เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นี่เลยแนะนำ 15 ไอเดียกิจกรรมหน้าหนาวที่ทำแล้ว คุ้มค่าที่ปากสั่น!!

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี

หลายคนคงมีคำถามอยู่ในใจว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว นอกจากไปเล่นสกีแล้วมีอะไรให้ทำอีก เราจะทำให้คำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ได้รับคำตอบอย่างกระจ่าง ทุกแง่มุมเพียงเสียเวลาอ่านบทความของเราไม่เกิน 2 นาที รับรองว่าได้ไอเดียที่จะมาเที่ยวหน้าหนาวที่ญี่ปุ่นอีกเยอะทีเดียวครับ

อีกประมาณ 2 เดือนนับจากนี้จะเป็นหน้าหนาวและมีหิมะตกทั่วญี่ปุ่น สำหรับคนที่คุ้นเคยในกิจกรรมในยามหิมะตก หรือภายหลังหิมะตกแล้วก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรในการ วางแผนกิจกรรมต่างๆ ของตัวเองและครอบครัว

เอาหล่ะหากคิดไม่ออกมาดูกันเลยกับ 15 ไอเดียกิจกรรมหน้าหนาวที่หน้าสนใจจากเรา EIYAIDA ครับผม

1. ปีนเขาที่เต็มไปด้วยหิมะเพื่อไปเล่นสกีโดยใช้กระเช้า

ปีนเขาเล่นสกีที่ญี่ปุ่นหน้าหนาว

ไปเล่นสกีหรือปีนเขา โดยใช้กระเช้า (Ropeway) พาขึ้นไป แล้วไต่ไปตรงหน้าผาตามรูป จากนั้นก็สนุกได้เลยครับ ใครจะรู้บางทีคุณอาจจะได้เจอหิมะถล่มจากหน้าผาไล่ตามหลังคุณมาอย่างกระชั้นชิด โดยที่ทำให้คุณได้เล่นสกีที่เปลี่ยนไปจากเดิมอีกเยอะ! เพราะที่ญี่ปุ่นมีเทือกเขากว้างใหญ่และความลาดชันไม่มาก เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักสกียิ่งนัก สำหรับการมาเล่นสกีที่นี่

สถานที่ที่ดีที่สุดคือ ฮอกไกโด นิกาตะ ยะมะงะตะ นากาโน่ และที่อื่น ๆ อีกมากมาย!

2. กิจกรรมยอดฮิต ของเด็กๆ คือ ตกปลาใต้ทะเลสาปที่ผิวเป็นน้ำแข็ง

ทุกสิ่งที่คุณเห็นในภาพยนตร์สามารถเกิดขึ้นได้ในญี่ปุ่นเช่นเดียวกับการวางคันเบ็ดลงไปในหลุมน้ำแข็งที่ขุดไว้พอดีๆกับการลากปลาขึ้นมาได้ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นี่เป็นอีกไอเดียกิจกรรมที่เหมาะกับครอบครัวในหน้าหนาว โดยที่มีค่าใช้จ่ายไม่ต้องเยอะเท่าการไปล่องเรือตัดน้ำแข็งเยอะ

ตกปลาใต้ทะเลสาปที่ผิวเป็นน้ำแข็ง

สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการตกปลาน้ำแข็งในญี่ปุ่น คือ จังหวัดยะมะนะชิ หรือฮอกไกโด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม:

ทะเลสาบน้ำแข็งยามานากะ

ตกปลาน้ำแข็งซัปโปโร

วางโปรแกรมท่องเที่ยวฟรี

3. แช่ออนเซนกลางแจ้งท่ามกลางหิมะ ยิ่งเป็นออนเซนน้ำนมยิ่งเลิศไปใหญ่

ไอเดียสำหรับหัวข้อ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี อีกข้อเป็นเรื่องที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วและเป็นกิจกรรมที่ญี่ปุ่นจัดว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วจากประเพณีการอาบน้ำและแช่น้ำร้อนหรือออนเซนอยู่เป็นนิจนั่นเอง

คุณสามารถเพลิดเพลินกับออนเซนได้จากหลายสถานที่ หลายภูมิภาค หลากภูมิประเทศในญี่ปุ่น แต่ขอแนะนำให้คุณไปเที่ยวโออิตะ (Beppu) ดูซักครั้ง เบ็ปปุได้มีการขนาดนามเลยว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการแช่น้ำร้อนหรือ Onsen Capital!

