เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่ Switzerland’s International Balloon Festival ใครอยากได้ภาพและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ จัดไปเลยจ้า!!

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่งานบอลลูนนานาชาติ ซึ่งมีมากว่า 40 ปีแล้ว งานจัดขึ้นที่ชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในงานก็จะเห็นบอลลูนที่ได้รับการออกแบบเพื่อการแข่งขันหลายร้อยลูก ทั้งรูปแบบและสีสรรต่างๆ การออกแบบบอลลูนจะเน้นใช้งานได้จริงเท่าที่จะเป็นไปได้ ในงานมีอะไรบ้าง ลองอ่านดูว่าจะตอบโจทย์การท่องเที่ยวของคุณหรือไม่ ไปกันเลย

งานมหกรรมบอลลูนนี้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนคุณคาดหวังอะไรมีกิจกรรมอะไรที่ควรทำการเดินทางแบบไหน

คุณควรคาดหวังอะไร ในการมา เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว

บอลลูน พาราไกด์ และอื่นๆ

ในช่วงเทศกาลคุณจะเห็นลูกโป่งลอยตัวลอยผ่านท้องฟ้ามากมาย แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณจะได้สัมผัส แต่ทางทีมงานของเทศกาลได้เตรียมการบินในหลายรูปแบบ เช่น aerobatic และ paragliders ช่วงแรกๆการลองบินด้วย paraglider จะทำให้คุณวิงเวียนอยู่บ้าง ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าลองไม่น้อย วันที่ 31 มกราคมจะจัดให้เป็นวันสำหรับเด็ก โดยให้เด็กมาใช้บริการได้

การขึ้นบอลลูน

ขึ้นไปบนฟ้าเหนือชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) คุณจะเห็นวิวที่น่าประหลาดใจของภูเขารอบ ๆ ตัวคุณ อีกเรื่องที่ควรทำคือ การจ่ายเงินและจองใช้บริการล่วงหน้า

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัวราคา: CHF 390 สำหรับผู้ใหญ่และ CHF 195 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

การขึ้นบอลลูนในยามค่ำคืน

Night Glowการจัดงานคืองาน Night Glow บอลลูนบางส่วนได้เตรียมพร้อมให้บริการ บอลลูนที่สวยที่สุดและมีลักษณะแปลก ๆ สว่างไสวขึ้นในยามค่ำคืน เสียงเพลง และการจุดดอกไม้ไฟก็ทำให้ได้ภาพที่ยอดเยี่ยม เหมือนธารน้ำไหลดอกไม้ไฟหยดย้อยและสวยงาม

กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อมาในงานเทศกาล

ชมพิพิธภัณฑ์บอลลูน

พิพิธภัณฑ์บอลลูนสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการมาเยือนพิพิธภัณฑ์ชาร์โตว์เดโอเอ็กบอลลูน (Château-d’Oex Balloon) เพื่อเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของบอลลูนในเมืองบอลลูนของโลกแห่งนี้ คุณจะค้นพบเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจเหล่านี้และนำไปใช้กับการผจญภัยในการลองขึ้นบอลลูนที่ยิ่งใหญ่ของเมืองได้ เช่น การเดินทางรอบโลกของ Bertrand Piccard และ Brian Jones ‘จากทั่วโลก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Espace Ballon, Chemin des Ballons 2, 1660 Château-d’Oex, +41 78 723 78 33

เลอชาเล่ต์

ชมการทำเนยแข็งโบราณ

การค้นพบศิลปะการทำเนยแข็งเพื่อทานในหน้าหนาวที่มีความหนาวเย็น และเมื่อได้ทานเนยแข็งแล้วคุณจะหายหนาวเป็นปลิดทิ้งในทันทีที่เลอชาเล่ต์ (Le Chalet) ทุกๆวันชีสเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นประมาณ 20 กิโลกรัมและหลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับงานศิลปะที่เก่าแก่นี้แล้วคุณสามารถทดลองใช้ห้องอาหารออการ์นิค (Le Chalet Organic) ในโรงแรมได้

Route de la Gare 2. 1660 Château-d’Oex, +41 26 924 66 77

สกีหรือสโนว์บอร์ด

ที่ลาดเขาไม่ไกลมากนักจากเมืองชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) มีลานหรือทางลาดกว่า 20 กม. ซึ่งลานนี้เข้าถึงได้ง่ายจากใจกลางเมือง เพื่อให้คุณสามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากงานแสดงบอลลูนในยามว่างและฝึกทักษะการเล่นสกีของคุณอีกด้วย

วิธีเดินทาง

เที่ยวเทศกาลบอลลูนหน้าหนาว ที่เมืองชาร์โตว์เดโอเอ็กบอลลูน (Château-d’Oex) สามารถเดินทางโดยรถไฟได้อย่างง่ายดาย จากเจนีวาใช้เวลาเดินทางสองสามชั่วโมงหรือคุณสามารถนั่งรถไฟสาย GoldenPass อันงดงามจากมอนโทย์ (Montreux) แต่หากคุณเดินทางจากซูริคคุณสามารถเดินทางไปยังชาร์โตว์เดโอเอ็ก (Château-d’Oex) ได้ภายในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงผ่านทางเบิร์น (Berno) หรือใครสนใจใช้บริการรถนำเที่ยวยุโรปก็ลองหาข้อมูลกันได้

รถนำเที่ยวยุโรป

10 ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของยอดเขาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดูแต่ภาพไม่อิน จะฟินกว่า ถ้ามาเอง!!

