10 คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น รู้ไว้ซักนิดไม่อดตาย แน่นวล!

10 คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ

หากคุณไม่ว่างหรือคุณไม่ค่อยมีเวลาศึกษาภาษาในทุกครั้งที่เดินทางไปประเทศใหม่ๆ คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ แค่ 10 คำนี้ก็สามารถเอาชีวิตรอดในแดนปลาดิบได้ละครับ 

ในกรณีของประเทศญี่ปุ่นสิ่งสำคัญคือต้องเรียนรู้ (และใช้) อย่างน้อยสองสามคำ เหตุผลเพราะคนญี่ปุ่นไม่ค่อยสบายใจกับการใช้ภาษาอังกฤษ การใช้ภาษาญี่ปุ่นไม่กี่คำทำให้คุณและคู่สนทนาญี่ปุ่นของคุณสบายใจมากขึ้น เมื่อพวกเขาสบายใจภาษาอังกฤษจะเริ่มบินออกมาจากปากเองแหละ และคุณก็จะสื่อสารกันได้โดยฉับพลัน จากการใช้ภาษาญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คำนี้เท่านั้น

ป้ายบอกทางญี่ปุ่น

ต่อไปนี้เป็น 10 คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์อย่างมากในญี่ปุ่น

1. ซูมิมาเซน (sumimasen)

หากมีคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นอเนกประสงค์จำนวนหนึ่งที่ทำให้คุณได้รับไมล์สะสมเป็นจำนวนมาก คงนี้ไม่พ้นคำนี้ ซูมิมาเซน (Sumimasen) สามารถใช้กับคำอื่นได้หรือจะใช้เฉพาะคำว่าซูมิมาเซนก็มีความหมาย ซึ่งวัตถุประสงค์ที่ใช้ดังนี้

1.ขอโทษนะ

2.ใช้เรียกพนักงานในร้านอาหารหรือร้านค้า

3.คำนำที่จะถามใครสักคน เหมือนคำในภาษาอังกฤษว่า ”Padon me” (ให้อภัยฉันหรือขอประทานโทษ)

4.พูดขอบคุณเมื่อคุณทำอะไรผิดพลาด แล้วมีคนมาช่วยแก้ปัญหาให้คุณ

2. โดโกะ (doko)

Doko หมายถึง ที่ไหน เมื่อคุณต้องเดินทางคาถาที่ต้องท่องติดตัวประจำอย่างมาก กรณีที่คุณไม่แน่ใจว่าจะสถานที่ที่คุณหาข้อมูล และค้นหามาในแผนที่ใน App นำทางต่างๆ นั้นคือสถานที่เดียวกันไหม หรือตึกอยู่ตรงไหน สิ่งจำเป็นคืออาจจะต้องถามคนที่อยู่แถวนั้น ซึ่งแน่นอนว่าคำที่ใช้ประกอบในประโยคอย่างมากคือ โดโกะ นั้นเอง ตัวอย่างการใช้ดังนี้

โดโกะ (ที่ไหน?)

~ วา โดโกะ เดสุ กะ(~ ไปทางไหน?)

เอกิ วา โดโกะ เดสุ กะ (สถานีรถไฟไปทางไหน?)

ทอยเร วา โดโกะ เดสุ กะ (ห้องน้ำไปทาวไหน?)

3. เอ็น (en)

เงินในคำภาษาญี่ปุ่นที่ออกเสียงสำหรับคำว่า เยน (Yen) คือ เอ็น (en) โดยเพียงแค่เอาเสียง วาย ”y” ออก นี่คือการนับเงินตามที่มีเหรียญและธนบัตรที่มีใช้อยู่จริงของสกุลเงินของญี่ปุ่น

อิชิ เอ็น (1 เยน)

โก เอ็น (5 เยน)

จู เอ็น (10 เยน)

โก จู เอ็น (50 เยน)

แฮกกู เอ็น (100 เยน)

โก แฮกกู เอ็น (500 เยน)

เซ็น เอ็น (1,000 เยน)

โก เซ็น เอ็น (5,000 เยน)

อิชิ มาน เอ็น (10,000 เยน)

4. อี้ (ii)

ii หมายถึงดี มักใช้ในการถาม / เพื่อตรวจสอบว่าทุกอย่างดีแล้วหรือไม่

อี้ เดสุ กะ (โอเคไหม? หรือ ดีอยู่ไหม?)

อี้ เดสุ (ทุกอย่างโอเค หรือ ดีแล้ว ดีอยู่)

5. นะนี่ (nani)

นะนี่ (Nani) หมายความว่า อะไร หรือ อะไรนะ

นะนี่ (อะไร?)

นะนี่ จิ เดสุ กะ (กี่โมงแล้ว? หรือ แปลตรงตัวก็ เวลาอะไรแล้ว?)

6. ไห้ (hai)

ไห้ คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี ซึ่งถ้าจะแปลให้ตรงที่สุดคือฉันพอใจไม่จำเป็นต้องหมายความว่าใช่ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณถามใครบางคนว่าคุณอยากได้เบียร์อีกไหมแล้วพวกเขาตอบว่าไห้ (ฉันพอใจ)” หมายความว่า ไม่เอาแล้วนะ อย่าสั่งเบียร์ไปให้เค้าอีกหล่ะ เดี๋ยวอาจไม่ได้กลับบ้านได้

การขอโทษของคนขับรถไฟญี่ปุ่น

การเข้าใจภาษาญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่แปลความหมาย แต่ต้องดูบริบทและสถานการณ์ที่ผู้พูดใช้คำนั้นอยู่ คุณอาจได้รับการยอมรับในสายตาของคนญี่ปุ่นมากขึ้นว่า การเข้าใจภาษาของคุณนั้นมีความสุภาพและน่าพูดคุยด้วย

7. อิทสุ หรือ สึ (Itsu)

อีกคำที่เป็น คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่มักพูดในขณะเดินทางคือคำว่า สึ (itsu) เป็นคำพูดที่หมายถึงเมื่อไหร่

สึ (เมื่อไหร่?)

บาสุ กา เดสุ กะ (เมื่อไหร่รถบัสจะมา?)

เดนฉะ กา เดสุ กะ (เมื่อไหร่รถไฟจะมา?)

8. วาการิมาเซ็น (wakarimasen)

สิ่งสำคัญคือต้องระบุว่าคุณไม่เข้าใจ ถ้าไม่แจ้งคนญี่ปุ่นเค้าก็จะเดาว่าเราเข้าใจ คราวนี้หล่ะ งานจะเข้าในเวลาต่อมา การรู้ คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ เพียงไม่กี่คำอาจช่วยให้คุณมีชีวิตที่ดีผิดกันเลยทีเดียว

วาการิมาเซ็น (ฉันไม่เข้าใจ)

นิฮอนโกะ วา วาการิมาเซ็น (ฉันไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น)

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว9. เอโกะ (Eigo)

Eigo เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าภาษาอังกฤษ มันออกเสียงเหมือนอาหารเช้าแบบอเมริกัน Eggo

เอโกะ อี้ เดสุ กะ (ภาษาอังกฤษโอเคไหม?)

เอโกะ กา ฮานาเซมาสุ กะ (คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?)

10. โกเมนนาไซ (Gomennasai)

โกเมนนาไซ คำภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่หมายถึง ฉันขอโทษ หากคุณกังวลว่าคุณทำให้ใครไม่พอใจ การใช้คำไม้ตายนี้จะเป็นเป็นคำที่ดีที่สุด หรือเวลาคุณจะขอทางในรถไฟฟ้าที่มีคนแน่นมากๆ โกเมนนาไซ เป็นคำที่ควรจำให้ขึ้นใจ

7 ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่คุณอาจไม่เชื่อว่าจะมีคนอยู่มากขนาดนั้นเชียวหรือ?

