bath)

  • กำมะถันที่มีโซเดียมคลอไรด์
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

น้ำพุดำ (Black spring water)

  • เกลือแกง
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • ความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหลอดเลือด
  • โรคไขข้ออักเสบ
  • โรคผิวหนัง
  • โรคเบาหวานและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ นอกเหนือจากน้ำพุร้อนใน Tsurunoyu คุณสามารถลอด”Kamakura (ถ้ำหิมะ)” ซึ่งทำโดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม ไม่ต้องกังวลกับการเดินบนหิมะเพราะพวกเขาเตรียมรองเท้าบู๊ทที่มีปลอกคอและเสื้อผ้าอุ่นไว้ให้คุณแล้ว ๆ

 นิวโตะออนเซ็น - บ้านอุโมงค์หิมะ อะคิตะ

Official site : TsurunoyuOnsen 

วางโปรแกรมท่องเที่ยวฟรี

  Kyukamura Nyuto onsen village

Nyuto Onsen - Kyukamura

ออนเซนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดใน Nyuto onsen มี 2 ​​สปริง น้ำที่นี่แตกต่างกันห้องอาบน้ำกลางแจ้งสำหรับชายหรือหญิงมีรูปร่างเหมือนกันล้อมรอบด้วยป่าบีช

ในช่วงฤดูหนาวคุณสามารถชมทิวทัศน์หิมะ ใบไม้สีเขียวและสีแดงสดในฤดูอื่น ๆ ได้ นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำที่ชื่นชมความงดงามของทุกฤดูกาลเลยก็ว่าได้ครับ

มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและในร่มแยกต่างหากระหว่างชาย หญิง

ข้อมูลของน้ำพุร้อน Kyukamura Nyuto onsen

  • น้ำแร่ซัลไฟด์ที่เรียบง่าย
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • น้ำแร่ซัลไฟด์ที่เรียบง่าย

ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว·ความดันโลหิตสูงและอื่น ๆ

  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

ช่วยสมานแผลมีดบาด, แผลไฟไหม้, ความเมื่อยล้าเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

Official site : KyukamuraOnsen

  Taenoyu Onsen

Taenoyu Onsen

คุณสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำการฟังการไหลของแม่น้ำที่อยู่ติดกับอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและชมภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

ในออนเซนที่ชื่อว่า Taenoyu แห่งนี้มี น้ำพุร้อนอยู่ 2 แบบ คือ น้ำพุร้อนสีทองและน้ำพุร้อนเงิน มันเป็นสิ่งที่ดีนอกจากสีที่เป็นมงคลแล้วยังมีผลต่อร่างกายที่ต่างกันด้วย ไม่เพียง แต่สำหรับการเยี่ยมชมหนึ่งวัน แต่ยังสำหรับโรงแรมที่พักค้างคืนก็เป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงเพราะการต้อนรับและบริการอย่างสุภาพและเอื้อต่อผู้หญิงอย่างมาก

มีสระว่ายน้ำรวมกลางแจ้งสำหรับชายและหญิง แต่มีห้องอาบน้ำแยกกลางแจ้งสำหรับชายหรือหญิง รวมทั้งมีห้องอาบน้ำในร่มแยกต่างหากสำหรับชายหรือหญิง

โปรดระมัดระวังเนื่องจากส่วนประกอบของน้ำพุร้อนผ้าเช็ดตัวสีขาวและวัตถุสีเงินอาจเปลี่ยนสีได้

ข้อมูลของน้ำพุร้อน Taenoyu

น้ำพุร้อนธรรมดา (Plain hot spring)

  • กำมะถันที่มีโซเดียม
  • แคลเซียมคลอไรด์
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

อ่างอาบน้ำในร่ม (Indoor bath) ประกอบด้วย

  • ไบคาร์บอเนต
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคลอไรด์ซัลไฟด์

อาบน้ำตก (Waterfall bath)