ภาพวิวทิวทัศน์อันน่าทึ่งของสวิส

หากคุณอยากจะสัมผัสกับ ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของ Matterhorn หรือภูเขารูปฟันชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์จาก Zermatt ยอดเขาเหล่านี้มีภาพอันเป็นแรงบันดาลใจในทุกช่วงเวลาของปีแต่ในช่วงฤดูหนาวมีอะไรพิเศษกว่าปกติยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทำให้ภูเขาตระหง่านลดความน่ากลัวลง เมื่อได้มาเยือนที่นี่ คุณจะพบว่าตัวเองใช้เวลาหลายชั่วโมงของวันไปกับการชมความงามของมันอย่างชื่นมื่น

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการสำรวจเพิ่มเติมนอกเหนือจาก Zermatt อย่ากลัวเลยเพราะประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี้เต็มไปด้วยยอดเขาที่ดูสง่างามในฤดูหนาว ลองดูบทความของเราในมุมมองภูเขาและ ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาจพอเป็นไกด์ในการตัดสินใจของคุณได้

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัวสำหรับประเทศเล็กๆแห่งนี้การมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์ทำให้มีความสุขกับทัศนียภาพอันงดงามที่ทำให้คุณมีความรู้สึกประทับใจได้ทุกเวลานี่คือมุมมองที่จะทำให้คุณตื่นตระหนกแม้จะมาผ่านกล้องหรือไม่ก็ตาม

1.Eigar

เทือกเขาไอก้ายอดเขา Eiger ในเทือกเขา Bernese Alps เป็นภูเขาที่น่ากลัว หน้าผาด้านทิศเหนือของยอดเขานี้ เปิดให้ปีนครั้งแรกเมื่อปีพ. . 2481 และมีนักปีนเขามาทิ้งชื่อไว้หลายราย และในหลายปีที่ผ่านมาได้ชื่อว่า Mordland หรือกำแพงฆาตกรรม ไม่ว่าคุณจะหวังว่าจะขึ้นไปบนยอดเขาหรือเพียงแค่นั่งกระเช้าอย่างตื่นตระหนกที่ความสูงประมาณ 4,000 เมตร ก็มั่นใจได้เลยว่าจะความสยิวจะจางหายไป พร้อมๆกับการสูดลมหายใจที่ถี่ยิบ

2.Aletsch Glacier

ธารน้ำแข็ง Aletsch เป็นที่ๆจะหา ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง และยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในเทือกเขา Bernese Alps เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังและความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แห่งนี้ทอดตัวยาวกว่า 23 กิโลเมตรและย้อนกลับไปสู่ยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุด เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์และในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากจุดชมวิวที่ดีที่สุดธารน้ำแข็งที่พังลงไป ตามหุบเขาที่ถูกแทรกตัวขึ้นมาด้วยยอดเขาสองหน่อ คือ Bettmerhorn และ Eggishorn ที่โผล่ขึ้นมาอย่างประหลาดตาและเป็นภาพที่ต้องไป ถึงจะอิน ว่าไปนั่น แหะๆ

3.Breithorn

ยอดเขาเบรี๊ยดทอนBreithorn เป็นที่รู้จักดีในเรื่องสกียอดนิยมของ Zermatt ยอดเขาเป็นที่ราบสูงโดยภาระที่หนักอึ้งของธารน้ำแข็ง ทำให้มองจากมุมบางมุมราวกับว่ามันปกคลุมอยู่ในไอศกรีมที่หลอมละลาย ซึ่งไหลลงมาด้านข้าง สำหรับมุมมองที่ดีที่สุดของ Breithorn มุ่งหน้าไปที่เทือกเขา Matterhorn Glacier Paradise ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนักปีนเขาทีจะพิชิตยอดเขานั่นเอง

4.Matterhorn

ยอดเขามาเทอร์ฮอนมันไม่ได้รับการหายใจมากขึ้นกว่า Matterhorn, ฟันหยักๆ เช่น ภูเขาที่ตั้งอยู่บนชายแดนสวิตอิตาลี จากมุมมองใด ๆ ที่คุณมองภูเขาเป็นที่สวยงามเพียงหากคุณเดินทางไปที่ทะเลสาบใดทะเลสาบหนึ่งในบริเวณโดยรอบ คุณอาจจะได้ถ่ายภาพของ Matterhorn ที่สะท้อนถึงน้ำนิ่งได้ มุมที่ได้ก็จะเป็นภาพถ่ายมหาชนต่อไป อิอิ