เที่ยวออนเซนญี่ปุ่นหน้าหนาว

อีกสถานที่ๆมีชื่อเสียง อีกแห่งคือ Ginzan Onsen แปลว่า หุบเขาเงินแห่งการแช่น้ำร้อน (Silver Mountain Hot Spring) เป็นเมืองน้ำพุร้อนอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ในภูเขาของจังหวัดยามากะตะ (Yamagata) เหตุที่ได้ชื่อว่าหุบเขาเงินเนื่องจากเป็นบริเวณที่เคยเป็นเหมืองเงินเก่านั่นเอง

บริเวณพื้นที่รอบ ๆ ได้พัฒนาจากเหมืองเงินให้มาเป็นออนเซนที่สวยงามและน่ามาเยือนยิ่งนัก อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นและ มีเรียวกังประวัติศาสตร์ที่เรียงรายไปตามแนวแม่น้ำตลอดจนสถานที่ถ่ายทำละครญี่ปุ่นชื่อดังที่คนไทยรู้จักดี ใช่ครับโอชิน “Oshin” นั่นเอง

แช่ออนเซนท่ามกลางหิมะ

คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับ Onsen กลางแจ้งได้ทุกที่และบางครั้งหากหิมะตกลงมา คุณก็สามารถชมหิมะตกในขณะแช่ออนเซนกลางแจ้งที่แสนโรแมนติกแห่งนี้ การชมหิมะตกแบบนี้ ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “rotenburo” ด้วยการแช่น้ำท่ามกลางหิมะอันเป็นเป้าหมายหลักของหลายๆคนที่มาเยือนญี่ปุ่นหน้าหนาว

แอดว่าจะต้องไปแช่ให้ได้ซักครั้งเลยครับ แช่แต่ในร่ม ออกไปรับลมภายนอกบ้างน่าจะเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียวครับ

4. ไปร่วมเทศกาลหิมะที่ฮอกไกโด งานนี้ห้ามพลาด

ขึ้นเครื่องบินหรือรถไฟไปฮกไกโดและเพลิดเพลินไปกับเทศกาลหิมะซัปโปโรประจำปี คืออีกคำตอบของคำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของท่านได้ตรงจุด อย่างจั๋งหนับเลยครับ

เพราะนอกจากคุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับประติมากรรมหิมะจำนวนมากที่มีตัวการ์ตูนแอนิเมชั่นและอื่น ๆ อีกมากมาย กลางคืนคุณยังออกมาเดินชมไฟประดับหน้าหนาวที่สวยไม่เป็นสองรองใครในญี่ปุ่นอีกด้วย!

นอกจากนี้ฮอกไกโดยังเป็นสวรรค์ของอาหารฤดูหนาวที่แสนอร่อย เช่น ซุปแกงและราเมนรสชาติท้องถิ่นที่บอกเลย แซบหลายเด้อ

เที่ยวเทศกาลหิมะฮอกไกโด

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Sapporo Snow Festival

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.snowfes.com/english/

5. ไปเดินเล่นชิวๆวิวกำแพงน้ำแข็ง ที่โทยาม่า

ไอเดียของการหาคำตอบของ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี แบบนี้อาจต้องรีบนิดนึงเพราะกำแพงใหญ่โตะมะมะ! นี้เปิดให้ขึ้นหน้าร้อนไปจนถึงต้นฤดูหนาว ถ้าคุณได้มีโอกาสมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็แนะนำอย่างยิ่งครับ ดูใบไม้แดงบริเวณตีนเขาเสร็จ ขึ้นมาดูกำแพงน้ำแข็ง คุณจะต้องอยากกลับมาอีกอย่างแน่นอน พนันกันเลย!

กำแพงน้ำแข็ง ที่โทยาม่า

ในปี 2017 นี้เส้นทางนี้มีกำหนดจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนถึง 30 พฤศจิกายน!

นั่งรถไฟหนึ่งชั่วโมงจากใจกลางเมืองโทะยะมะ (สถานี JR Toyama) ไปยังสถานี Tateyama ที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับกำแพงหิมะขนาดใหญ่โดยรถสายเคเบิลรถบัสทางหลวงหรือเพียงแค่เดิน!

หรือจะใช้บริการรถตู้ไปส่งที่ต้นทางแล้วไปรอรับที่ปลายทางอีกฝั่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะจ๊ะ เขียนเชียร์ออกนอกหน้ากันแบบนี้เลย ขายไม่ได้ให้มันรู้กันไป เอ้า!!!

บริการรถนำเที่ยวญี่ปุ่น

6. ออกมาเดินชมไฟประดับหน้าหนาว ตามสถานที่ต่างๆในโตเกียวและเมืองต่างๆ

Winter Illumination

Illumination เป็นคำสำหรับไฟคริสต์มาสในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นไอเดียที่ไม่เลวสำหรับกิจกรรมหน้าหนาวเพื่อตอบโจทย์ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของเราในครั้งนี้ สถานที่ชมไฟอิลูมิเนชั่นเปิดให้เข้าชมฟรีทั้งหมด สามารถเดินเข้าชมได้ทุกที่ในญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ในบางเมืองใหญ่ แล้วคุณรออะไรอยู่หล่ะ? รีบไปดูกันเลย

7. ทานอาหารที่จะอร่อยเป็นพิเศษ เมื่อทานหน้าหนาว

Nabe, Oden, ขนมปังนึ่ง, ผลไม้ฤดูหนาวที่สำคัญตามฤดูกาล กระเพาะอาหารของคุณคงไม่เบื่อหรอกครับ เพราะเมนูที่กล่าวมาจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติที่อร่อยเป็นพิเศษของมัน ไม่ต้องมาถามว่าเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี” แล้วนะอาหารอร่อยของญี่ปุ่น ที่เอ่ยมากินทั้งทริปยังไม่ซ้ำกันเลยครับ หุหุ!