7 ย่านชุมชนแออัดในโตเกียว

โตเกียวเป็นสถานที่แออัดแห่งหนึ่งของโลก ย่านชุมชนแออัดโตเกียว มีย่านที่อยู่ในโตเกียวอย่างน้อย 50 แห่งซึ่งถือได้ว่าเป็นที่แออัด แต่ 7 ย่านนี้ถือเป็นที่สุดเท่าที่สำรวจมาได้ เมื่อเทียบกับความหนาแน่นประชากรในโตเกียวแล้วห่างไกลในเชิงตัวเลขพอสมควร โดยเมื่อเทียบประชากรในกรุงเทพจากข้อมูลปีล่าสุด พ.ศ. 2558 เขตดินแดงมีประชาชนอาศัยอยู่มากที่สุดคือ 15,078 คนต่อตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นโดยเฉลี่ยของพื้นที่กรุงเทพคือ 3,631 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่สำหรับโตเกียวเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดคือ นากาโน่ (Nagano) มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 20,097 คนต่อตารางกิโลเมตร

ความหนาแน่นเฉลี่ยของกรุงโตเกียว 13,890 คนต่อตารางกิโลเมตร แน่นอนเราแครายงานเรื่องทั่วไป แต่เสน่ห์ของแต่ละที่เราไม่ได้เปรียบเทียบแต่อย่างใด

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว นี้มีเขตไหนบ้างลองไปดูกัน

1.ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีชินจูกุ

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว สถานีชินจุกุ

ชินจูกุเป็นย่านธุรกิจย่านบันเทิงและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่รอบ ๆ สถานีรถไฟชินจูกุ (JR Shinjuku Station) จัดว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่คึกคักที่สุดในโลก (Guinness World Record) ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวน 3.64 ล้านคนต่อวัน

ฝั่งตะวันตกของสถานีเป็นย่านธุรกิจที่มีอาคาร Tokyo City Hall ขนาดใหญ่ ด้านทิศใต้ของสถานีเป็นพื้นที่ช้อปปิ้งเป็นหลัก ไปทางทิศตะวันออกของสถานีอยู่ Kabukicho (ย่านโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย)

ทั้ง 3 ด้านของสถานีนี่มีคนหนาแน่นอย่างไม่น่าเชื่อ 7 วันต่อสัปดาห์ (ฝั่งตะวันตกค่อนข้างเงียบในวันหยุดสุดสัปดาห์) สถานีเองไม่ใหญ่มากทำให้ผู้โดยสารมีจำนวนมาก เกือบจะเป็นอาคารที่หนาแน่นมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

2. Ikebukuro

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีอิเคบุคุโระ

สถานี Ikebukuro เป็นสถานีที่คึกคักที่สุดอันดับสองของโลก (2.71 ล้านคนต่อวัน) เช่นชินจูกุอิเคะบุคุโรเป็นย่านช็อปปิ้งร้านอาหารและความบันเทิงที่แออัด

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

3. ชิบูย่า

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว แยกชิบุย่า

ชิบูย่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งและความบันเทิงขนาดใหญ่ที่รู้จักกันดีว่าเป็นถนนคนเดินที่วุ่นวายที่สุดในโลก แยกชิบูย่าเป็นแยกถนนคนเดินข้ามเดินเท้าที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ประมาณการว่าเกือบ 1 ล้านคนข้ามถนนในแต่ละวัน (2.18 ล้านคนใช้สถานีชิบุย่าทุกวัน)

4. โยโกฮาม่า

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีโยโกฮาม่า

อีกย่านคือ โยโกฮาม่าไม่ได้อยู่ในโตเกียว เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดคะนะงะวะ อย่างไรก็ตามก็มักจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าของโตเกียว

สถานี Yokohama รองรับผู้โดยสารได้ 2.09 ล้านคนต่อวัน (เกือบเท่าสถานีชิบูยะ) ย่าน Yokohama เป็นย่านธุรกิจย่านช็อปปิ้งและความบันเทิงที่สำคัญของจังหวัดคะนะงะวะ

5. สถานีรถไฟโตเกียว (Marunouchi & Yaesu)

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีโตเกียว

สถานีโตเกียวจัดการผู้โดยสารได้มากกว่าหนึ่งล้านคนต่อวัน เป็นศูนย์กลางทางรถไฟระหว่างเมืองของโตเกียวซึ่งเชื่อมต่อกับกรุงโตเกียวกับเมืองอื่น ๆ ของประเทศญี่ปุ่นโดยรถไฟชินคันเซ็น รถไฟอื่น ๆ ผ่านสถานีโตเกียวทุกวันมากกว่าสถานีอื่น ๆ ในญี่ปุ่น

สถานีโตเกียวยังให้บริการย่านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดอีก 2 แห่งในย่านธุรกิจของเมือง Marunouchi และ Yaesu จึงไม่แปลกที่จะมีความแออัดของผู้คนอยู่มาก

6. Shinagawa

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีชินากาว่า

สถานี Shinagawa และสถานี Tokyo เป็นสถานีรถไฟชินคันเซ็นหลัก 2 แห่งในกรุงโตเกียว * สถานี Shinagawa รองรับผู้โดยสารได้เกือบล้านคนต่อวัน Shinagawa เป็นย่านธุรกิจร้านอาหารและสถานบันเทิงยามค่ำที่ไม่ว่าง

7. Shimbashi

ย่านชุมชนแออัดโตเกียว ที่สถานีชิมบาชิ

Shimbashi เป็นหนึ่งในย่านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ย่านแห่งนี้มันหนาแน่นจนไม่น่าเชื่อในวันธรรมดา เช้ามืดเป็นทะเลของชุดสูทสีดำ มนุษย์เงินเดือนและจะผ่อนคลายหลังจากเข้าเวลาทำงานแล้ว ในทางกลับกัน izakaya และร้านอาหาร Shimbashi หลายๆแห่งเกือบจะรกร้างไปในวันสุดสัปดาห์เลยทีเดียว

รถนำเที่ยวญี่ปุ่น

อีกย่านที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ ย่านนากาโน่ (Nakano)

Nakano เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโตเกียว ถนน Nakano ไม่หนาแน่นมากนัก แต่มีผู้คนอาศัยอยู่ที่นั่นเกิน 20,000 คนต่อกิโลเมตร แม้ Nakano จะมีประชากรหนาแน่นเพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ได้รับการจัดอันดับสูงที่รู้จักกันดีว่าเป็นย่านที่พักของคนทำงานในโตเกียว บรรยากาศก็จะผ่อนคลายไม่ค่อยมีเสียงดัง และผู้คนพลุกพล่าน

14 เหตุผลและวิธีปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ถูกต้องใน การคำนับแบบญี่ปุ่น

14 การคำนับแบบญี่ปุ่น

การคำนับแบบญี่ปุ่น อาจใช้เป็นคำทักทายการแนะนำ การแสดงความเคารพหรือการขอโทษ ในแบบฉบับบของคนญี่ปุ่น ซึ่งมีหลายแบบและหลายกริยาที่คุณควรศึกษาไว้ก่อนการมาเยือนญี่ปุ่นในช่วงพักร้อนอันสวยงามของคุณ

1. การคำนับแบบญี่ปุ่น เพื่อเป็นการทักทาย

เป็นเรื่องปกติที่จะโค้งศีรษะและไหล่เล็ก ๆ น้อย ๆประมาณ 10 องศา เพื่อเป็นการทักทายเพื่อน ท่าทางคล้ายคลึงกันสามารถใช้ในการบอกลา ในโอกาสที่เป็นทางการอย่างมากเราก็นิยมใช้การคำนับแบบนี้เพื่อให้เกียรติกับฝ่ายที่คุณโค้งให้

2. การแนะนำ

การแนะนำตัวโดยการคำนับแบบญี่ปุ่น

ในการเปิดตัวทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการโค้ง 30 องศา เฉพาะส่วนบนของร่างกายคุณ ก็จะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกัน สิ่งสำคัญคือต้องให้หัวและไหล่ของคุณตรงและมืออยู่ด้านข้างลำตัว

หลังจากทำการแลกเปลี่ยน meishi แล้วให้โค้งค้างไว้ประมาณ 1 วินาที ไม่ควรที่จะต้องสัมผัสสายตาระหว่างน้อมตัวลงไป (ในความเป็นจริงถือว่าเป็นรูปแบบที่ไม่ดี) เว้นระยะนิดนึงเพื่อหลีกเลี่ยงหัวชนกัน ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นได้

ถ้าคนที่คุณกำลังประชุมอยู่มีความสำคัญมาก ๆ การคำนับควรเป็นแบบ 45 องศา ห้ามคำนับและจับมือในเวลาเดียวกัน โอบามาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางสำหรับการคำนับที่ผิดของเค้าเมื่อมาเยือนญี่ปุ่นครั้งยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ อย่างไรก็ตามนี่เป็นข้อผิดพลาดทั่วไปที่ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไร

โอบลามาคำนับจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น

3. เคารพภักดี

การคำนับกวางในนารา

การคำนับแบบญี่ปุ่น คือการแสดงออกของความอ่อนน้อมถ่อมตน มันแสดงถึงความเคารพเสมอ ในนารา กวางได้กลายเป็นที่คุ้นเคยในการคำนับของคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

4. เวลาเล่นแข่งขันกีฬา

การคำนับคู่แข่งกีฬาแบบญี่ปุ่น

การโค้งคำนับอีกอันหนึ่งคือการโค้งคำนับระหว่างฝ่ายตรงข้ามก่อนการแข่งขันกีฬา นี่มักจะเป็นโค้งคำนับแบบตื้นๆแต่เยอะกว่าการทักทายนิดนึงที่ 20 องศา

5. การโค้งคำนับในพิธีกรรมทางศาสนา

การคำนับแบบญี่ปุ่นในศาสนาชินโต

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องธรรมดาที่จะนมัสการพระเจ้าที่ศาลเจ้าชินโต นี่มักจะเป็นโค้งแบบตื้นๆของร่างกายส่วนบน