5.Charles Kuonen Bridge

สะพานชาร์เลสคุโอเน็นสะพาน Charles Kuonen เปิดให้บริการในปีพ. . 2560 เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก สะพานทอดยาวข้ามเหวระยะทางกว่า 494 เมตร เป็น ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง มาพร้อมกับทัศนียภาพที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ รวมทั้ง Matterhorn ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ภาพของสะพานที่แขวนอยู่กลางหุบเขา 80 เมตรจากพื้นดิน แน่นอนน่าทึ่ง ใช่ไหมหล่ะ

6.The Monte Rosa Massif

เทือกเขามอนเตโรซ่าเทือกเขานี้มียอดเขาประมาณ 10 ยอด (แล้วแต่จะใช้วิธีการนับแบบไหน) และเป็นที่ตั้งของ Dufour spitze ยอดเขาสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีความสูงถึง 4,634 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับอิตาลี

7.The view from the Bachalpsee

วิวจากบาชาล์ปซีBachalpsee เป็นทะเลสาบที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านที่มีเสน่ห์ของ Grindelwald ใน Bernese Oberland จากจุดชมวิวของโรงแรม คุณจะได้รับเห็นทัศนียภาพที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ และน่าจะสวยที่สุดของวิวที่มีทิวทัศน์ที่ไกลจากภูเขา

8.Dent Blanche

ยอดเขาเดนบล็องตรงกันข้ามกับชื่อของมัน ชี้ให้เห็นภูเขาเสือดำเสี้ยมเกือบเป็นส่วนใหญ่หิมะและธารน้ำแข็ง ที่ระดับความสูง 4,357 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของกระท่อมอัลไพน์รีสอร์ตที่สูงที่สุดในประเทศที่ระดับความสูง 3,507 เมตร แต่หากต้องการจะขึ้นบันไดที่ระดับ 1,700 เมตร เพียงแค่คิดว่าจะทำ แค่นั้นก็รู้สึกอึดอัดแล้ว

9.Jungfraujoch

เทือกเขาจุงฟราวน์Jungfraujoch เป็นหนึ่งในยอดเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปและเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในทวีป (Jungfrau คือ Top of Europe) เส้นทางผ่านเทือกเขา Eiger และ Mönch ไปจนถึง panoramas เป็นเส้นทางที่สวยงามหาตัวจับยากของยอดเขาโดยรอบและธารน้ำแข็ง Aletsch

รถนำเที่ยวยุโรปJungfraujoch ยังเป็นที่ตั้งของสถานีภูมิอากาศที่มีรูปร่างเหมือนยุคอวกาศ ซึ่งมีชื่อว่า “The Sphinx” ซึ่งมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ลานดูภาพในร่มและพระราชวังน้ำแข็ง เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

พระราชวังน้ำแข็งถูกแกะสลักด้วยมือทั้งหมด มีพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร น้ำแข็งถูกสกัดด้วยความระมัดระวังด้วยขวานน้ำแข็ง จนเป็นภาพอันงดงามตามที่เห็น

10.Schilthorn

ร้านอาหารเชลท์ฮอนวิวร้อยล้านที่ระดับความสูงเกิน 2,900 เมตรในร้านอาหารที่มี ภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่ง ของเทือกเขาที่อยู่โดยรอบของร้านอาหารที่สร้างให้เป็นวงกลม มีกระจกโดยรอบเพื่อวิวที่ยากจะลืมเลือน คุณจะเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันสวยงามของ Eiger, Mönch และ Jungfrau ในขณะที่ค่อยๆหมุนไปเหนือระดับน้ำทะเล 2,900 เมตร สำหรับแฟน ๆ ของ 007 คุณสามารถใช้บริการที่ตั้งตามชื่อว่า “James Bond” ตามฉากในหนัง 007 ในงานแต่งงานได้

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เรานำมาแนะนำ มีสถานที่อื่นๆที่สวยงามอีกมากมาย ในแนวอุทยานและธรรมชาติที่สร้างสรรอย่างน่าประทับใจทกครั้งที่มาเยือน ถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีช่วยแชร์ เพื่อกำลังใจทีมงานจะขอบพระคุณยิ่ง หรือมีข้อสงสัย ติชม ได้ที่กล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง

5 ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แช่แล้วดีต่อจิต ชีวิตดี๊ดี ใครไปสวิตหน้าหนาวต้องลอง!!

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต

การแช่น้ำร้อนหรือที่คนไทยทราบกันดี คือออนเซนใช่ว่าจะมีแต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีสิ่งที่สามารถดึงดูดใจของผู้มาเยือน แต่ในยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ก็ทำได้ดีไม่น้อย 5 ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต ที่เรานำมาเสนอนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีโรงแรมที่มีวิวและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายในยุโรปรอการมาเยือนของผู้แสวงหาความสวยงามเช่นคุณอยู่

การได้มาแช่น้ำชมวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือขณะหิมะตก มันช่างเป็นวิวในฝันของใครหลายๆคน รีสอร์ทที่เราได้นำมาแนะนำนี้เป็นแค่น้ำจิ่มให้เหล่านักท่องเที่ยวน้ำลายสอเท่านั้น ไม่พูดเยอะละ ไปดูกัน