  • กำมะถันที่มีโซเดียมคลอไรด์
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

น้ำพุดำ (Black spring water)

  • เกลือแกง
  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • ความดันโลหิตสูง
  • ภาวะหลอดเลือด
  • โรคไขข้ออักเสบ
  • โรคผิวหนัง
  • โรคเบาหวานและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Official site : TaenoyuOnsen 

  Ogama onsen

Ogama onsen

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น แห่งนี้ตั้งอยู่กลางพื้นที่ลาดชันบนภูเขามีรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ประตูทางเข้าของอาคารเพื่อเป็นเกียรติแก่ชื่อของน้ำพุร้อน Ogama onsen ถูกโอนย้ายอาคารเรียนของโรงเรียนที่ปิดทำการแล้ว ห้องโถงยาวและห้องเรียนของโรงเรียนเดิมได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและห้องอาบน้ำต่างๆภายในเรียวกังแห่งนี้

รูปปั้นนักเรียนสมัยโบราณ Ogama onsen

การเพิ่มความรู้สึกโรงเรียนเก่าเป็นรูปปั้นด้านหน้าของเรียวกัง: นิโนมิยะคินจิโร่เด็กชายคนหนึ่งที่อ่านหนังสือขณะขนส่งไม้บนหลังของเขาเป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียง แสดงถึง คุณธรรมของการศึกษาและการใช้แรงงานหนักอย่างหนัก

ตอนนี้โรงแรมฤดูใบไม้ผลินี้มีกลิ่นอายของไม้เก่า ๆ ไว้และกระตุ้นความคิดถึง ในช่วงฤดูหนาว คุณสามารถแช่ในอ่างอาบน้ำกลางแจ้งกลางทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตามคอนเซ็ปเริ่มต้นของเรา

มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและในร่มแยกต่างหากระหว่างชายและหญิง

ข้อมูลของน้ำพุร้อน Ogama onsen

  • ประกอบด้วยน้ำแร่โซเดียมคลอไรด์ซัลไฟด์

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • โรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง pyoderma โรคไขข้อและโรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

Official site : OgamaOnsen

  Kaniba onsen

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น - Kaniba onsen

ต้นกำเนิดของ Kaniba onsen มาจากความจริงที่ว่า มีเคยเป็นจำนวนมากปูในบึงกลางป่าดงดิบแห่งนี้ เลยตั้งชื่อว่าบ่อปูอาบน้ำกลางแจ้งกว้างแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ

รูปปั้นปูสัญลักษณ์ Kaniba onsen

เนื่องจากเป็นที่ตั้งที่อยู่ในป่าที่มีใบไม้เปลี่ยนสี และ ปัจจัยต่างๆอีกมากมายที่ทำให้เกิดความเป็นธรรมชาติของการแช่น้ำแน่ Kaniba onsen แห่งนี้ ทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในฤดูหนาว น้ำในฤดูใบไม้ผลิที่มีความแตกต่างคือมีความใส ไม่มีสีเหมือนรูปแบบของ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น ตามรูปแบบของ Nyuto onsen ที่เป็นสีขาว

Kaniba onsen มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบรวมชาย หญิงเข้า และแบบแยกชาย หญิงสำหรับอ่างอาบน้ำในร่ม

ข้อมูลของน้ำพุร้อน Kaniba onsen

  • น้ำแร่ไฮโดรเจนคาร์บอเนต

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • โรคเบาหวานโรคผิวหนังและโรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

Official site : –

  Magoroku onsen

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น - Magoroku onsen

ลักษณะของ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น Magoroku onsen คือความหลากหลายของน้ำแร่เนื่องจากมีน้ำพุ 4 แห่งฤดูใบไม้ผลินี้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาคนในอดีตดังนั้นจึงเรียกว่าน้ำแร่ร้อนรักษาโรคจากภูเขา