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวได้จากบทความของเรา: อาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดที่คุณควรลิ้มลองในช่วงฤดูหนาว

8. ช็อปปิ้งจนกว่าจะขาลาก เอาให้ตายไปข้าง หึหึ

ช็อปปิ้งจนขาลากที่ญี่ปุ่น

ตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาสจนถึงวันขึ้นปีใหม่เป็นหนึ่งในเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในรอบปีจากร้านค้าเล็กไปจนถึงห้างสรรพสินค้าหรือร้านของแบรนด์ทุกร้านต่างรวมใจกันมาลดราคาเพื่อนักช็อปที่มโหฬาร

ช่วงนี้เป้นที่ทราบกันดี ก่อนและหลังปีใหม่ประมาณ 2 อาทิตย์ ทุกร้านจะต้องมีถุงโชคดี มาขายในราคาที่เห็นแล้วต้องหยุดดูเลยหล่ะ ซึ่งภายในมีสินค้าอยู่จำนวนหนึ่ง เช่น รองเท้า CROC 3 คู่ราคา 3,000 เยน, หุ่นกันดั้มตัวขนาดครึ่งฟุตราคา 4,000 เยนบ้างว้าวเลยใช่ไหมครับ

มีโอกาสมาญี่ปุ่นช่วงปีใหม่มาลองหาซื้อกันได้ครับ คุณจะเป็นเหมือนหัวข้อโดยอัติโนมัติช็อปจนกว่าจะขาลาก เอาให้ตายกันไปข้าง!”

9. ไปร่วมงานประเพณีเก่าแก่ หรือ ขบวนแห่ต่างๆ (ถ้าไปตรงช่วงนะ อิอิ)

Japan Winter Festivals

ดูรายการเพลงที่มีศิลปินเวียนกันมาให้ความสุขท่านตลอดวันเลย ในช่วงปีใหม่ เรียกว่ามีรายการทีวี ตลกบ้าง เพลงเล่นสดบ้างกันข้ามปีกันเลยทีเดียวครับ เมื่อดูทีวีเสร็จแล้วทำไรต่อ สำหรับนักท่องเที่ยวอาจจะถามว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี

ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เราขอแนะนำให้ไปที่วัดและศาลเจ้าเพื่อขออธิษฐานขอพร เพื่อให้ได้รับโชค ลาภ และเพื่อความเป็นศิริมงคลของชีวิตก็ทำได้ครับ แต่อย่าลืมที่จะเพลิดเพลินกับเมนูอาหารต้อนรับปีใหม่อย่าง Osechi นะครับ แนะยังเชียร์ไม่พออีกเหรอ ฮ่าฮ่า ลองให้เค้าหน่อยนะตัวเอง หุหุ!

10. นอนอุตุใต้ผ้าห่มไฟฟ้า หรือแก๊ส อุ่นขนาด ตัวขึ้นขนหมดแล้ว

นั่งอุ่นๆ ภายใต้ผ้าห่มที่มีฮีตเตอร์

บ้านญี่ปุ่นเฟอร์นิเจอร์หลักประจำบ้าน ที่ทุกบ้านต้องมี ที่เรียกว่า “Kotatsu” ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์โต๊ะที่มาพร้อมกับสิ่งที่แนบมาด้วยคือผ้าห่มและเครื่องทำความร้อนด้านล่างไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องมีกันทุกบ้าน

ปัจจุบันโต๊ะพร้อมผ้าห่มและเครื่องทำความร้อนนี้มีชื่อเสียงทั่วโลกแล้ว และแอดแน่ใจว่าเมื่อคุณได้ใช้บริการเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ “kotatsu” คุณจะไม่ถามอีกเลยว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี นอนหลับอุตุใต้โต๊ะและผ้าห่มไง ไม่ใช่ มาเที่ยวนะเฟ้ย ไม่ได้มาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆ ฮ่าฮ่า

สุขใดไหนปาน ได้นอนห่มผ้าชมวิวฟูจิ อิจฉาไหมหล่า รีบไปจองตั๋วเลย รอไร หุหุ!!