สปาแห่งนี้เปิดให้บริการในปีพ. . 2555 ให้ผู้เข้าพักได้มีโอกาสที่จะได้ดื่มด่ำในน้ำแร่ของฤดูใบไม้ผลิ (Kaltbad) ในขณะที่อยู่ในมุมมองและวิวที่เยี่ยมยอด ของภูเขาจากสระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง โรงแรมแห่งนี้ออกแบบและสร้างขึ้นโดยสถาปนิกดังนามว่า Mario Botta อาคารหลังนี้ดูเรียบเนียนและทันสมัย

รวมถึงที่ตั้งก็ยังเหมาะสำหรับการเดินทางไปยังเทือกเขาและเข้าสู่ขนบธรรมเนียมประเพณีอันเก่าแก่ด้วยรถไฟล้อ cognitive จาก Vitznau พื้นที่สปา (สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น) มีห้องซาวน่าสมุนไพรห้องทรีทเมนต์และสปาคริสตัลที่เหมาะสำหรับการนั่งสมาธิอันเงียบสงบ

รถนำเที่ยวหากคุณเข้าพักที่ Hotel Rigi Kaltbad ทุกๆเช้าคุณและเพื่อนร่วมห้องคุณจะสามารถดื่มด่ำกับน้ำแร่เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง ควรแช่แต่พอประมาณเพราะอาจจะทำให้ไม่สบายได้ แต่ยังไงวิวแบบนี้ก็น่าจะจัดไปแบบเต็มๆละเนาะ อิอิ

วิวทิวทัศน์ของเมืองจากสระว่ายน้ำดาดฟ้าของ Thermalbad & Spa Zurich เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก นอกจากนี้คุณยังสามารถผ่อนคลายในอ่างในห้องใต้ดินและเพลิดเพลินกับสปาไอริชโรมันได้

รีสอร์ทแห่งนี้มีมุมมองเมืองจากสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าเป็นที่น่าอัศจรรย์เพียงแค่มาแช่น้ำในนี้ซักครั้งก็คุ้มค่าแล้วหล่ะ แต่คุณยังสามารถผ่อนคลายในอ่างไม้ขนาดใหญ่ของโรงเบียร์เก่าในห้องใต้ดิน และเพลิดเพลินกับสปาไอริชโรมันด้วยห้องอบไอน้ำและสระว่ายน้ำตื้นได้อีกด้วย ถ้าคุณต้องการมาใช้บริการในวันอาทิตย์ให้ไปที่นั่นเร็ว ๆ เนื่องจากจะมีคิวยาวเหยียด ในช่วงก่อนเวลาอาหารกลางวัน

ด้วยทัศนียภาพที่เป็นสปาท่ามกลางภูเขาของโรงแรมแห่งนี้ นับว่าคุ้มค่ามากๆกับการเดินทางไปยังสปาภูเขาแห่งนี้ที่ระดับความสูงถึง 1,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถ้าไม่นับมุมมองที่สวยงามของยอดเขาโดยรอบ มาถึงหลังจากเดินป่าหรือเล่นสกีในแต่ละวันแล้วคุณจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากน้ำอุ่นของสระน้ำทั้ง 3 แห่ง (กลางแจ้ง 2 แห่งและภายในอาคาร 1 แห่ง)

สิ่งอำนวยความสะดวกในสปาแบบพาโนรามาอัลไพน์ประกอบด้วยห้องซาวน่าแบบฟินแลนด์ ห้องอบไอน้ำฮัมมัมจากุซซี่และสระน้ำเย็น โรงแรมนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในด้านกายภาพบำบัดและการรักษาสุขภาพทางเลือกอีกด้วย

หนึ่งในสปาหลายแห่งในหมู่บ้านที่สวยงามแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับน้ำร้อนของหมู่บ้าน Alpline ที่สวยงามของ Leukerbad มีสปาหลายแห่ง แต่ที่นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโรงแรมตั้งอยู่ในใจกลางหมู่บ้าน สระว่ายน้ำกลางแจ้งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาได้ง่าย ในขณะที่อยู่ห่างจากสระน้ำที่มีอุณหภูมิ 36-40 องศาเซลเซียสหรือบนเก้าอี้นวมรอบๆขอบสระมันช่างเป็นประสบการณ์ที่น่ารักโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหิมะตกลงมา

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แห่งนี้ภายในมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งและหมู่บ้านซาวน่าอันน่ารื่นรมย์ห้องเก็บของเป็นกระท่อมไม้สวิสเซอร์แลนด์มีห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจกลางแจ้งและห้องนวดให้บริการเพื่อความสวยงามในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้คุณยังสามารถยืด, ขัดและล้างพิษด้วยตัวเองด้วยความหลากหลายของการรักษารวมทั้งหินร้อน, watsu (นวดในน้ำ) และนวดกดจุดสะท้อนเท้า ทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือนคุณสามารถอาบน้ำในแสงจันทร์ในช่วงดึกได้เป็นพิเศษอีกด้วย โดยจะเปิดให้บริการถึง 23.30 .