พิธีชินโตมักโค้งในท่าคุกเข่าแต่เป็นโค้งตื้นๆ

6. การโค้งคำนับในศิลปะการต่อสู้

การคำนับแบบญี่ปุ่นสำหรับศิลปะการป้องกันตัว

ศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นมีรูปแบบของการก้มลง ความเคารพที่ยิ่งใหญ่ให้กับอาจารย์ (ครู) ของนัสู้เอง เป็นสิ่งสำคัญที่จะแสดงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ของเค้า

7. โค้งคำนับให้กับลูกค้า

การคำนับแบบญี่ปุ่นสำหรับลูกค้า

ในประเทศญี่ปุ่นลูกค้าถือว่าเป็นพระเจ้า (แปลก ๆ ) เป็นเรื่องปกติที่พนักงานจะโค้งให้ลูกค้า นี่คือส่วนโค้งของลำตัวส่วนบนประมาณ 20 องศา

8. การคำนับแบบญี่ปุ่น เพื่อเป็นการขอบคุณ

การคำนับแบบญี่ปุ่น ในงานแต่งงาน

ถ้ามีคนช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าพวกเขาในสายเป็นเรื่องปกติที่จะให้หัวตื้นของหัวขอบคุณ เป็นเรื่องปกติที่ผู้ขับขี่ยานยนต์ต้องน้อมคำนับกันและกันเพื่อทำร้ายเด็กเล็ก ๆ

ในงานแต่งงานของญี่ปุ่นเป็นเรื่องปกติที่เจ้าสาวจะพูดจาอารมณ์กับพ่อแม่ของเธอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน ที่นี่เจ้าสาวโบว์ขณะที่เธอนำเสนอแม่ของเธอด้วยดอกไม้

9. คำนับมือแสดงจบ

เช่นเดียวกับในตะวันตกเป็นเรื่องปกติที่นักแสดงจะต้องน้อมในการตอบสนองต่อเสียงปรบมือ นี้มักจะเป็นการคำนับแบบตื้น แต่สำหรับเกอิชาจะต้องคำนับแบบลึก ๆ

10. ขอโทษเล็กน้อย

ขอโทษเล็กน้อยเกี่ยวข้องกับการคำนับเพียง 10 องศา การกระทำนี้สามารถใช้ได้ ถ้าคุณชนคนแปลกหน้าหรือทำให้เกิดความไม่สะดวกเล็กน้อยให้กับคนอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีคนกดประตูลิฟต์รอคุณ คุณก็ควรพูดว่า sumimasen (ขอโทษหรือฉันขอโทษ) แล้วคำนับแบบตื้น 10 องศานั่นเอง

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

11. ขอโทษเป็นประจำ

ถ้าเจ้านายของคุณเรียกไปดุด่าว่ากล่าว การคำนับที่ถูกต้อง คือ โน้มลำตัวส่วนบนลงมา 45 องศาและมืออยู่ด้านข้างแนบลำตัว กดค้างไว้ 5 วินาที แล้วพูดว่า “sumimasen deshita” (ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่ฉันทำผิดพลาดไป)

12. ขอโทษอย่างจริงจัง

การคำนับแบบญี่ปุ่นพื่อขอโทษจาก CEO

สมมติว่าคุณเป็น CEO ของ บริษัท และ บริษัทของคุณจะออกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่อง ในการแถลงข่าวคุณอาจขอโทษด้วยการโค้งยาวๆ 45 องศาของร่างกายส่วนบน อาจถือได้ว่าเหมาะสมกับการวางตำแหน่งโค้งคำนับเป็นเวลา 15 หรือ 20 วินาที แล้วพูกว่า “moushiwake gozaimasen deshita” (ฉันเสียใจอย่างมากกับสิ่งที่ฉันทำ)

13.ขอโทษด้วยความตกใจ

สมมติว่าคุณเป็นพนักงานเสิร์ฟและคุณต้องชงกาแฟร้อนทั่วทั้งลูกค้า คุณอาจจะต้องคำนับเป็นม้ากระดก 45 องศาซ้ำแล้วซ้ำอีกเลย เพื่อระบุว่าคุณเสียใจมากแค่ไหน แล้วพูดว่า “moushiwake gozaimasen” (ฉันเสียใจมาก) และนี่เป็นวิธีที่คนขอโทษกับยากูซ่าในภาพยนตร์

14. ขอโทษอย่างร้ายแรง

สมมติว่าคุณก่ออาชญากรรมร้ายแรงและขอโทษผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ คุณจะโค้งคำนับจากท่านั่งคุกเข่า แล้วพูดว่า “makoto ni moushiwake gozaimasen deshita” (ฉันขอโทษอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่ฉันทำ)

รถนำเที่ยวญี่ปุ่น

การคำนับบางอย่างอาจไม่มีเหตุผล

นอกเหนือจากการคำนับที่ระบุไว้ข้างต้นแล้วยังมีรูปแบบอ่อนน้อมอยู่หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น คนในประเทศญี่ปุ่นบางครั้งก็โค้งคำนับเมื่อโทรศัพท์อยู่ อะไรประมาณนี้เพราะการโทรศัพท์ในที่สาธารณะให้คนอื่นได้ยินเรื่องราวของตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำในสังคมญี่ปุ่น เป็นต้น

จากบทความข้างต้นแม้จะไม่ละเอียดมาก แต่ก็พอเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อคนญี่ปุ่น หรือ ได้เข้าใจความหมายของระดับการโค้งคำนับนั่นเอง ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีและอาจเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนคุณหรือคนที่คุณรู้จัก ก็แชร์ไปให้เค้ารับรู้ได้นะครับ

30 ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ที่คุณจะต้องเจอในเมืองปลาดิบแห่งนี้

30 ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีความท้าทายไม่น้อยในการมาท่องเที่ยวที่นี่ ที่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ยากเลียนแบบ ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เรา (EIYAIDA) ได้รวบรวมมาให้เตรียมตัวรับมือแล้วที่นี่ และทำให้คุณได้ทราบว่าวัฒนธรรมบางอย่าง ยังแตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเลย แต่ยังไงมันก็เป็นอะไรที่น่ามาเยือน เพราที่นี่คือ “ญี่ปุ่น”

ความท้าทายเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เพียงคุณลองมาสัมผัสกับชีวิตบนท้องถนนเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นหล่ะ ก็จะทำให้การมาเยือนญี่ปุ่นของคุณน่าจดจำและคุ้มค่ามากขึ้น

ตัวอย่างต่อไปนี้อาจช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องทั่วๆไปที่ผู้มาเยือนที่จะต้องเผชิญ บางคนอาจร้ายแรง ซึ่งเป็นความท้าทายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถเอาชนะได้ง่ายด้วยการมองการณ์ไกลเพียงเล็กน้อย และเตรียมตัวเท่านั้นเอง

เอาหล่ะโม้มาเยอะแล้วมาเริ่มกันเลยซะที

1. ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น แรกคือ คุณจะสูญเสียการมองเห็นในแนวตั้ง เมื่อ……

ป้ายแนวตั้งญี่ปุ่น

ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ปัญหาแรกคือเมื่อคุณกำลังมองหาร้านค้าหรือร้านอาหารในเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่นคุณจะพบว่ามีเพียงไม่กี่แห่งที่ตั้งอยู่ชั้นล่างเท่านั้น ถ้าคุณมุ่งเน้นไปที่ชั้นหนึ่งคุณก็อาจจะพลาดและหาไม่เจอได้

โปรดใช้ดวงตาที่สวยงามของคุณจับจ้องขึ้นไปตามป้ายโฆษณาข้างตึกเพื่อหาจุดหมายปลายทางของคุณในทะเลของป้ายแบบญี่ปุ่นตามแนวตั้ง ไม่ลายตาให้มันรู้ไป ไม่เชื่อลองดู

2. ฝนจะตก

ฝนอาจตกมาได้ทุกฤดู

สิ่งสำคัญคือต้องคิดถึงสภาพอากาศเมื่อคุณวางแผนการเดินทางของคุณ ญี่ปุ่นมีฝนตกมากบางเดือน การเผชิญหน้ากับไต้ฝุ่นเป็นอีกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในฤดูไต้ฝุ่น เพราะฉะนั้นเตรียมร่ม เสื้อกันหนาวและกันฝน ยาแก้ไข้ แก้ไอไปด้วยจะเป็นการดีที่สุด

3. คุณจะหาทางออกรถไฟไม่เจอ

หาทางออหไม่เจอ

สถานีรถไฟญี่ปุ่นมีความซับซ้อน ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ที่สำคัญคือต้องทราบว่าทางออกที่คุณต้องใช้คือทางไหนหากคุณมีปลายทางที่เฉพาะเจาะจงในใจคุณอยู่แล้ว คุณจะเสียเวลาในการพยายามหาทางออกอย่างสิ้นหวัง และถ้าคุณใช้ทางออกผิดอีก รับรองขาลากกันไปข้าง แน่ๆ