11. ไปชมงานประดับไฟที่หมู่บ้านมรดกโลกชิรากาวะ ชีวิตนี้ต้องไปให้ได้ซักครั้ง

Light Up Shiragawago Japan

Shirakawa เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขต Ōno จังหวัดกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ที่รู้จักกันดีว่าเป็นที่ตั้งของ Shirakawa-gō ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่นำเสนอรูปแบบอาคารที่เรียกว่า Gasshō-zukuri

บ้านแบบกาสโซซูกูริคือบ้านที่สร้างด้วยโครงสร้างเป็นไม้นำมาประกอบเข้าด้วยกันโดยไม่มีน็อตหรือตะปูเลยซักดอกนะครับมีหลังคาที่มีมุมที่ชันเพื่อลดน้ำหนักของหิมะไม่ให้โหลดจนหลังคาพังหลังคาทำจากต้นหญ้าปล้องๆคล้ายต้นหญ้าที่เราเอาให้หนูตะเภากินแถวบ้านแต่ขนาดต้นเล็กกว่านำมาตากแห้งจนแข็งกรอบแต่ไม่เปราะมีน้ำหนักเบามากจึงสามารถนำมาซ้อนกันจนหนาและสามารถลดการส่งผ่านความหนาวเย็นจากหิมะเข้ามาในตัวบ้านได้

นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว ยังมีระบบระบายน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะ ที่ดีเอามากๆ ทั้งหมู่บ้านเลย เราไปชมแล้วจะทึ่งว่าเค้าทำได้ไง รับรองว่าไปชมดูซักครั้ง แล้วแอดเชื่อว่าคำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวทำอะไรดี ของคุณจะได้รับการเติมเต็มทันที

นอกจากสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งแล้วสิ่งที่ช่างภาพระดับเบเบ อย่างเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายพลาดไม่ได้ก็คือ งานประดับไฟอันโด่งดังระดับโลก ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาบ้านถูกทำให้สว่างขึ้นท่ามกลางหิมะในช่วงฤดูหนาว มันได้กลายเป็นทิวทัศน์ที่อลังกาลงานสร้างแบบ สุดๆ

ใครสนใจเดินทางไปเองช่วงงานประดับไฟไม่แนะนำนะครับเพราะคนเยอะมากๆแนะนำให้ซื้อทัวร์แบบขึ้นรถบัสจากนาโกย่าโอซาก้าและโตเกียวหรือขับรถไปเองสะดวกกว่า

อาจเช่ารถขับเองจากทาคายาม่าขับมาก็เป็นอีกวิธีที่สะดวกในกรณีเดินทางไม่เกิน 8 ท่าน แต่ถ้าเกินใช้บริการรถเช่าพร้อมคนขับเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์เรื่องเวลา เพราะไม่ต้องกลัวตกรถ

เว็บไซต์เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม: http://shirakawa-go.org/en/

วิธีการเดินทางไป Shirakawago จากโตเกียว;

1. โตเกียวนาโกย่า 2 ชม. (ชินคันเซง)

2. นาโกย่า – Takayama 2 ชั่วโมง (รถไฟธรรมดา)

3. Takayama-Shirakawa-go 50 นาที (ทางด่วน รถรับส่ง)

12. มุ่งหน้าสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น และเล่นหิมะฟูๆ ที่บิเอะ ฮอกไกโด

Biei เป็นเมืองเล็ก ๆ ล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์อันงดงามของภูเขา และทุ่งกว้างใหญ่ในฮอกไกโด วิธีการที่น่าหลงใหลในการที่จะเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของ Biei คือฝั่งตะวันตกของสถานี JR Biei ซึ่งเป็นที่รู้จักสำหรับจุดชมวิวสำหรับเคล็ดลับที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของ Taisetsuzan ซึ่งตัดกันดินที่เปลือยเปล่า สวน Northwest Observatory Park, Seven Star Tree และ Mild Seven อยู่ฝั่งนี้ของ Biei

เที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวที่บิเอะ

พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของใจกลางเมืองมีชื่อว่า “Patchwork Road” และบริเวณด้านใต้ของใจกลางเมือง คือ ”Panorama Road” เห็นแต่ละชื่อไหมครับ เวิ้งว้างน่าดู

Winter View at Blue Pond

นอกเหนือจากการเที่ยวชมสถานที่และการถ่ายภาพทางตะวันออกของเทือกเขาแล้ว คุณจะได้พบกับพื้นที่ Shirogane Onsen ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับ onsen ในร่มรวมทั้งอาหารฤดูหนาวพื้นเมืองที่อร่อยของฮอกไกโดได้

การเดินทางมา Biei:

15 นาทีโดยรถยนต์จากสนามบินอาซาฮิกาว่า

จากซัปโปโรทางรถยนต์ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาทีผ่านทางด่วนฮอกไกโดและเส้นทาง 237 จากด่านเก็บเงิน Asahikawa Takasu

จากซัปโปโรโดยรถไฟเจอาร์ใช้เวลา 120 นาทีจากสายหลัก Hakodate จาก Sapporo ถึง Asahikawa

เว็บไซต์: http://www.biei-hokkaido.jp/en/

13. ใส่ชุดกิโมโนเดินชม สิ่งก่อสร้างสมัยเก่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ได้วิวที่แปลกตาไปอีกแบบ