ออนเซนกลางแจ้งวิวดีในสวิต แห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ในสไตล์ของความเงียบสงบเหนือทะเลสาบซูริค พร้อมสปาสองชั้นและทัศนียภาพอันงดงาม

พาโนรามารีสอร์ทแอนด์สปาตั้งอยู่บนระดับความสูง 700 เมตรจากระดับน้ำทะเลใน Feusisberg รีสอร์ทมีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่ทำให้ทิวทัศน์อันแสนโรแมนติกของทะเลสาบซูริคและเนินเขาที่อยู่ไกลออกไป

ห้องพักแบบ Asian Junior Suite ถ้าคุณต้องการมุมมองทั้งหมดด้วยตัวคุณเองห้องสวีทมีผนังต้นปาล์มขนาดเล็กคุณจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจากสวนแบบญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นและให้บรรยากาศที่สงบเหมาะสำหรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่หลบหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน

เที่ยวยุโรปแบบส่วนตัวนอกจากนี้ยังมีทางเชื่อมต่อโดยตรงผ่านทางลิฟต์ไปยัง Akari spa ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง สระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง อ่างน้ำวน ห้องซาวน่าและห้องอบไอน้ำจำนวน 7 ห้อง ห้องอาบน้ำ Kneipp สปามีเก้าอี้วิคเคอร์แบบคู่เพื่อความเป็นส่วนตัวจากจากสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ และระเบียงที่ทันสมัย จบที่อาหารค่ำที่สุดแสนโรแมนติคภายใต้แสงเทียนในห้องอาหาร Zafferano ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เปิดเป็นห้องสมุด หรือเรียกได้ว่า ห้องอาหารในห้องสมุด

ถ้าคุณไปเล่นสกีหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งแล้วมาพักที่โรงแรมสไตร์นี้ รับรองว่าทริปของคุณคงมีใครหลายคนอิจฉาเอามากๆ ถ้าเห็นว่าบทความเรามีประโยชน์ต่อคุณและเพื่อนของคุณช่วยแชร์ และติดตามในโซเชียลทุกอย่างได้นะครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วย

8 ธารน้ำแข็งดังในสวิต จากแอ่งที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ไปชมความยิ่งใหญ่ของมันได้อ๊ะๆอย่าช้านะ เดียวละลายหมด

ธารน้ำแข็งดังในสวิต

ธารน้ำแข็งดังในสวิต มีอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ตามหุบเขาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งธารน้ำแข็งเกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วสะสมกันจนหนา 45-60 เมตรแล้วเกิดการเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆซึ่งมักจะเกิดตามบริเวณที่ลาดชันหรือตามไหล่เขาการเคลื่อนตัวลงมาตามไหล่เขาอย่างช้าๆทำให้เกิดการสึกกร่อนลึกลงไปเพราะความหนักของหิมะที่สะสมกันจนเป็นน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวไปในหุบเขาจะทำให้พื้นดินที่รองรับเกิดร่องลึกและกว้างเพราะมีน้ำหนักของน้ำแข็งกดทับธารน้ำแข็งจะค่อยๆครูดบริเวณที่รองรับจนเกิดหุบเขาตัดขวางรูปตัวยูเมื่อธารน้ำแข็งไหลไปถึงตอนล่างธารน้ำแข็งก็จะค่อยๆแตกออกแล้วก็จะค่อยๆละลายกลายเป็นลำธารต่อไป

ธารน้ำแข็งดังในสวิต ทั้งหมดตั้งอยู่ภายในเทือกเขาแอลป์สวิส ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน Pennine และ Bernese Alps พื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองจาก Jungfrau-Aletsch ซึ่งประกอบด้วยธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์

ธารน้ำแข็งดังในสวิต อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่

 1. แอ่งลินซ์ (Rhine Glacier) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์

Unteraar

ที่ Unteraar Glacier “Lower Aare-Glacier” เป็นแหล่งน้ำของสองแม่น้ำหลักของ Aare ในเทือกเขา Bernese Alps หนึ่งคือ Finsteraargletscher ใกล้กับ Finsteraarhorn และอีกแม่น้ำคือ Lauteraargletscher ใกล้ Lauteraarhorn ไหลยาวมาประมาณ 6 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออกลงที่เมือง Grimselsee และผ่าน Grimsel ทั้งหมดมีความยาว 12.95 กิโลเมตร

Lower Grindelwald

Lower Grindelwald Glacier

Lower Grindelwald Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ Swiss Bernese Alps ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Grindelwald กรินเดลวาลด์ยังมีแม่น้ำแควที่สำคัญ Ischmeer ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่มองจากสถานีรถไฟ Jungfrau Eismeer ได้ กริลเดลวาลด์ยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร ยาวประมาณ 20.8 ตารางกิโลเมตร ในปีพ. . 2516

ไม่ควรสับสนกับ Grindelwald Glacier ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และไม่ควรสับสนกับธารน้ำแข็ง Grindelwald-Fiescher ที่มีชื่อว่า Fiescher Glacier ทางตอนใต้ของ Fiescherhorn