แม้ว่าคุณจะไม่มีปลายทางที่เฉพาะเจาะจง คุณอาจจบลงด้วยความน่าเบื่อของการหลงทางและร้านที่ไม่ได้อร่อย หรือบรรยากาศตามที่คาดหวังได้ สถานีใหญ่ๆในประเทศญี่ปุ่นมีแผนที่และออกเป็นแผ่นพับคู่มือเวลาซื้อตั๋ว ก็หยิบๆมาแล้วใช้เวลาสักครู่เพื่อตรวจสอบคู่มือก่อนออกจากสถานีหรือแอพนำทางเทียบดูเป็นการดีสุดนะจ๊ะ

4 ย่านชั้นนำมีสิ่งล่อตาล่อใจและทำลายสมาธิเกินไป

แสงสีล่อใจในชินจุกุ

ย่านที่มีความสำคัญ เช่น ชินจูกุมันค่อนข้างมีสิ่งล่อตาล่อใจมากเกินไป ผู้มาเยือนส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกสนุกสนานตามสิ่งต่างๆที่มากระตุ้น  คนอื่น ๆ อธิบายว่ามันถึงขั้นครอบงำและเป็นย่านที่อันตรายในญี่ปุ่นอันดับต้นๆเลยทีเดียว ถ้าคุณอยากรู้สึกสบาย ๆ ละก็ในโตเกียวยังมีย่านที่เงียบสงบมากมาย ลองไปเดินดู ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณเลย และชีวิตการเที่ยวคุณก็จะสงบและเห็นความงามของญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น 

5. คุณจะสุ่มเกินไป

การเดินเล่นรอบ ๆ อาจสนุก แต่การวางแผนมักทำงานได้ดีในญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น สถานบันเทิงยามค่ำคืนอาจเป็นเรื่องยากที่จะหาได้และคุณอาจต้องไปที่ไหนสักแห่งด้วยการเดาสุ่ม การเดินแบสุ่มๆ หาร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวน่าจะดีขึ้น ด้วยการหาข้อมูลเพียงเล็กน้อย โตเกียวอาจจะมีร้านอาหารกว่า 100,000 ร้าน แต่ก็ยากที่จะหาร้านที่อร่อยและถูกปาก เพราะฉะนั้นหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น มิชิลินไกด์ เป็นต้น

6. คนจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นของคุณ

คนจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นของคุณ

ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น หลักๆคือภาษายกเว้นกรณีที่การออกเสียงของคุณนั้นตรงเป๊ะแบบเดียวกับคนญี่ปุ่น (ยากมาก) ทุกคนอาจไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นที่คุณจดจำมาแล้วนำมาใช้ ขอแนะนำว่าให้เน้นการเรียนรู้คำสองสามคำที่มีไว้แก้ปัญหาได้ ดีกว่าจะเรียนรู้คำศัพท์ที่ครอบคลุมสำหรับการเดินทางของคุณเยอะแยะไปหมด พอนำมาใช้ก็พูดออกเสียงผิดๆ ถูก ซึ่งยากที่จะเข้าใจกว่าการพูดคำหลักๆ

7. ภาษาอังกฤษจะไม่เวิร์ค

อย่าคิดว่าคนจะพูดภาษาอังกฤษในญี่ปุ่น นี่หล่ะคือ ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าคุณต้องการใช้ภาษาอังกฤษให้พูดช้าๆและใช้พลังของภาษากายเป็นหลัก หลีกเลี่ยงวลีที่ซับซ้อน วลีภาษาญี่ปุ่นที่คุณจำมาใช้สามารถช่วยได้มาก

คนจะมีโอกาสที่จะเข้าใจภาษาอังกฤษของคุณ เมื่อพวกเขาเห็นว่าคุณพยายามที่จะพูดภาษาญี่ปุ่นบ้าง อย่างน้อยก็ผสมภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษเข้าด้วยกัน เช่น ถ้าคุณต้องการถามหาสถานีรถไฟก็ใช้ คำว่า “Train Station doko?” ประมาณนี้อ่ะ เข้าใจนะ

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

8. คุณจะตกใจกับใบเรียกเก็บเงิน

เปล่านะครับไม่ใช่ราคา เพราะญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไป อย่างไรก็ตามสิ่งที่ราคาถูกในประเทศของคุณอาจมีราคาแพงในญี่ปุ่นก็ได้ และในทางกลับกัน ตัวอย่างเช่น รถแท็กซี่มีราคาแพง แต่อาหารไม่เลว (เทียบกับคุณภาพ) โปรดจับตาดูแท็บที่วิ่งมาในหน้าจอทีวีคาราโอเกะของคุณ เพราะมันอาจแพงหูฉี่ ในขณะที่คุณกำลังเมามันส์กับการประสานเสียงอยู่ได้ หากตุณไม่ระมัดระวังอาจหมดตัวได้เลยทีเดียว สถานบันเทิงยามค่ำคืนของโตเกียวได้รับการออกแบบมาเพื่อระบายเงินคุณโดยเฉพาะอยู่แล้ว โปรดระวัง ขอบอก อิอิ

9. คุณจะไม่สามารถสั่งซื้อได้

เมนูญี่ปุ่นล้วน

เมนูร้านอาหารอาจเป็นภาษาญี่ปุ่น ในหลาย ๆ กรณีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นในเมนูจะเก๋มากและอ่านยาก ร้านอาหารบางร้านมีรูปแบบเมนูพลาสติกวางเป็นเล่มๆ ถ้าโชคดีคุณอาจสามารถสั่งซื้อโดยการชี้ หากไม่ใช่แล้วแย่ที่สุด อาจคุณสามารถสั่งซื้อสินค้าแบบสุ่มเดาเอาเลย มันก็จะเป็นอะไรที่หรรษามากเพราะคุณจะได้กินอะไรที่ไม่อยากกินและจะหมดสนุกไปเปล่าๆ

10. คุณจะกินอะไรที่ลึกลับ

อาหารเซ็ทญี่ปุ่น

มีอาหารญี่ปุ่นหลายพันแบบ คุณอาจสั่งซื้อบางอย่างแล้วตระหนักว่าไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดไว้ อาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศ เช่น kaiseki อาจรวมถึงส่วนผสมที่มีความลึกลับแม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นอาจยังไม่รู้จัก เช่น พืชผักพื้นบ้านประจำถิ่นคุณอาจเจอในร้านตามต่างจังหวัดครับ

หากคุณมีอาการแพ้อาหารหรือมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารแล้ว ควรเลือกอาหารที่คุณรู้จักจะดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมพร้อมที่จะสอบถามไกด์ของคุณ (หรือคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่น) การเดาอาจจะเกิดความยุ่งยากกว่าที่คุณคิด ภายหลังก็ได้นะ

11. คุณจะกินอะไรที่คุณไม่ชอบ

ญี่ปุ่นมีอาหารป่าบางชนิดที่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้เยี่ยมชม เช่น ปลาซาซิมิดิบหรือหอยสังทะเล (ขมมาก แอดลองมาแล้ว เยื้ย คิดแล้วขมคอเลย)

12. คุณจะใช้พลังงานเป็นจำนวนมากในการหาผัก

ชาวญี่ปุ่นเพียงไม่กี่คนเป็นมังสวิรัติ เป็นแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยในญี่ปุ่น ตัวอย่าง เช่น คนอาจสันนิษฐานได้ว่ามังสวิรัติสามารถกินปลาได้และถ้าเป็นเช่นนั้นอาหารมังสวิรัติก็หาได้ง่าย แต่ร้านอาหารมังสวิรัติจริงๆหาค่อนข้างหายาก แต่ถ้ากินปลาได้ ก็หาร้านหาอาหารญี่ปุ่นแบบรวมๆ ทำได้หลายอย่างก็จะพอเอาชีวิตรอดได้

รถนำเที่ยวญี่ปุ่น

13. คุณจะทำอะไรแปลก กับตะเกียบของคุณ

ข้อปฏิบัติในการใช้ตะเกียบที่ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีมารยาทในการใช้ตะเกียบที่เอาค่อนข้างเป็นจริงเป็นจัง อย่างมาก การวางตะเกียบ การคีบอาหาร ก็ควรจะศึกษาไว้นิดนึงนะ จะได้ไม่เป็นที่เพ่งเล็ง

14. คุณจะรู้สึกแปลกตา (Underdressed)

เมื่อพูดถึงแฟชั่นญี่ปุ่นแบบจ๋าๆ แต่งตัวในแนวที่ตัวเองชอบ มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างมากแล้ว นักท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวมักจะมองไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าคุณจะใส่ใจหรือไม่ก็เป็นที่ไม่เป็นเรื่องเฉยๆแหละ แต่ถ้าคุณรู้สึกสบายเหมือนอยู่ในช่วงวันหยุดก็ปล่อยๆไปเลย อย่าไปสนใจมาก