เที่ยวเกียวโตหน้าหนาว

ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เงียบที่สุดในเกียวโตทิวทัศน์ในเมืองเกียวโตปกคลุมด้วยหิมะสีเงินเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยเฉพาะวิหารและวัดวาอาราม

ในฤดูหนาวของกรุงเกียวโตคุณสามารถไปเที่ยวชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดวาอารามที่เต็มไปด้วยหิมะ หรือไปเที่ยวชมสถานที่ทางวัฒนธรรมและเข้าร่วมพิธีกรรมบางอย่าง แต่หลักๆ ถ้าคุณได้มาเดินถือร่มในชุดกิโมโน ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย แล้วถ้าทริปของคุณมีช่างภาพมือดีหน่อย รับรอง ไอเดียนี้ของเราขายได้ แบบขายแล้วขายอีกแน่ๆ คุณจะมาซ้ำอีกแน่นอน ใช่ไหมครับ

แพคเกจทัวร์ทั่วโลก

14. ถ่ายรูปลิงแช่ออนเซน แบบขำๆ แช่จนตัวแดงไปหมดละ

นี่คือสถานที่ในนากาโน่ซึ่งคุณสามารถมองเห็นลิงหิมะ” (ลิงญี่ปุ่น) ที่ในหน้าหนาวที่หนาวเย็นมาลงแช่น้ำออนเซน ณ สวนสาธารณะจิโกคุดานิ (Jigokudani Yaenkoen)

สวนนี้เปิดขึ้นในปีพ. . 2507 และนับแต่นั้นมานักท่องเที่ยวหลายพันหลายหมื่นคนจากทั่วโลกได้เข้าเยี่ยมชมอุทยานเพื่อดูวิถีชีวิตของลิงญี่ปุ่นในสวนแห่งนี้

ลิงญี่ปุ่น หรือชื่อสายพันธุ์คือ Macaca fuscata เป็นลิงที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศญี่ปุ่นและเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ไม่ใช่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียสได้

พวกมันมีขนสีน้ำตาลเทาหน้าแดงมือและตูดแดง หางสั้น และมักจะดูเหมือนมนุษย์อย่างน่าทึ่ง สามารถเลียนแบบมนุษย์ได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นพูด

ถ่ายรูปลิงออนเซนที่นากาโน่

สวนสาธารณะตั้งอยู่ในหุบเขาโยโกยุ มีแม่น้ำชื่อเดียวกันกับหุบเขาไหลลงมาจากน้ำตกชิกะ (Shiga Kogen Fall) ที่ระดับความสูง 850 เมตร พื้นที่นี้เรียกว่า Jigokudani (หุบเขาแห่งนรก) เนื่องจากหน้าผาสูงชันและน้ำร้อนที่ออกมาจากพื้นพื้นโลก

นอกจากนี้ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่ทุระกันดาลในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกอยู่บนพื้นดินเป็นเวลาสามปีอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังเป็นสวรรค์สำหรับพวกลิงที่อาศัยอยู่ที่นั่นได้ระวังกล้องและโทรศัพท์ของคุณเวลาอยู่ใกล้ๆมัน

ที่อยู่: 6845 Yamanouchi-machi, Shimotakai-gun, Nagano

การเดินทาง:

นั่งรถบัสไปยัง Kanbayashi Onsen จากสถานี Yudanaka (ประมาณ 10-15 นาที) จากนั้นใช้เวลาเดิน 30-40 นาทีไปยัง Monkey Park

หรือ Shibu Onsen (5-10 นาที) ลงที่ป้ายรถเมล์ “Snow Monkey Park” และเดินไม่ไกลประมาณ 10 นาที

เวลาที่เหมาะสม:

เมษายนตุลาคมเวลา 8.30 . ถึง 17.00 .

พฤศจิกายน – 9:00 . ถึง 4:00 .

ค่าเข้า: 500 เยน

เว็บไซต์: http://jigokudani-yaenkoen.co.jp/

15. นั่งรถไฟไปทานมื้อค่ำที่กระท่อมหิมะ ชมดาวยามค่ำคืน ชีวิตจะน่าอิจฉาไปไหน

ไปชมบรรยากาศ บ้านชาวเอสกีโมสไตร์ญี่ปุ่นกันครับ ทานนาเบะสไตร์ญี่ปุ่นโบราณ ในบรรยากาศกระท่อมหิมะ กินกับข้าวปั้นพื้นเมืองที่ทำจากข้าวที่ปลูกในพื้นที่ ทานข้าวเสร็จก็เดินเล่น ชมดาว ท่ามกลางหิมะ โอ้ยฟินไปไหน
กินนาเบะในกระท่อมหิมะ
งาน Festival ปี 2018 มีพร้อมกับงานเทศกาลหิมะประจำปีของจ.นางาโน่ครับ

Kamakura Snow Hut Festival : 11-12 Feb 2018

ชอบบทความจาก EIYAIDA ช่วยเป็นกำลังใจให้ง่ายๆ แค่กดไลค์ กดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับรู้เรื่องราวดีๆนี้ด้วยนะครับ ทีมงานขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเดินทางท่องเที่ยวของท่านให้สนุกสนานยิ่งขึ้น

วางโปรแกรมเที่ยวกับไกด์มืออาชีพฟรี!!!
ง่ายๆเพียง คลิ๊กที่นี่!!