เนื่องจากตัวรีสอร์ทอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ จึงไม่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์เข้าไปได้ มีทางเดียวคือเดินเข้าไปจากจุดสุดท้ายที่รถยนต์เข้าถึง Magoroku onsen ดังนั้นบรรยากาศจะแยกได้อย่างสมบูรณ์ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและมีความเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง

มี 2 ห้องอาบน้ำกลางแจ้งและ 2 ห้องอาบน้ำสำหรับชายและหญิงพร้อมด้วยอ่างอาบน้ำกลางแจ้งเฉพาะสำหรับสตรีและอ่างอาบน้ำในร่มแยกต่างหากสำหรับชายและหญิง

ข้อมูลของน้ำพุร้อนของ Magoroku onsen

  • น้ำแร่เรเดียน

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • โรคระบบทางเดินอาหารโรคผิวหนังและโรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

Official site : –

  Kuroyu onsen

ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น - Kuroyu onsen

โคริยูออนเซนเป็นออนเซนที่ตั้งอยู่ในภูเขาลึกของหมู่บ้าน Nyuto onsen ใกล้กับแหล่งน้ำ ประวัติความเป็นมาของมันย้อนกลับไปสู่สมัยเอะโดะซึ่งมีคุณค่ามาก เป็นที่ที่มีสายน้ำ Sendatsugawa ไหลอย่างราบเรียบและเงียบสงบ

โรงแรมแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งตั้งอยู่กลางป่าภูเขา ตำแหน่งที่ตั้งนี้นับว่าเพียบพร้อมสำหรับการแช่น้ำและหายากที่จะมีสถานที่แบบนี้

มีห้องอาบน้ำกลางแจ้งและในร่มรวมทั้งชายและหญิง และห้องอาบน้ำกลางแจ้งและในร่มที่แยกต่างระหว่างชายและหญิงอีกด้วย

คุณสามารถดื่มน้ำแร่และต้มไข่เป็นไข่ดำต้มน้ำแร่ได้ด้วยนะครับ

ต้มไข่ในน้ำแร่ที่ Nyuto Onsen

ข้อมูลของน้ำพุร้อนของ Kuroyu onsen

  • น้ำแร่ไฮโดรเจนซัลไฟด์ง่าย
  • น้ำแร่ซัลไฟด์ของกรด

ผลดีต่อร่างกายคือ

  • อาบน้ำได้ประโยชน์ คือ ความดันโลหิตสูง·ภาวะหลอดเลือด·ภาวะไหลเวียนโลหิตไหลเวียนโลหิต· Rheumatism และโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  • ดื่มน้ำได้ประโยชน์ คือ โรคเบาหวาน·โรคพิษสุนัขบ้าเรื้อรัง·โรคไขข้อ·โรค motive และโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

Official site : Kuroyu

จะเดินทางมาหมู่บ้าน ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น “Nyuto onsen Village” ยังไงได้บ้าง

รถยนต์

การเดินทางเข้ามาสู่หมู่บ้าน ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น นั้นไม่ยากเพราะมีถนนเข้าถึงได้สะดวก คุณอาจจะเดินทางด้วยรถยนต์มาเองก็ได้ หรือถ้ามาโดยรถไฟสาธารณะแล้วต่อรถบัสสาธารณะก็ยังได้

รถไฟ

ลงที่สถานี “Tazawako” ของ JR Akita Shinkansen ใช้รถประจำทางประจำที่มีป้ายเขียนว่า Nyuto onsen ติดอยู่หน้ารถ

สำหรับตารางรถ Ugo kotsu กรุณาดูที่นี่

สำหรับคนที่มีแพลนไปที่อื่นด้วยก็แนะนำลงเครื่องที่สนามบินอะกิตะแล้วต่อรถมาหมู่บ้านได้เลยครับ