15. ยูกะตะของคุณจะกลับทางหน้าหลังหรือสลับซ้ายขวา

การใส่ยูกะตะ

ถ้าคุณอยู่ในเรียวกังหรือเข้าร่วมงานเทศกาลคุณอาจต้องสวมยูกาตะ ต่อไปนี้เป็นวิธีใส่ยูกาตะ

16. คุณจะช็อกคนด้วยเท้าของคุณ

คุณจะต้องถอดรองเท้าออกที่ร้านอาหารญี่ปุ่น วัด ศาลเจ้าและที่พักอาศัย คุณอาจจะอับอายจนเป็นปัญหาระดับชาติได้ หากคุณไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียม

17. คุณจะหายไปในเรียวกังของคุณ

เรียวกังเป็นมากกว่าโรงแรม มันคือเป็นพิภพเล็ก ๆ บนโรงแรมตัวเอง สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจถึงจุดเด่นของการอยู่รอดของเรียวกังก่อนการเดินทางของคุณ

18. คุณจะคำนับผิดทั้งหมด

การคำนับของญี่ปุ่นมีหลายแบบ คุณสามารถเข้าถึงได้หรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าคุณรู้จักการคำนับที่ถูกต้องคุณก็จะได้รับการยอมรับจากคนญี่ปุ่น วิธีที่ถูกและผิดลองดูกัน

19. คุณจะไม่สามารถนั่งได้

ตำแหน่งนั่งแบบดั้งเดิมอาจเป็นความท้าทายสำหรับผู้มาเยือนจำนวนมาก ลองดูไหมครับว่าไขข้อยังดีอยู่ไหม อิอิ

20. คุณจะพลาดรถไฟขบวนสุดท้ายของคุณ

โตเกียวอาจเป็นเมือง 7/24 แต่รถไฟขบวนนี้สิ้นสุดลงค่อนข้างเร็ว ดูตารางได้

21. คุณจะนั่งรถไฟผิดทาง

ปัญหาเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น หลักๆอีกอย่าง คือระบบรถไฟของประเทศญี่ปุ่นมีความซับซ้อนและกว้างขวาง ในกรุงโตเกียวมีบริษัทรถไฟหลายแห่งที่ให้บริการหลายร้อยสาย แม้ว่าคุณจะได้พบกับแพลตฟอร์มที่เหมาะสมแล้วก็ตาม (Google Map) แต่ก็ยังมีรถไฟด่วน รถไฟด่วนด่วนแ ละรถไฟท้องถิ่นที่มีข้อจำกัด อีกมากต้องศึกษาก่อนนะครับ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใช้เครื่องมือค้นหาเส้นทางเพื่อทำลายความซับซ้อนนี้ลง และวางกำหนดการเรียบร้อยแล้วนะ ไม่งั้นแอดจะรู้สึกเสียดายเงินและเวลาที่เสียไปกับการนั่งรถไฟผิดๆ ถูกๆ

22. คุณจะหลงทางแม้จะมีแผนที่ในมือ

เมืองญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นกลุ่มตามที่ชื่อและหมายเลข ใช้เพื่อนำทางแทนที่จะใช้ชื่อถนน นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ในการตามหาจุดหมายถ้าเค้าไม่ลงรายละเอียดไว้ใน Google Map

23. คุณจะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าที่จะขับรถระหว่างเมืองใหญ่ๆ

บ่อยครั้งที่การขับรถหรือใช้บริการรถแท็กซี่จะมีความสะดวกสบาย แต่สำหรับราคาความเร็วและราคามันสวนทางกันโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น การขับรถจากกรุงโตเกียวไปยังเกียวโตถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมาก

ญี่ปุ่นมีทางหลวงที่สวยงามหลายแห่ง อย่างไรก็ตามทางหลวงส่วนใหญ่ที่เชื่อมต่อเมืองสำคัญ ๆ การที่เราจะใช้วิธีขับรถเพื่อสำรวจพื้นที่ต่างๆและพื้นที่ชานเมืองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะสะดวกกว่าใช้รถไฟอย่างยิ่ง

24. คุณจะขับรถเหมือนคนบ้าและประหลาดในสายตาของรถคันข้างๆ

การขับรถในญี่ปุ่นนี่แหละมันไม่ง่าย แม้ว่าคุณจะสามารถขับรถในญี่ปุ่นได้โดยใช้ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (IDP) ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถขับรถเองได้เลยในญี่ปุ่นนะครับ ทางที่ดีคุณควรศึกษาสัญญาณจราจรและกฎเกณฑ์ที่ต่างกันของญี่ปุ่นไว้บ้าง ถนนและทางหลวงของญี่ปุ่นอาจแคบมาก ถนนบนภูเขาอาจบิดเบี้ยวและอันตราย เตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายครั้งใหม่ของคุณได้เลย หากคุณเลือกที่จะขับรถเที่ยวเอง

25. เตียงของคุณจะแข็ง

ฟู๊กญี่ปุ่น

เตียงและที่นอนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจะหนักกว่าที่คุณคาดไว้ นักเดินทางส่วนใหญ่จะปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่บางคนที่มีปัญหากับการนอนเตียงแบบนี้ ก็เป็นปัญหาคนคุณเองแล้วหล่ะ เพราะแทบทุกที่เหมือนกันหมด สำหรับฟู๊กญี่ปุ่น

26. บัตรเครดิตของคุณจะใช้ไม่ได้

บัตรเครดิต หรือบัตรอื่นๆของธนาคารในญี่ปุ่นจะมีไม่กี่เครื่องที่ยอมรับบัตรของธนาคารต่างประเทศ ชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินสดให้กับสิ่งต่างๆ แม้ปัจจุบันบัตรเครดิตรายใหญ่ๆได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามควรพกเงินสดให้เพียงพอเป็นเวลาหลายๆ วัน และอย่าลืมแจ้งธนาคารของคุณว่าคุณจะใช้บัตรของคุณในประเทศญี่ปุ่นเพราะเค้าอาจยกเลิกธุรกรรมได้

27. คุณจะทำร้ายผู้คนด้วยกระเป๋าเดินทางของคุณ

เป็นความคิดที่ไม่ดีที่จะพยายามนำถุงขนาดใหญ่มาด้วยขณะใช้บริการรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วน ควรพิจารณาส่งกระเป๋าขนาดใหญ่ของคุณโดยบริการจัดส่งที่สะดวกมากๆ ของประเทศญี่ปุ่นซะจะเป็นการดีที่สุด หรือใช้บริการรถตู้รับส่งไปและกลับจากสนามบินไปโรงแรมก็จะพอตอบโจทย์ได้บ้าง

28. คุณจะเจอกับแผ่นดินไหว

สถิติแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ของโลกเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงและเตรียมตัว เพราะจะไปเที่ยวแล้วก็แค่เตรียมตัว เตรียมใจ เพราะไงก็มีตั้ง 70 กว่าวันที่จะเกิดแผ่นดินไหวใน 1 ปี ถ้าโชคดีอาจได้รับประสบการณ์ใหม่ๆครับ

29. ยาคุณจะหมดและหายาไม่ได้

ร้านขายยาญี่ปุ่น

ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในญี่ปุ่นแตกต่างกันมากจากประเทศอื่น สิ่งที่คุณควรทำคือ นำสิ่งที่คุณต้องการใช้มาด้วยเป็นการดีที่สุด

30. คุณจะเสียใจถ้ามีความคาดหวังเพราะมันจะไม่ได้รับการตอบสนอง

ลดความคาดหวังในการมาเที่ยวญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่เกินไปและอาจมีสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้ดู หรือได้ใช้บริการในแนวทางตามความคาดหวังของคุณ ไม่ว่าคุณจะคาดหวังอะไร ญี่ปุ่นน่าจะทำให้คุณประหลาดใจ ไปกับความที่อาจไม่ได้ดั่งใจ ตามที่กล่าวมาในทุกข้อ การทำใจให้เปิดกว้างคุณจะได้รับความสนุกสนานกับการเดินทางของคุณ

นักเดินทางที่มีความสนุกสนานมากที่สุดในญี่ปุ่น ล้วนมาญี่ปุ่นแบบเจาะลึกแสวงหาความต่างและความคาดหวังจะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันนั่นเอง

ถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ก็ช่วยแชร์เพื่อเป็นกำลังใจกับทีมงานด้วยครับผม สุดท้ายทีมงานขอให้ท่านได้รับความสนุกสนานเวลามาเที่ยวญี่ปุ่นกันนะครับ ด้วยความหวังดี EIYAIDA

10 สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น ที่นิยมทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

10 สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องความเคารพต่อสัตว์และสุนัขก็ไม่มีข้อยกเว้น เรื่องราวความจงรักภักดีและความกล้าหาญที่ยอดเยี่ยมของหลายสายพันธุ์พื้นเมืองในประเทศญี่ปุ่น ได้รับการกำหนดให้เป็นสมบัติประจำชาติและ สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น ที่นิยมไปแล้ว