12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่คุณควรลิ้มลอง รับรองอร่อยเหลือเชื่อเลยแหละ!!

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นจัดว่ามีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับบ้านเราอาหารที่คุ้นเคยจำพวกซูชิและอุด้งหรือ เนื้อย่างวากิวที่เลื่องชื่อ วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงอาหารเลิศรสดังกล่าว แต่เรากำลังพูดถึง 12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่เราจะนำมาเสนอนี้มีดียังไง อาหาร 12 อย่างนี้ไม่ใช่แค่อาหารตามเทศกาลเท่านั้น ยังเป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีทานได้ทุกฤดูกาลแล้วอร่อยถูกปากคนไทยยิ่งนัก แต่พอเราเอาทานหน้าหนาวแล้ว จะให้ความรู้สึกที่อร่อยเหลือเชื่อมากกว่าเดิมหลายเท่าเลยหล่ะครับขอบอก!!!

แต่จะว่าไป 12 เมนูนี้ จะเป็นอาหารพวกต้มๆ ซะส่วนใหญ่ เพราะร่างกายต้องการความอบอุ่น เมื่อได้ทาน นาเบะที่คัดสรรความอร่อยมาให้เราๆ ท่านๆ นักท่องเที่ยวหรือว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นเองได้ลิ้มลองกันแบบจัดเต็มแบบนี้ ต้องลองมาดูซิว่า จะเจ๋งขนาดไหน

เมื่อคุณไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวก็อย่าลืมไปหามาทานกันได้ครับผม

Bus More Than 32 Seats

1. Daikonoroshi nabe

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น Daikonoroshi nabe

อาหารจานร้อนในรายการแรกของ 12 อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ของเราคือ หม้อซุปเดือดปรุงรสด้วยหัวไชเท้าขูด เสิร์ฟพร้อมผักและเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด หรือชื่อเรียกว่า “daikonoroshi nabe” มีหลากหลายของวัตถุดิบเพื่อให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องสงสัย แค่การตกแต่งโดยเอาหัวไชเท้ามาปั้นเป็นรูปตัวตุ๊กตาวางในหม้อของนาเบะก็อยากจะรีบใช้ช้อนตักน้ำมาซดแล้วหล่ะครับ

การตกแต่งหม้อสุกี้ ได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญพอๆกับรสชาตของนาเบะไปซะแล้ว! หลายคนถึงขั้นค้นหาร้านที่แต่งหน้า แต่งหม้อของ daikonoroshi ที่น่ารักที่สุดในญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว!

หาทานกันไมายากครับ มีเกือบทุกย่านในญี่ปุ่น ถ้ามีโอกาสจะหาร้านที่แข่งกันเรื่องความสวยงามของหม้อนาเบะมาฝากละกันนะครับ^^

2. Kimchi nabe

อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น Kimchi nabe

อาหารเกาหลีที่มีชื่อเสียงคือ กิมจิ เป็นที่นิยมอย่างมากเช่นเดียวกันในประเทศญี่ปุ่น เมื่อกะหล่ำปลีผักดองเผ็ดและเปรี้ยวแล้วเอามาใส่ในเครื่องปรุงเพิ่มในน้ำซุปที่เดือดพล่าน พร้อมเนื้อสัตว์และผักต่างๆ มันสร้างสรรค์ให้เมนูนี้ของคุณเป็นจานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ชอบอาหารที่มีรสชาตจัดจ้านขึ้นมานิดนึง เป็นอะไรที่ฟินเลยหล่ะครับ

สำหรับบ้านเรา สบมยห. อย่าใส่เยอะเดี๋ยวจะรักห้องน้ำเพราะท้องเสีย แถมหนาวอีกแล้วจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ ^^

3. Mizutaki

Mizutaki - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Mizutaki เป็น อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ที่คล้ายกับ nabe นั่นแหละครับหม้อไฟร้อนๆนี้จะมีผักปลาและเนื้อปรุงสุกในน้ำซุปแต่ที่ไม่เหมือนนาเบะคือน้ำซุปที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยถั่วเหลืองหรือมิโซะหลักๆทั้งหม้อมักจะเต็มไปด้วยผักเช่นเห็ดกะหล่ำปลีและถั่ว

Mizutaki เป็นอาหารพื้นเมืองของเมืองฟุกุโอกะ แต่กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วประเทศด้วยรสชาติที่อร่อยและทำง่าย