เล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์ 2. แอ่งโรส์น (Rhône Glacier) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์

Grand Aletsch

Aletsch Glacierธารน้ำแข็ง Aletsch หรือ Great Aletsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ มีความยาวประมาณ 23 กม.(2014) มีปริมาตร 15.4 km3(2011) และครอบคลุมพื้นที่ 81.7 ตร.กม.(2011) ในภาคตะวันออกเทือกเขา Bernese Alps ในเขตสวิสวาเลส

ธารน้ำแข็ง Aletsch ประกอบไปด้วยธารน้ำแข็งขนาดเล็ก 4 แห่งที่บรรจบกันที่ Concordia Place ความหนาวัดโดย ETH จะยังอยู่ใกล้ 1 กม.ยาวไปจนถึงหุบเขา Rhône พื้นที่ทั้งหมดรวมทั้งธารน้ำแข็งอื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่คุ้มครอง Jungfrau-Aletsch ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

Gorner

Gorner Glacierธารน้ำแข็งดังในสวิต Gorner Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่หุบเขาทางฝั่งตะวันตกของเทือกเขา Monte Rosa ใกล้ Zermatt ในเขต Valais ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความยาวประมาณ 12.4 กม. (2014) พื้นที่ธารน้ำแข็งทั้งหมดของธารน้ำแข็ง Gorner คือ 57 km2 (1999) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทือกเขาแอลป์

 3. แอ่งโป (Po Glacier) ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเทือกเขาแอลป์

Forno

Forno

Forno Glacier เป็นธารน้ำแข็งยาว 6 กิโลเมตร (2005) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Bregaglia ในเขต Graubündenในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 8.72 ตารางกิโลเมตร

Palü

Palü ธารน้ำแข็งดังในสวิต แห่งนี้มีความยาววัดเมื่อปี 2548 ยาว 3.5 กิโลเมตร ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ Piz Palüใน Bernina ช่วงนี้จะอยู่ในหุบเขา Poschiavo ในเขตของ Graubünden ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 6.47 ตารางกิโลเมตร

ทะเลสาบที่ด้านล่างของธารน้ำแข็งที่ความสูง 2,322 เมตร ใต้ทะเลสาบธารน้ำแข็งเป็นอีกทะเลสาบหนึ่งทะเลสาบ Lago Palü ทั้งสองทะเลสาบสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากสถานีรถไฟ Alp Grümบนเส้นทาง Bernina

 4.แอ่งดานูบ(Danube Glacier)ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเทือกเขาแอลป์

Morteratsch

Morteratsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขา Bernina ของ Bündner Alps ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ใกล้กับธารน้ำแข็ง Pasterze และ Gepatschferner ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามและมีปริมาตร (1.2 km3) เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเทือกเขาทางทิศตะวันออก

ธารน้ำแข็งดังในสวิต Morteratsch Glacier เป็นธารน้ำแข็งแบบหุบเขาทั่วไปที่มีหน้าน้ำแข็งเด่นชัด โซนการสะสมอยู่ระหว่างยอดเขาหลายยอด เช่น Piz Morteratsch, Piz Bernina, Crast ‘Agüzza, Piz Argient, Piz Zupòและ Bellavista จาก Piz Argient ไปจนถึงหน้าน้ำแข็งใน Val Morteratsch ความลาดชันของแนวนอนน้อยกว่า ~ 6 กม. โดยมีความสูงแตกต่างกันถึง 2,000 เมตร

พร้อมกับธารน้ำแข็งที่ตั้ง Piz Palü Morteratsch ซึ่งเชื่อมใต้หิน Isla Persa (“เกาะหลง“) ราว 2516 มันครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 16 กิโลเมตร 2 (6.2 ตารางไมล์) ปริมาณน้ำแข็งประมาณ 1.2 กิโลเมตร 3 แม่น้ำ Morteratsch ไหลผ่านโรงแรมและแม่น้ำดานูบลงสู่ทะเลสีดำ

รถนำเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิขึ้นอยู่กับสภาพหิมะนักสกีที่มีฝีมือสามารถเล่นสกีได้ระยะทาง 10 กิโลเมตรสามารถเข้าถึงได้บนธารน้ำแข็ง จากจุดเชื่อมต่อทางอากาศ Diavolezza ไปถึงโรงแรม Morteratsch และมีความสูง 1,100 เมตร สถานีรถไฟ RhB Morteratsch เคยตั้งอยู่ตรงหน้าน้ำแข็งของธารน้ำแข็ง หน้าน้ำแข็งหล่นลงมาเหนือ 2,800 เมตร ในขณะเดียวกัน (ณ วันที่ 2016) และไม่สามารถเห็นได้จากสถานีในวันนี้อีกต่อไป