สุนัขพันธุ์ญี่ปุ่นบางชนิดเช่น Akita และ Shiba Inu ได้เติบโตขึ้นทั่วโลกและสามารถพบเห็นได้ง่ายผ่านพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างไรก็ตามส่วนใหญ่หาได้ยากและพบเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

การส่งออกเป็นไปได้ แต่มีราคาแพงและยาก หนึ่งสายพันธุ์ Sakhalin Husky สุนัขเลื่อนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Karafuto Ken เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว เรื่องจริงของสุนัขสองสายพันธ์ ได้แก่ Karafutos Taro และ Jiro ที่รอดชีวิตมาได้เพียงลำพังในแอนตาร์กติกเป็นเวลาหนึ่งปีเป็นภาพยนต์ดิสนีย์เรื่อง “Eight Below” ในปี 2006

เพื่อให้คุณเห็นคร่าวๆของสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีความนิยมกัน

1.Akita

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Akita Inu

หนึ่งใน สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Akita นับถือจากความจงรักภักดีของมัน Akitas เป็นสายพันธ์ที่มาจากทางภาคเหนือของประเทศถือเป็นสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

Akita ตัวแรกที่ได้มีการมอบให้กับชาวต่างชาติ (สหรัฐอเมริกา) คือสุนัขชื่อ Kamikaze-go มอบให้กับเฮเลน เคลเลอร์ (Helen Keller) นักเขียนและนักมนุษยธรรมชาวอเมริกันเป็นของขวัญหลังจากที่เธอมาญี่ปุ่นในปี 1937

สายพันธุ์นี้น่ารักไม่แพ้กับเจ้าหมาชิบะเลย มีความคล้ายคลึงกันแต่ต่างกันค่ะ เอกลักษณ์ของพันธุ์นี้คือมีสีขาวและน้ำตาลอ่อน นิสัยมีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่ามีอนุศรรูปปั้นของสุนัขพันธุ์นี้อยู่ เจ้าสุนัขที่ดังไปทั่วโลกอย่าง “ฮาจิโกะ” ที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ที่ชิบูย่านั่นเอง

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

2.Shiba Inu

สุนัขสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม - Shiba Inu

Shiba Inus เป็นสายพันธุ์ขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกับ Akitas ถือว่าเป็นหนึ่งใน สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น และเป็นสายพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่เดิมถูกเลี้ยงขึ้นเพื่อล่าสัตว์ สุนัขเหล่านี้เป็นสุนัขที่อยู่อย่างอิสระและเข้มแข็งและต้องการการฝึกอบรมที่ดี เสียงกรีดร้องเหมือนปกติที่พวกเขาทำเรียกว่า Shiba scream

3.Shikoku Inu

สุนัขสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม - Shikoku Inu

ชื่อที่ตั้งตามสถานที่ที่มาจากสุนัขเหล่านี้ มาจากพื้นที่ที่เป็นภูเขาของเกาะชิโกะกุ อีกสายพันธ์ที่นิยม Shikoku Inu เป็นสุนัขขนาดกลางที่มีหูที่เต็มไปด้วยหนามและหางโค้ง Shikokus มีความชาญฉลาดและเป็นอิสระอย่างไม่น่าเชื่อ นี่ทำให้มันยากที่จะฝึกอบรม สุนัขพันธ์นี้หายากมาก แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่น

รถนำเที่ยวญี่ปุ่น

4.Kai Ken

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Kai Ken

Kai Ken เดิมเป็นสุนัขป่าจากจังหวัด Kai บนเกาะ Honshu สายพันธุ์นี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในสหรัฐอเมริกาจนถึงปี 1990 น้อยกว่าพันธุ์อื่นๆในญี่ปุ่นที่เป็นอันตราย

Kai เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ Kai Ken มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ลักษณะของสุนัขคาอิเคนจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะคือ ชิกะงาตะ ที่ขาทั้ง 4 ข้างเรียวยาว กับ อิโนชิชิงาตะ ที่ขาจะดูป้อมๆ ซึ่งคาอิเคน ส่วนใหญ่ในปัจจุบันแทบจะเป็นแบบชิกะงาตะเกือบทั้งหมด และสุนัขพันธุ์นี้ยังมีชื่อเล่นว่า สุนัขลายเสือเนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีขนลายเสือขึ้นจนเห็นเด่นชัด

นอกจากนี้ มีความดุดัน ปราดเปรียว ว่องไวตามลักษณะของสายเลือดนักล่า และค่อนข้างดุกับคนแปลกหน้า

5.Japanese Terrier

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Japanese Terrier

เป็นพันธุ์ที่หายากเป็นเทอร์เรียชาวญี่ปุ่น เป็นลูกหลานของสุนัขจิ้งจอกที่มีขนยาว ซึ่งถูกนำตัวมายังจากประเทศเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 17 สุนัขพันธ์นี้ได้รับการผสมพันธ์กับสุนัขญี่ปุ่นพื้นเมืองส่งผลให้มี lapdog ขนาดเล็กที่มีขนสั้นเรียกว่าเทอร์เรียญี่ปุ่น และลักษณะประจำสายพันธ์เทอร์เรีย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดเพราะมันสนุกสนานและมีพลัง ร่าเริงตลอดเวลา

6.Tosa Inu

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Tosa Inu

Tosa มีชื่อเล่นว่า mastiff ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่มาจากอ่าว Tosa บนเกาะชิโกกุ สุนัขทำงานนี้เป็นที่รู้จักเนื่องจากมีความสามารถทางกีฬา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเหล่านักรบขนาดใหญ่เกือบจะสูญพันธุ์ เดิมเป็นพันธุ์ที่ต่อสู้ ปัจจุบัน Tosa นิยมนำมาเฝ้าบ้านและสุนัขยามที่ดีนั่นเอง

7.Japanese Spitz

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Japanese Spitz

ประเภทสุนัขขนาดเล็กนี้ คือ สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนและสัตว์เลี้ยง มีหน้าอกลึกและขนหนาสองชั้นสีขาวบริสุทธิ์ หางยาวปกคลุมไปด้วยเส้นขนยาวและยังมีรอยย่น มีรายงานการเกิดใหม่ของสายพันธ์ในประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ 1920-1930 เพื่อให้เกิดความสวยงามและลดบริเวณรอยย่นที่เป็นข้อด้อย จึงมีการผสมข้ามพันธุ์กับ Spitz ชนิดอื่น ๆ อายุขัยเฉลี่ย 12-16 ปี

สปิทซ์มีความกระตือรือร้น จงรักภักดีและเป็นสัตว์เลี้ยงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับความกล้าหาญความรักและความมุ่งมั่น พวกมันเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งเพื่อนที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและเด็กเล็กอีกด้วย

8.Hokkaido Ken Dog

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Hokkaido Ken Dog

ฮอกไกโดเป็นสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่หาได้ยาก และเป็น สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น มันไม่ได้เป็นที่รู้จักโดยสมาคมสุนัขอเมริกันและแทบจะไม่เคยเห็นนอกประเทศญี่ปุ่น สุนัขเหล่านี้ได้รับการยกย่องให้เป็นชื่อของชนเผ่าโบราณที่นำบรรพบุรุษของสายพันธุ์มีมาในญี่ปุ่น ฮอกไกโดเป็นสุนัขขนาดกลางที่รู้จักกันดีในด้านร่างกายแข็งแรงและชาญฉลาด

9.Kishu Ken

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Kishu Ken

ชื่อที่ตั้งตามภูมิภาคที่เป็นแหล่งกำเนิดของสายพันธ์ (Kishu) ซึ่งเป็นพันธุ์แรกของญี่ปุ่น Kishu มีขนาดกลางและเป็นสุนัขที่เงียบสงบ Kishus ได้มีในญี่ปุ่นนับพัน ๆ ปีแล้วและถูกนำมาใช้สำหรับการล่าสัตว์ แม้ว่าหัวรุนแรงไปนิด แต่ความจงรักภักดีไม่เป็นสองรองจากพันธ์ไหนๆในญี่ปุ่น

Kishus ต้องการการฝึกอบรมที่ดี จึงจะสามารถทำตามคำสั่งอย่างรู้ภาษา หรือที่เราเรียกว่า “แสนรู้” Kishuยังมีนิสัยขี้อาย ชอบซ่อนตัวและมีความสันโดด ในปี 1934 ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์สงวน และกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์ของความทรงจำของธรรมชาติของญี่ปุ่น” 

สุนัขพันธุ์คิชูอินุ เป็นพันธุ์สุนัขดั้งเดิมของ 3 จังหวัดบนคาบสมุทรคิอิ ได้แก่ จังหวัดวาคายามะ มิเอะ และนาระ ว่ากันว่าเกิดมาจากสุนัขดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในแถบคาบสมุทรคิอิกับหมาป่า โดยมีตำนานเล่าว่า มีหมาป่าบาดเจ็บตัวหนึ่งได้รับการรักษาจากนายพราน หมาป่าจึงทดแทนบุญคุณด้วยการมอบลูกให้ ซึ่งลูกหมาป่าตัวนั้นก็ผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขอื่นจนเป็นของคิชูอินุในเวลาต่อมา 