เครื่องบิน

จากสนามบินอะกิตะประมาณ 90 นาทีโดยรถยนต์

มีรถรับส่งสนามบิน (รถแท็กซี่ร่วม) จากสนามบิน Akita ไปที่ Nyuto onsen

มีแพ็คเกจหรือบัตรส่วนลดไหม หาได้ที่ไหน

บัตรเหมาจ่าย Nyuto Onsen

สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใด ต้องการจะสัมผัสกับบรรยากาศของการแช่ ออนเซนน้ำนมญี่ปุ่น แบบลึกซึ้งและครบถ้วนกระบวนความ สามารถหาซื้อบัตรเข้าแบบเหมา รวมทั้ง 7 ที่ ในราคา 1,550 เยนเท่านั้น จากที่ถ้าไปแบบไม่มีบัตร ราคาเต็มอยู่ที่ 3,260 เยน บัตรมีขายสำหรับผู้ที่เข้าพักที่โรงแรม “Yumeguri-Cho” และแหล่งที่ออนเซนอื่นๆระบุไว้ที่เว็บไซด์

บัตรนี้ไม่แนะนำให้ใช้วันเดียวทั้ง 7 ที่ เพราะไม่สามารถไปให้ทันเวลาได้

 

※ ถ้าเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์ของคุณ ปุ่มไลค์ ปุ่มแชร์อยู่ใกล้ กำลังใจล้นเหลือแก่ทีมงานครับผม 

10ลานสกีดังใกล้โตเกียว ลานสกีธรรมชาติที่มีชื่อเสียงรอบโตเกียวที่ทำ one day trip ได้

10ลานสกีดังใกล้โตเกียว

หลายคนที่มาเยือนญี่ปุ่นหน้าหนาว ก็คงมีเป้าหมายว่าต้องมาสัมผัสหิมะ หรือเล่นสกีซัก 1 วันในทริปการเดินทางของตัวเองซักครั้ง แต่ไม่อยากจะเสียเวลาไปกับกิจกรรมสกีเพียงอย่างเดียวหลายๆวัน เพราะอย่างที่เราๆท่านๆทราบว่า ญี่ปุ่นที่เที่ยวมาก กิจกรรมเยอะ ดังนั้นเราจึงขออนุญาตแนะนำ 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว ที่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว (1 – Day Trip)

จะว่าไปแล้วลานสกีมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นลานสกีเทียมที่ทำมาใกล้โตเกียวเอามากๆ แต่เราอยากนำเสนอคือลานสกีธรรมชาติที่จะให้ความรู้สึกถึงการเล่นสกีหรือลานหิมะจริงๆมากกว่า มีที่ไหนบ้างลองดูกันได้เลยครับผม โดยเราจะเรียงจากระยะทางที่ไกลสุดก่อน จนใกล้ที่สุด

10. Hunter Mountain Shiobara – 286 reviews

Hunter Mountain Shiobara

เป็นอีกหนึ่งที่ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว ที่คนต่างชาติยังไม่ค่อยทราบ แม้ว่าระยะทางจะใกล้กว่า Gala แต่ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างจะลำบากมากกว่า เพราะไม่มีชินคันเซนผ่าน จึงเป็นอีก 1 เหตุผลที่ทำให้ไม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว บอกเลยที่นี่เป็นที่ๆ จะได้เล่นสกีด้วยความสุขจริงๆ เพราะคนน้อยกว่าแต่สิ่งอำนวยความสะดวกแทบไม่ต่างจาก Gala เลยครับ

ช่วงเวลาฤดูหนาวเปิดจาก 9 ธันวาคม ถึง 15 เมษายน

ระยะทาง : 274 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 3 hr 28 min

Official Website: http://www.hunter.co.jp/

General info: https://www.snowjapan.com/japan-ski-resorts/tochigi/nasu-shiobara/hunter-mountain-shiobara

9. GALA Yuzawa Snow Resort – 293 reviews

GALA Yuzawa Snow Resort

1 ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว และเป็นรีสอร์ทหนึ่งเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับสถานีรถไฟชินคันเซ็นเรียกว่าลงรถไฟแล้วเดินไปเล่นสกีได้เลยสะดวกสบายอะไรเช่นนี้