การวัดการเปลี่ยนแปลงความยาวเป็นประจำทุกปีได้รับการบันทึกตั้งแต่ปีพ. . 2421 สำหรับระยะเวลาจนถึงปี พ.. 2541 ระยะถอยโดยรวมอยู่ที่ 1.8 กม. โดยมีอัตราการถดถอยเฉลี่ยต่อปีประมาณ 17.2 เมตรต่อปี ค่าเฉลี่ยระยะทางเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลง 30 เมตรต่อปีในระยะเพียง 6 ปีจากปี 2542-2548 การถดถอยอย่างมากก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนถึงปี 2549 เช่นกัน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาก็สูญเสียอีก 1 กิโลเมตร

ในช่วงเวลาที่มีการวัดธารน้ำแข็งมีการถดถอยอย่างต่อเนื่อง โดยธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ตอบสนองช้าๆต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะสั้น ความก้าวหน้าของการถดถอยของธารน้ำแข็ง สามารถอธิบายได้จากที่โลกร้อน และความร้อนสะสมของโลกที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี

Roseg

Roseg Glacier เป็นธารน้ำแข็งระยะทาง 4 กม. (2005) ตั้งอยู่ในเทือกเขา Bernina ในเขต Val Roseg (Graubünden) ในปีพ. . 2516 มีพื้นที่ 8.52 ตารางกิโลเมตร

ธารน้ำแข็งที่สวิตเซอร์แลนด์นี้มีหลายที่มากแต่ที่นำมาแนะนำนี้เราเลือกที่ๆสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของแอ่งที่แยกเป็น 4 แอ่งในประเทศ ยังไงผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงพอให้เห็นภาพรวมและตำแหน่งของ ธารน้ำแข็งดังในสวิต ประเทศในฝันของคนไทยหลายๆคน ยังไงเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องการปืนเขาและอุปกรณ์ต่างๆนะครับ

เที่ยวยุโรปแบบส่วนตัว

หน้าหนาวนี้แพลนไปเล่นสกีที่ยุโรปกับ 7 ลานสกีดังในสวิต กันเถอะ

ลานสกีดังในสวิต

7 ลานสกีดังในสวิต แน่นอนว่ากิจกรรมอันดับต้นๆที่ต้องทำในฤดูหนาวของสวิตเซอร์แลนด์ คือ การเดินทางไปยังเนินเขาและเล่นสกี ซึ่งการเลือกประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางของคุณเป็นเรื่องที่ฉลาดเพราะเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เช่น Zermatt และ St. Moritz ซึ่งเป็นที่รวมการเล่นสกีที่ยอดเยี่ยมด้วยกลิ่นอายอัลไพน์แบบดั้งเดิมและผ่อนคลาย

เวอเบียร์ (Verbier)

เวอเบียร์ (Verbier)Verbier เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ห่างจากเจนีวาเพียง 2 ชั่วโมงโดยทางรถยนต์ สัมผัสกับเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงกันกว่า 400 กิโลเมตรและในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นภูเขา Matterhorn และ Mont Blanc ได้เลย เป็นความงามขณะเดินทางน่าประทับใจทีเดียว คุณจะได้สัมผัสกับลานสกีที่มีความลาดชันเช่นเดียวกับลานสกีที่ดีที่สุดในโลก และนักแข่งแนวเอ็กทรีมก็จะมารวมตัวกันที่นี่สำหรับ Xtreme Verbier และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Freeride World Tour จัดขึ้นที่นี่ 1 ใน 7 ลานสกีดังในสวิต

Verbier, Medran, Route de Medran, 1936, Switzerland, +41 79 690 97 99

สตาด (Gstaad)

หมู่บ้าน Gstaad จะเป็น 1 ใน 7 ลานสกีดังในสวิต แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่คุณอาจได้กระทบไหล่คนดัง เพราะรีสอร์ทแห่งนี้เป็นที่รู้จักว่ามีคนดังนิยมมาพัก อทิ เช่น Julie Andrews, Kofi Annan, Madonna และ George Clooney นอกเหนือจากนี้ ยังมีร้านแฟชั่นระดับไฮเอนด์และร้านอาหารที่หรูหราที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ซึ่งทำให้ที่นี่น่ามาเยือนยิงนัก แต่จุดหมายปลายทางของคุณคือการเล่นสกีที่ Gstaad ซึ่งประกอบด้วยหมู่บ้านสกี 10 แห่งในพื้นที่โดยรอบและครอบคลุมพื้นที่กว่า 220 กิโลเมตร จุดประสงค์หลักคือ ลูกค้ากลุ่มมือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นและผู้ที่เล่นเป็นบ้างแต่ไม่ถึงขั้นเก่ง เพราะที่นี่มีโรงเรียนสอนและลานที่ความชันไม่เยอะ เหมาะสำหรับเด็กๆ

Gstaad Saanenland Tourism, Promenade 41, 3780 Gstaad, Switzerland, +41 33 748 81 81

แอลเอแอ๊ก (Laax)

ลานสกีดังสวิต @ Laaxลานสกีแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดคนเล่นสกีทุกระดับและทุกเพศทุกวัย LAAX เป็นจุดที่เหมาะสำหรับนักสโนว์บอร์ดและ free skiers หากคุณกล้าหาญมากพอ คุณสามารถเล่นแนวผาดโผนกับ Beast of LAAX ซึ่งเป็น Halfpipe ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ความสูง 6.9 เมตรยาว 200 เมตร และกว้าง 20 เมตร