10.Sakhalin Husky

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่นที่นิยม - Sakhalin Husky

อาจเรียกว่า Karafuto-Ken ซึ่งเป็นสุนัขประเภทนี้ใช้เป็นสุนัขลากเลื่อน เป็นแบบ spitz ผสมกับหมาญี่ปุ่นตัวอื่น ๆ เช่น Akita Inu หูมีขนาดเล็กแหลม มันสามารถพบได้หลายสี และขนหนามาก ส่วนขนชั้นในหนามากและละเอียดนุ่นมากเช่นเดียวกับสุนัขที่กรีนแลนด์ขั้วโลกเหนือ

สุนัขสายพันธ์ญี่ปุ่น ประเภทนี้ได้รับความนิยมด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์ 1983 Nankyoky Monogatari เกี่ยวกับ Taro และยัง Jiro, 2 Sakhalin Huskies ที่กลายเป็นวีรบุรุษหลังจากที่ทนอยู่ในแอนตาร์กติกาเป็นเวลาหนึ่งปีกับอาหารที่หายากและขาดแคลน หลังจากเสียชีวิตซากของมันได้ถูกเก็บไว้อย่างดีเพื่อเป็นตัวอย่าง ตั้งอยู่ในหอทดลองทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติที่อุเอะโนะโตเกียว นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นในเมืองนาโกย่าอีกด้วย

5 ข้อดีของการ เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ ที่มีใบอนุญาตประกอบการธุรกิจนำเที่ยวถูกกฎหมาย

เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ

การ เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ หรือ บริษัทนำเที่ยวต่างๆที่ประกอบการในราชอาณาจักรไทย หลายคนอาจเกิดไม่มีความมั่นใจในการจ่ายเงิน หรือใช้บริการ เนื่องจากมีการเท กันครั้งใหญ่ของซินแสโชกุณ จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่ออาชีพและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว วันนี้เรามาแนะนำข้อดีและวิธีตรวจสอบธุรกิจ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ทุกท่านครับ

แผนที่ญี่ปุ่น By Eiyaida - Jazz Up Your Journey

ข้อดี 5 ข้อของการ เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

  1. การมีเลขใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นเครื่องมือยืนยันที่ดีถึงความถูกต้องตามกฎหมาย
  2. มีประกันภัยการเดินทาง คุ้มครอง ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นเครื่องที่ประเทศต้นทาง จนถึงขากลับลงเครื่องที่สนามบิน ทุนประกันกรณีเสียชีวิตสูงถึง 1,000,000 บาท เบิกได้เต็มไม่ซ้ำซ้อน
  3. มั่นใจว่าจะไม่มีการโกงเกิดขึ้น เนื่องจากกรมการท่องเที่ยวได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าบริษัทมีตัวตนจริง ได้เปิดทำธุรกิจตามที่ยื่นขออนุญาตจริง
  4. หากมีการเบี้ยวไม่มารับตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้
  5. ผู้ประกอบการที่มีการประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัท จะมีระบบการจัดการ มีทีมงานที่ช่วยในการอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอนในการเดินทาง เช่น การวางแผนเส้นทางการท่องเที่ยวด้วยทีมงานที่มีประสพการณ์ การจองโรงแรม การติดต่อกับสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งอาจมีโปรโมชั่นส่วนลดค่าเข้าสถานที่มาให้นักท่องเที่ยวเป็นกำไรอีกด้วย

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท่านแน่ใจและมั่นใจ ในการใช้บริการ แม้ว่าราคาจะแพงกว่าการใช้บริการจากเช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ ที่ไม่มีใบอนุญาตนิดหน่อย แต่เมื่อนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว จะรออะไรครับตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ตัดสินใจใช้บริการกับทีมงานมืออาชีพ ตัดสินใจเลือกบริษัทที่มีครบ 5 ข้อนี้ดีที่สุด

บริการรถนำเที่ยวญี่ปุ่น

ลดปัญหาที่จะเกิดตามมาจากการใช้บริการกับสถานประกอบการ หรือ บุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ถูกต้องวันนี้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานของการบริการนำเที่ยวที่ดี ตัดสินใจวันนี้ เลือกสิ่งที่ดีให้คนที่ท่านรักกันครับ!!!!

แถมอีกนิด วิธีการตรวจสอบหากท่านต้องการเช็คข้อมูลที่ได้ว่าถูกต้องตามที่บริษัทท่านสามารถทำเองได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนนี้

วิธีการตรวจสอบจากหมายเลขธุรกิจนำเที่ยวของบริษัทที่จะทำการ เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ และความน่าเชื่อถือด้วยวิธีอื่นๆ

  1. เลขที่บัญชีโอนเงินควรตรงกับ ชื่อบริษัท หรือ ชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  2. ขอดู Profile บริษัท เพื่อเช็คผลงานที่ผ่านมา หรืออาจเช็คที่เพจเฟสบุ๊ค ว่ามีคอมเมนท์ที่มีความเสียหายที่เกิดการรีวิวจากผู้ใช้บริการหรือไม่
  3. ถ้าหากไม่เป็นการเสียเวลา ควรไปตรวจสอบออฟฟิศว่ามีตัวตน มีสถานที่จริงหรือไม่ และ ออฟฟิศมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
  4. ท่านสามารถเช็คชื้อบริษัทนำเที่ยวทาง online ได้ที่ http://122.155.9.61:8087/mobiletourguide/info/license/tour

เราจะลองทำให้ดูตามขั้นตอนดังนี้

กรอกหมายเลขประกอบการธุรกิจนำเที่ยว

วิธีตรวจสอบจากหมายเลขนำเที่ยว

จะปรากฎชื่อของธุรกิจให้ตรวจสอบว่าตรงตามใบอนุญาตที่ระบุไว้หรือไม่

การตรวจสอบธุรกิจนำเที่ยว

รายละเอียดจะขึ้นโชว์ว่าจดทะเบียนประเภทไหน ใครเป็นกรรมการ สถานะปกติหรือเป็นอย่างอื่น ที่ตั้งสถานประกอบการระบุตรงกับใบอนุญาตหรือตรงกับที่อยู่ที่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบหรือไม่

รายละเอียดและสถานะของสถานประกอบการ

ประเภทใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว มี 3 ประเภทคือ

  1. นำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ คือ การประกอบธุรกิจการจัดนำเที่ยวในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ที่สำนักงานท่องเที่ยวนั้นตั้งอยู่ และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพื้นที่ติดต่อ
  2. นำเที่ยวในประเทศ ( Domestic ) คือ การประกอบการจัดนำเที่ยวไปสถานที่ต่าง ๆ ทั่วไปได้เฉพาะภายในราชอาณาจักร เท่านั้น
  3. นำเที่ยวต่างประเทศ คือ การประกอบธุรกิจการจัดนำเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในต่างประเทศ ( Outbound ) หรือจัดนำเที่ยวให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปภายในประเทศไทย ( Inbound )

บริษัทนำเที่ยวต้องวางหลักประกันเพื่อประกันความเสียหายอัน อาจจะเกิดขึ้นแก่นักท่องเที่ยว ตามอัตราดังนี้

  • ประเภทนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ 10,000 บาท (จัดนำเที่ยวครั้งละไม่เกิน 20 คน )
  • ประเภทนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ 10,000 บาท ( จัดนำเที่ยวครั้งละกว่า 20 คน )
  • ประเภทในประเทศ 50,000 บาท
  • ประเภทต่างประเทศ ( INBOUND ) 100,000 บาท
  • ประเภทต่างประเทศ (IN-OUTBOUND) 200,000 บาท

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว มีอายุ 2 ปี

ระหว่างดำเนินการอยู่หากพบว่ามีความผิดจากการถูกร้องเรียน เรียกค่าเสียหายบริษัทจะต้องชดใช้ให้ผู้เสียหายทันที หากไม่ชดใช้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ททท. จะหักเงินค้ำประกันที่วางไว้ จ่ายให้ผู้เสียหายต่อไป นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จะมีอำนาจสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้โดยจะพิจารณาและวินิจฉัยความ เหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักเดินทางและบริษัทต่างๆ ในการตัดสินใจเลือก เช่ารถในญี่ปุ่นพร้อมคนขับ รถตู้ รถมินิบัส หรือ รถบัส สำหรับทริปการเดินทางของทีมงาน หรือ ญาติสนิทมิตรสหายของท่าน รวมทั้งเป็นการแนะนำและสนับสนุนแก่สถานประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการจับจ่ายซื้อหาทัวร์ หรือ เช่ารถพร้อมคนขับในต่างประเทศอีกด้วยครับ ^^