มีกิจกรรมมากมายให้เลือกสนุกสนานได้ ไม่ว่าจะเป็น KANJIKI ทัวร์แฟนหิมะ, ทัวร์เดินป่า, ลานสกีเด็กและสนามเด็กเล่น, บทเรียนสกีและสโนว์บอร์ด

นอกจากกิจกรรมแล้วยังมีสถานที่รับรองภายหลังจากการทำกิจกรรมที่กล่าวมาอย่างแน่นๆกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Onsen ร้านเช่าเกียร์หิมะ ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งร้านของฝากจากจังหวัดนิกาตะ

ช่วงเวลาฤดูหนาวเปิดจาก 16 ธันวาคม ถึง 6 พฤษภาคม

ระยะทาง : 201 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 14 min รถไฟ 1 hr 15 min

Official Website : https://gala.co.jp/winter/english/

Review : https://gala.co.jp/winter/english/

8. Naeba Ski Resort – 272 reviews

Naeba Ski Resort

 

สกีรีสอร์ทแห่งนี้เคยดำเนินการโดย Kokudo และขณะนี้ดำเนินการโดย Prince Hotel ซึ่งรวมกับ Kokudo ในปี 2549 Naeba เป็นหนึ่งในรีสอร์ทสกีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ( ท็อปเท็นสกีรีสอร์ทของญี่ปุ่น )

เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้จากกรุงโตเกียว 1 ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว และมีลานหิมะที่ค่อนข้างยาว ร้านอาหารร้านสะดวกซื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ มีบริการให้นักสกี ที่ด้านบนของโรงแรมนักเล่นสกีสามารถเลือกที่พักได้ทั้งโรงแรมและเรียวกังทั้งที่มีห้องอาบน้ำพุร้อนในเมือง Asagai ที่อยู่ใกล้เคียง

สกีรีสอร์ท Naeba ประกอบด้วยภูเขา สกีรีสอร์ต Naeba ที่มีพื้นที่เล่นสกี Kagura โดยการรวมพื้นที่ทั้งสองแห่งเข้ากับ Doragondola บนภูเขาตรงข้ามกับเมือง Asagai พื้นที่เล็ก ๆ ของ Asagai รองรับนักเล่นสกีแบบครอบครัวส่วนใหญ่ด้วยครับ

ช่วงเวลา : 17 ธันวาคม ถึง 7 พฤษภาคม

ระยะทาง : 194 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 42 min

Official Website: http://www.princehotels.com/en/ski/mtnaeba

Review: https://pantip.com/topic/32581281

บริการรถนำเที่ยวญี่ปุ่น

7. Kusatsu International Ski – 214 reviews

Kusatsu International Ski

เป็นอีกที่ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว อีกเช่นเคยที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือน เหมาะมากที่จะเล่นสกี แถมเป็นลานที่ใช้แข่งขันสกีนานาชาติอีกด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่นเคย แม้จะไม่ไกลเท่า Gala หรือ Hunter แต่การเดินทางก็ไม่สะดวกเท่าเลยทำให้ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมาก แต่ก็สามารถไปกลับได้ในวันเดียวเช่นกันครับ อาจจะออกแต่เช้ามืดแล้วกลับค่ำๆหน่อย ก็จะได้สัมผัสลานสกีที่แท้จริงที่สามารถใช้แข่งขันได้ครับ

ให้แอดเลือกจะเลือกไปแวะก่อนไปนอนแช่ออนเซนที่กุมมะหรือคุซาทสุแล้วค่อยกลับครับ เสียดายที่เที่ยวน่าเที่ยวเยอะมากหน้าหนาวที่กุมมะ แฮะๆ