4. Mochi

Mochi - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Mochi เป็นหนึ่งในรายการอาหารที่มีไว้สำหรับการเฉลิมฉลองปีใหม่แบบดั้งเดิม เค้กข้าว ที่ทำมาจาก ข้าวญี่ปุ่นแบบสั้น ที่ทำเป็นแป้งแล้ว นำมาปั้นขึ้นรูปทำเป็นก้อนโมจิ ด้วยรสชาติที่แตกต่างกันของ mochi เสิร์ฟรวมกับขนมหวานรวมทั้งอาหารจานพิเศษอื่นในช่วงปีใหม่

ซุปที่เรียกว่า Zoni เสิร์ฟพร้อมกับ เค้กข้าวหรือโมจิข้าว ผัก เช่น แครอท เผือกและ ซูริมิอบแห้ง (kamaboko) หรือลูกชิ้นปลาบดนั่นเอง ทานด้วยกันกับชาญี่ปุ่นร้อนๆ ที่มีรสขมปนฝาดนิดๆ โอ้ย แอดอยากไปจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นตอนนี้เลย หุหุ

5. Motsu nabe

Motsunabe - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

อีกเมนูของ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น “motsu-nabe” เป็นอาหารพื้นเพมาจากฟุกุโอกะ มีการปรุงส่วนผสมหลักด้วยเนื้อวัวที่ต้มจนเปื่อย ด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่โซนทางใต้ของญี่ปุ่น เนื้อหมูก็มีการหมักด้วยเครื่องเทศพิเศษ ใส่ลงไปในหม้อพร้อมกะหล่ำปลีและใบกระเทียม นาเบะแบบนี้กลายก็เป็นที่นิยมของคนทั่วประเทศได้ไม่ยาก เพราะทำง่าย รสชาติยอดเยี่ยมและราคาถูก วัสดุหาง่ายสะดวกที่จะทานในหน้าหนาวเพราะ ไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะ

6. Oden – อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Oden - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Oden เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงโดยทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งโอเด้งนี้มีขายตามท้องถนน และตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป เหมาะกับหน้าหนาวเพราะได้ซดน้ำอุ่นๆคงให้ความอบอุ่นแก่รางกายดีไม่น้อยเลย

โอเด้งนี้มีส่วนผสมที่หลากหลาย เช่น ไข่ เต้าหู้เค้ก (konnyaku yam) หัวไชเท้า (Daikon) และ ปลาบดหรือลูกชิ้นปลา (fishcake) ปรุงสุกในน้ำซุปซอสถั่วเหลืองเป็นเมนูที่ต้องทานเลยหล่ะครับถ้าคุณเดินตามท้องถนนในญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว

7. Osechi

Osechi - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Osechi เป็นเมนู อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น แบบดั้งเดิมที่มีในปีใหม่ กล่องอาหารกลางวันแบบดั้งเดิม (Bento) เหล่านี้เป็นแบบเลือกเอง จะใส่อะไรก็ใส่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และอาหารที่รวมอยู่ในกล่องอาหารมีการอ้างอิงสัญลักษณ์ ตัวอย่างเช่น komaboko, cruise surimi เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นของญี่ปุ่นเนื่องจากมีรูปร่างและสีสันและมีความหมายเหมาะที่จะเป็นอาหารตามเทศกาล

Konbu คือสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า yorokobu ซึ่งหมายถึง ความสุข ในขณะที่ kuromame คือถั่วเหลืองอ้างอิงถึงสุขภาพที่ไม่เพียง แต่ความหมายที่แปลว่าถั่วเท่านั้น แต่ยังมีสัญลักษณ์ถึงสุขภาพอีกด้วย

ดังนั้นเมนูนี้จึงเหมาะที่จะทำในวันปีใหม่เพราะทานแล้วมีสุขภาพดีและมีความสุขสนุกสนานนั่นเอง

8. Ramen

Ramen - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

ในขณะที่ราเมนเป็นอาหารที่สามารถทานได้ตลอดทั้งปีในหน้าหนาวนี้ ถ้าได้ราเมนสักถ้วยจะทำให้ร่างกายคุณอุ่นขึ้นอย่างแน่นอน ชามก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยจะเสิร์ฟในน้ำซุปมิโซะผสมถั่วเหลือง เกลือที่ปรุงรสและส่วนผสมหลักอื่นๆ เช่นผักต่างๆ เนื้อสัตว์ เต้าหู้หรือไข่ งา การเขี้ยวน้ำซุปกับกระดูกหมู วาย หรือเต้าหู้ก็ให้รสชาติที่แตกต่างของราเมน

ส่วนที่สำคัญอีกส่วนคือ เส้นของราเมนที่เป็นสูตรลับต้นตระกูลของแต่ละครอบครัว ทำให้ร้านอาหารเล็กๆ ในซอยแค็บๆก็สามารถสู้กับภัตรคารใหญ่โตได้เลย และนี่คืออีกมนต์สเหน่อีกอย่างของร้านอาหารในญี่ปุ่นครับ