หลักเกณฑ์ในการเลือกอีกข้อเพิ่มเติม คือ นอกจากจะดูหลักฐานต่างๆ และดูเงื่อนไขว่ามีครบทั้ง 5 ข้อที่ให้ไว้ ยังต้องดูช่องทางติดต่อทางเฟสบุ๊คว่ามีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เว็บไซด์มีความเคลื่อนไหวไหม มีการลงบทความหรือการทำกิจกรรมบนเว็บและโลกบนโซเชียลอย่างต่อเนื่องและเป็นจริงเป็นจังแค่ไหน ซึ่งมันจะเป็นข้อมูลเรียลไทม์ที่มีความสำคัญยิ่ง ว่าเค้ายังคงอยู่รอด เค้ายังมีการดำเนินการอยู่

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านท่องเที่ยวทั้งในญี่ปุ่นและที่อื่นๆ อย่างมีความสุข และเราจะดูแลให้การเดินทางของท่านราบรื่นที่สุด เรียกว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านให้ความอนุเคราะห์และให้การสนับสนุนเรามา ณ วันนี้ บริการของเรามีหลากหลาย ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินกับโปรแกรมทัวร์ที่ออกแบบโดยทีมงานมืออาชีพของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นสัมมนา ดูงานทั้งในและต่างประเทศเรายินดีให้บริการ

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัวบริการรถรับส่ง(โรงแรม – สนามบิน) รถนำเที่ยวทุกขนาด ไกด์นำเที่ยวส่วนตัว จัดกร๊ปทัวร์แบบส่วนตัวทั้งกรุ๊ปเล็กหรือกรุ๊ปใหญ่ ปัจจุบันเราให้บริการได้ ที่ญี่ปุ่น ยุโรป (England Base) ไต้หวัน ประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศไทย

เรายินดีเป็น Land Operator สำหรับบริษัททัวร์ที่สนใจทำโปรแกรมตามที่ระบุในพื้นที่ให้บริการ

สอบถามวางโปรแกรมฟรี : ไพรเวททัวร์ญี่ปุ่น

ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้นแบบไม่ง้อทัวร์

วีซ่าเชงเก้นเป็นวีซ่าที่ใช้ในการเข้าออกได้หลายๆประเทศในสหภาพยุโรป อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน แต่เมื่อเราต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวเอง โดยไม่ต้องการซื้อทัวร์กลับเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋ว โรงแรม หรือ ตั๋วรถไฟ Continue reading “ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้นแบบไม่ง้อทัวร์”

19 ประเทศที่เข้าไทยแบบ On Arrival ได้

รายชื่อประเทศที่สามารถขอยื่นเรื่องทำ Visa on Arrival ได้มีอะไรบ้างเรามาดูกัน

แต่ก่อนอื่นเราต้องมาดูคุณสมบัติของผู้ที่สามารถยื่นเรื่องได้กันเสียก่อน

Continue reading “19 ประเทศที่เข้าไทยแบบ On Arrival ได้”

6 เทคนิคการ จัดกระเป๋าเดินทาง ให้เบาขั้นเทพ

จัดกระเป๋าเดินทาง

[vc_row][vc_column][vc_column_text]เรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดในการเดินทางแต่ละครั้งคือการ จัดกระเป๋าเดินทาง นี่แหละ! ต้องใช้เวลาตั้งสติ และสมาธิอยู่นานเพื่อตอบคำถามให้ตัวเองว่า “ต้องเอาอะไรไปบ้าง?” บางคนพลาด ไปเที่ยวแค่ 2-3 วัน แต่เอาของไปเหมือนเที่ยวสิบวัน แน่นอนว่าคุณคงไม่สนุกหรอกถ้าต้องแบกกระเป๋าหนักๆ ไปเที่ยว ชี้ช่องรวยจึงมีเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางมาฝาก

1. จดรายการของที่จำเป็นเท่านั้น

สิ่งของชิ้นนั้นจำเป็นหรือไม่ ให้คำนึงสถานที่ที่จะไป เช่น ถ้าไปแบบสมบุกสมบัน อุปกรณ์บางอย่างอาจมีไม่พร้อมเหมือนนอนโรงแรมทั้งหลาย การไปกางเต๊นในป่าหน้าหนาว อุปกรณ์อะไรที่ควรเอาไป แน่นอนผ้าห่ม ผ้ากันฝน จะไปหาซื้อที่ไหนกลางทางมีไหม ทางที่ดีที่สุดคือ เอาใส่ไปตั้งแต่แพคกระเป๋านี่แหละ ง่ายที่สุด

2. เลือกเสื้อผ้าให้เป็น

กางเกงตัวเดียวใส่กับเสื้อได้สารพัด แต่ถ้าต้องมีเปียก เลอะ เผื่อชุดที่ต้องเปลี่ยนเวลาเปรอะติดไปด้วย หรือ ถ้าต้องพกชุดสวย-หล่อ ใส่งานเลี้ยงตอนเย็น ก็ควรเป็นชุดที่ผ้าไม่ยับง่าย ถ้าเป็นสูทไม่ควรใส่กระเป๋าอย่างยิ่ง นอกจากจะกินพื้นที่แล้วยังยับง่ายอีกด้วย

3. รองเท้าก็เช่นกัน

ควรเลือกรองเท้าที่สามารถใส่ได้ทุกสถานการณ์ จะใส่คู่กับชุดไหนก็หล่อ สวยได้ ช่วยประหยัดเนื้อที่ได้เยอะ หากจะพกแตะบางๆ เบาๆ ก็พอแทรกพื้นที่ตามซอกได้สบายๆ แต่ถ้าจำเป็นกี่จะต้องมีรองเท้ามากกว่า 2 คู่ ก็คงเป็นภาระหนักที่จะต้องเลือกกระเป๋าให้มีขนาดและช่องเก็บที่มากพอจะเก็บรองเท้าแยกจากเสื้อผ้า 

4. แบ่งครีมประทินผิวทั้งหลาย

กรณีนี้หากใครที่รักการดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ อย่างัดครีมไปทั้งบ้าน ให้ซื้อขวดแบ่งไซน์เล็กที่หาซื้อได้ตามห้างฯ ทั่วไป มาแบ่งครีมไปบางส่วน แล้วแพ็ครวมกันใส่กระเป๋าเล็กๆ เพื่อความสะดวกในการยัดใส่กระเป๋า

5. ลำดับความสำคัญของสิ่งของที่จะ จัดกระเป๋าเดินทาง ของคุณ

ไล่จัดของตามวัน เสื้อผ้าที่ใส่วันสุดท้ายอยู่ล่างสุด ของที่จำเป็นต้องหยิบเข้า-ออกบ่อย เช่น หนังสือเดินทาง กระเป๋าสตางค์ เอกสารสำคัญ ให้อยู่บนสุด หรืออยู่ตามช่องที่หยิบได้ง่าย

6. ม้วนเสื้อผ้า

การ จัดกระเป๋าเดินทาง โดยการม้วนเสื้อผ้าแทนการพับจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด และทำให้เสื้อไม่ยับด้วย[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_column_text]

เทคนิคการจัด กระเป๋าเดินทาง กับ EasyLife Tube

[/vc_column_text][vc_raw_html]JTNDaWZyYW1lJTIwd2lkdGglM0QlMjIxMDAlMjUlMjIlMjBoZWlnaHQlM0QlMjI0NTglMjIlMjBzcmMlM0QlMjJodHRwcyUzQSUyRiUyRnd3dy55b3V0dWJlLmNvbSUyRmVtYmVkJTJGOXhTYUNOa0pUdTQlMjIlMjBmcmFtZWJvcmRlciUzRCUyMjAlMjIlMjBhbGxvdyUzRCUyMmF1dG9wbGF5JTNCJTIwZW5jcnlwdGVkLW1lZGlhJTIyJTIwYWxsb3dmdWxsc2NyZWVuJTNFJTNDJTJGaWZyYW1lJTNF[/vc_raw_html][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_column_text]หลังจากจัดกระเป๋าแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องหาวิธีการเดินทางกันแล้ว ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปแบบไปกันเอง ไปกับทัวร์ หรือ จะต้องการความอิสระแต่สบายกว่าการเดินทางเอง การเลือกใช้บริการเช่ารถนำเที่ยวพร้อมคนขับ ก็เป็นทางเลือกอีกทางสำหรับท่านที่มีคนสูงวัยหรือเด็กเล็กๆ เดินทางด้วย สุดท้ายขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ และ อย่าลืมสิ่งสำคัญอีกเรื่องคือ ประกันการเดินทาง[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

14 ประเทศที่ถ้าอยากไปก็วัดดวงเอา (เอกสารต้องพร้อม)

ประเทศที่เปิดให้มีการเข้าประเทศไทยแบบ Visa On Arrival มีหลายประเทศที่สามารถไปได้แบบไม่ต้องยื่นขอวีซ่า แต่ถ้าอยากไปต้องลุ้นเอา เพราะกฎระเบียบประกาศแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตามนโยบาย Continue reading “14 ประเทศที่ถ้าอยากไปก็วัดดวงเอา (เอกสารต้องพร้อม)”