ช่วงเวลา : 16 ธันวาคม ถึง 8 เมษายน

ระยะทาง : 192 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 3 hr 3 min

Official Website: https://www.kusatsu-kokusai.com/winter/course

General info: https://www.japanhoppers.com/th/kanto/kusatsu/kanko/2759/

6. Tambara ski resort – 252 reviews

Tambara ski resort

เป็นลานสกีที่อยู่ทางทิศเหนือของโตเกียวที่ใกล้ที่สุด การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ในเขตที่ต่ำกว่า 2 แห่งที่กล่าวมา เดินทางมาแค่กุมมะ ก็ได้เล่นสกีแล้ว เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่เที่ยวหลักที่นิยม แน่นอนว่าถ้าอยู่ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นตัวเลือกที่ดีเลยครับ สำหรับคนที่ไม่อยากนั่งรถไกลๆ หรือคนที่จะเดินทางไปออนเซนรีสอร์ทสวยๆของจังหวัดนี้ ไม่ว่าจะแวะก่อนไปเที่ยวต่อ หรือไปเล่นสกีแล้วกลับในวันเดียวก็ได้ทั้งนั้น

ที่นี่ยังเป็นสถานที่ชมลาเวนเดอร์ที่สวยงามแห่งหนึ่งเลยในหน้าดอกไม้บานของญี่ปุ่น (พฤษภาคม)

ช่วงเวลา : 23 ธันวาคม ถึง 6 พฤษภาคม

ระยะทาง : 175 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 28 min

Official Website: https://www.tambara.co.jp/winter/

General info: https://www.visit-gunma.jp/th/spots/tambara-ski-park/

5. Kawaba Ski Area – 156 reviews

Kawaba Ski Area

Kawaba ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปีพ. . 2532 ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนใต้ของภูเขา Hotaka ทางตอนเหนือของจังหวัดกุมมะอาคารสูงหลายชั้นที่ปลายถนนทำหน้าที่เป็นทั้งที่จอดรถหลักและฐานรีสอร์ท

ฐานรีสอร์ทตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด บริเวณนี้ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงสูงภูมิภาคนี้มักนิยมหิมะและมีฤดูกาลที่ยาวนาน Kawaba จัดเป็น 1 ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว และยังเป็นที่นิยมสำหรับการเล่นสกีแบบเต็มรูปแบบภายหลังจากการเรียนในห้องเรียนและลานสกีฝึกหัด และมี Night ski ด้วยสะดวกมากๆเช่นกัน สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีรเวลาแต่อยากเล่นสกี

ช่วงเวลา : 3 พศจิกายน ถึง 2 เมษายน

ระยะทาง : 173 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 26 min

Official Website : http://www.kawaba.co.jp/snow/

General info: https://www.snowjapan.com/japan-ski-resorts/gunma/kawaba/kawaba

4. Sun Meadows Kiyosato Ski Resort – 196 reviews

Sun Meadows Kiyosato Ski Resort

ถ้าจัดอันดับความสูงที่สุด วิวดีที่สุดและเงียบสงบที่สุดใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว ก็ลานนี้เลยครับ อยู่ไม่ไกลจากทะเลสาปคาวากุจิเท่าไหร่ ด้วยพื้นที่ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,900เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้เห็นวิวแบบ360องศาที่สวยงามที่สุดจากยอดเขาสูง ถูกแบ่งออกเป็น 8 คอร์สให้นักสกีได้เล่นอย่างเต็มที่และมีทางลาดยาวกว่า 550 เมตร ไม่เพียงแค่ผู้ใหญ่เท่านั้น ยังมีโซนสำหรับคุณหนูๆ อย่างสโนว์แลนด์ ที่มีกิจกรรมมากมายให้เด็กๆได้เพลิดเพลินครับ