หลายภูมิภาคในญี่ปุ่นมีรสชาตของราเมนที่ต่างกันและที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคนั้นๆ ดังนั้นอย่าลืมที่หาและทดลองชิมกันให้ครบทุกชนิดกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นราเมนในพื้นที่ทางใต้ ราเมนย่านคนเกาะ ราเมนเมืองหนาวหรือราเมนแชมป์เปี้ยนชื่อดังอื่นๆ

9. White stew

White Stew - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

บ้านเราน่าจะมองว่าเป็นโจ๊กนะครับ อาจมีส่วนผสมของครีมที่ทำให้ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่นเมนูนี้มีความคล้ายกับเมนูตะวันตกมากแต่ในความเป็นจริงอาหารชนิดนี้ของญี่ปุ่นมีส่วนผสมที่ไม่เหมือนของชาวตะวันตกไม่ว่าจะเป็นผักและเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลและครีมสีขาวของสตูว์ขาวรสชาตแบบญี่ปุ่นนั้นให้รสชาตที่อร่อยและมีเอกลักษณ์ชัดเจนมากเลยทีเดียว

เป็นอีกเมนูที่เวลามาเยือนญี่ปุ่นในหน้าหนาวแล้วถ้าได้ทานนะ คุณจะหลงรักเลยหล่ะ เชื่อดิ!

10. Yakiimo

Yakiimo - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Yakiimo แปลว่ามันฝรั่งอบแต่จริง ๆ แล้วมันคือมันเทศญี่ปุ่นที่มีรสชาตดีกว่ามันฝรั่งมาก เพราะมันเป็นหนึ่งในขนมหวานของญี่ปุ่นที่ทำง่าย ทำจากมันเทศสีม่วงและสีเหลือง ย่างเปลือกไปพร้อมกัน เปลือกจะทำหน้าที่เหมือนที่ห่อหุ้มชั้นแรกที่สัมผัสกับความร้อน เมื่อสุกได้ที่เราก็ใช้วัสดุเช่นกระดาษผ้าเช็ดปาก หรือ กระดาษสีหม่นๆสไตร์ญี่ปุ่นห่ออีกชั้น เพื่อการรักษาความหวานอร่อยของมันข้างใน และเพื่อให้ง่ายต่อการทาน เป็นอาหารที่หาทานได้ง่ายในวันที่อากาศหนาวเย็นและที่สำคัญอร่อยเอามากๆ

วางโปรแรมเที่ยวกับมืออาชีพ

11.Yose nabe

Yosenabe - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Nabe เป็นอาหารญี่ปุ่นทั่วไปที่เป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาว คุณจะเห็นว่ามี nabe หลายรายการอยู่ในรายชื่อของ อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น ของเราที่กล่าวมาทั้งหมดเช่นกัน และนี่ก็เป็นอีกเมนูหม้อไฟที่ต้องไปหาทานกันครับ น้ำซุปสูตรลับที่เป็นของแต่ละร้าน เนเบะร้านนี้ก็เป็นอีกแบบที่ไม่ควรพลาด

Yosenabe หมายถึงหม้อใส่อาหารเมนูนี้ทำจากส่วนผสมที่แตกต่างกันทุกชนิดปรุงด้วยน้ำซุปซอสมิโซะหรือซอสถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก เต้าหู้และไข่ เป็นอาหารมื้อใหญ่ที่จะทำให้คุณอบอุ่นในฤดูหนาวที่หนาวเย็นของญี่ปุ่นและยังให้คุณค่าทางอาหารครบถ้วนเลยทีเดียว

12. Zosui and Okayu

Zosui and Okayu - อาหารหน้าหนาวของญี่ปุ่น

Zosui เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่ทำจากข้าวและน้ำคล้ายกับข้าวต้ม (Okayu) เมนูทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันโดยมีวัตถุดิบหลักมาจากข้าวที่ปรุงสุกเพื่อให้มีความคงตัวจะว่าไปก็ข้าวต้มบ้านเรานี่แหละครับใช้เสิร์ฟให้คนป่วยเหมือนกันด้วย

อย่างไรก็ตาม โอเคยูเป็นเหมือนข้าวโจ๊ก ส่วน zosui ก็เหมือนซุปที่มีข้าวอยู่ หรือข้าวต้มบ้านเรานั่นหล่ะครับ บ่อยครั้งที่เวลาทานนาเบะเหลือ ก็จะนำที่เหลือมาทำเป็น zosui โดยใส่ข้าวสุกเพิ่มเข้าไปในหม้อที่เหลือทั้งน้ำซุปและผัก เพิ่มวัตถุดิบพวกเนื้อ หมึก กุ้งเข้าไปก็อร่อยเลิศแล้วครับ^^

ชอบบทความจาก EIYAIDA ช่วยเป็นกำลังใจให้ง่ายๆ แค่กดไลค์ กดแชร์บทความนี้เพื่อให้คนที่คุณรักได้รับรู้เรื่องราวดีๆนี้ด้วยนะครับ ทีมงานขอขอบคุณที่ได้มีโอกาสช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเดินทางท่องเที่ยวของท่านให้สนุกสนานยิ่งขึ้น