มาที่นี่ก็ไม่เลวครับ ช่วงไม่มีหิมะก็มีวิวที่สวยไม่แพ้ใครเลยครับ^^

ช่วงเวลา : 10 ธันวาคม ถึง 9 เมษายน

ระยะทาง : 172 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 17 min

Official Website: http://www.sunmeadows.co.jp/winter.php

Review: http://snowtalk1.rssing.com/chan-10538922/all_p31.html

3. Karuizawa Prince Hotel ski resort – 178 reviews

Karuizawa Prince Hotel ski resort

Karuizawa Prince Hotel Ski Resort เป็นรีสอร์ทที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่งจากโตเกียว จัดอยู่ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว คุณสามารถไปถึงที่นั่นได้ในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงโดยชินคันเซ็น สกีรีสอร์ทมีเส้นทางเดินเท้าที่ดี

สำหรับผู้เริ่มเล่นสกีและนักสกีระดับกลางรวมถึงสวนหิมะ ฤดูสกีเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเนื่องจากเครื่องทำหิมะทำให้หิมะตกได้ดีในอากาศหนาว บริเวณรีสอร์ทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของสกีรีสอร์ท ได้แก่ Prince Hotels และศูนย์การค้าขนาดใหญ่

ไปได้ครับไม่ต้องนั่งชินคันเซนก็สามารถทำ 1 day trip ได้สบายๆ อาจมีเวลาเก็บสตอเบอรี่ที่สวนอีกต่างหากครับ ^^

ช่วงเวลา : 3 พศจิกายน ถึง 2 เมษายน

ระยะทาง : 171 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 1 hr 50 min

Official Website: http://www.princehotels.co.jp/ski/karuizawa/

Review: http://2g.pantip.com/cafe/gallery/topic/G6375425/G6375425.html

2. Snow Town Yeti – 135 reviews

Snow Town Yeti

เป็นลานที่ใกล้โตเกียวอันดัย 2 รองจาก Fujiten มีสวนสนุกภายในลาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่นเคย สมกับเป็น 1 ใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วที่นี่ก็เป็นที่นิยมอย่างมากครับ เล่นสกีช่วงเช้า กินข้าว มีแวะเที่ยวช็อปปิ้งที่ Gotemba ได้อีก เป็นอะไรที่สามารถจัด 1 day trip ผสมกับการเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ได้อีกครับ

ถ้าต้องการเที่ยวฮาโกเน่ แนะนำเลยครับ Snow Yeti จัดไปครับผม ออลืมบอกไป ลานที่นี่เปิดเร็วที่สุดในย่านรอบโตเกียวแล้วครับ เพราะเค้ามีเครื่องทำหิมะเทียม ให้สามารถสัมผัสหิมะไปพร้อมกับชมใบไม้เปลี่ยนสีของฮาโกเน่ที่สวยงามอีกต่างหากครับ

ช่วงเวลา : 6 ตุลาคม ถึง 8 เมษายน

ระยะทาง : 122 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 2 hr 7 min

Official Website : http://www.yeti-resort.com/

Review: https://www.japankakkoii.com/japan-travel/review-snow-town-yeti-shizuoka-1/

วางโปรแกรมท่องเที่ยวฟรี

1. Fujiten Snow Resort – 219 reviews

Fujiten Snow Resort

เป็นลานสกีที่ใกล้ที่สุดใน 10ลานสกีดังใกล้โตเกียว และเป็นที่ๆนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดเช่นกัน แต่ถ้าพูดในแง่ของนักเล่นสกีกลับไม่ได้เป็นที่นิยมเท่าที่ควรเพราะนักท่องเที่ยวเยอะนี่แหละคือสาเหตุสำคัญครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกก็เหมาะจะเป็นสถานที่สำหรับเดินทางแค่วันเดียว โดยเฉพาะ ถ้าไม่คิดอะไรมาก มาแค่เห็นแค่ถ่ายรูป แค่สัมผัสหิมะ แนะนำเลยครับ

ช่วงเวลา : ต้นเดือนธันวาคม ถึง ปลายเดือนมีนาคม

ระยะทาง : 120 km from Tokyo

ระยะเวลาเดินทาง : รถยนต์ 1 hr 52 min

Official Website : http://www.fujiten.net/pc/en/

Review : https://pantip.com/topic/33387201