นอกจากนี้คุณยังสามารถเรียนสถาบันการศึกษาฟรีสไตล์ในร่มแห่งแรกในยุโรป ซึ่งคุณสามารถปรับปรุงเทคนิคของคุณได้ก่อนที่จะไปที่เนินเขาจริง หาก free styling ไม่ใช่แนวของคุณ LAAX และ Flims ที่อยู่ใกล้เคียงก็เป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว เรียกว่ามาที่เดียวได้เฟี๊ยวทุกแนว

LAAX, Gästeinformation, 7032 Laax, Switzerland, +41 81 927 70 00

เซนต์มอริตซ์ (St. Moritz)

ลานสกีดังสวิต @ เซนต์มอริตซ์St. Moritz เป็นหนึ่งใน 7 ลานสกีดังในสวิต และสกีรีสอร์ทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก St. Moritz เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุด เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวเป็นครั้งที่สองในปีพ. . 2471 และ 2491 นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดงานกิจกรรมสกีโลกมากมาย เซนต์มอริตซ์ดึงดูดความสนใจด้วยเหตุผลที่ดี คือ มีลิฟต์สกีให้คุณใช้ถึง 24 ตัวให้คุณได้สัมผัสกับลานสกีที่มีความลาดชันที่ดีที่สุดและทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาแอลป์ เซนต์มอร์ทิซเป็นที่รู้จักกันในเรื่องความมีสเน่ห์และความเย้ายวนใจและช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาแก่ผู้มาเยือนมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ก็บ่งบอกถึงรสนิยมที่มาพร้อมกับประสบการณ์ที่หาได้ยากจากที่อื่นดังกล่าวมาแล้ว

St. Moritz, Via Maistra 12, 7500 St Moritz, Switzerland, +41 81 837 33 33

ดาวอส โคสเตอร์ ลานสกีดังในสวิต (Davos Klosters)

ลานสกีดังสวิต @ ดาวอส โคสเตอร์Davos เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นเจ้าภาพเป็นประจำในงาน World Economic Forum ซึ่งดาวอสโคสเตอร์เป็นหนึ่งในสกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์มีโรงแรมระดับไฮเอนด์และร้านอาหารที่มีความเป็นกันเองในท้องถิ่นรวมถึงร้านอาหารมากมายที่ตอบสนองทุกรสนิยมที่แตกต่างกันของคุณ

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัว

สำหรับประสบการณ์อัลไพน์แบบดั้งเดิมคือการไปเล่นสกีที่ Klosters ตามหุบเขา ข้ามเขตการเล่นสกีทั้ง 5 แห่งที่ใช้ร่วมกันระหว่างรีสอร์ท คุณจะพบกับการเล่นสกีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งคือที่ Graubünden และสกีที่เป็นความไฝ่ฝันสำหรับนักสกีระดับกลาง คุณสามารถเพลิดเพลินกับเนินเขาระยะทาง 12 กม. ที่พาดผ่านเทือกเขา ผ่านเส้นทางป่าไม้ลงไปที่เชิงเขา

Davos, Talstrasse 41, 7270 Davos Platz Davos, Switzerland, +41 81 415 21 21

เซอร์แมท (Zermatt)

ลานสกีดังสวิต @ Zermattไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นมากกว่า Zermatt รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในเงามืดของ Matterhorn ที่นี่ผู้เข้าพักจะได้รับคะแนนสูงสุดจากจุดเล่นสกีที่สูงที่สุดในยุโรปบนกระเช้ายกที่ขึ้นไปถึง 3,333 เมตรจาก Klein Matterhorn มี 360km ของแทร็คที่ตอบสนองทุกคนจากมือใหม่จนถึงมือโปร ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเนินเขาที่เข้าถึงได้ควบคู่ไปกับบรรยากาศสบาย ๆ ที่ปราศจากรถของเซอร์แมท(รถจอดได้ 5km) ทำให้การเดินทางฤดูหนาวของที่นี่ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด นอกจากนี้เซอร์แมท ยังเป็นที่รู้จักกันดีเรื่องบรรยากาศงานเลี้ยงของโรงแรมที่นี่ ดังนั้นโปรดอย่าลืมไปเที่ยวชมสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวาในย่านกลางเมืองเซอร์แมทนี้

Zermatt, Bahnhofpl. 5, 3920 Zermatt, Switzerland, +41 27 966 81 00

มูเรน (Mürren)

ลานสกีดังสวิตหากคุณกำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนเพื่อทำกิจกรรมสกีที่จินตนาการได้อย่างสมบูรณ์ Mürren น่าจะเหมาะมากสำหรับกิจกรรมดังกล่าว เมืองที่ปราศจากรถยนต์เรียงรายไปด้วยกระท่อมแบบอัลไพน์โดยทั่วไป ซึ่งดูเหมือนถ่ายทอดมาจากภาพวาดกันเลย จากที่จอดรถของเมืองบนภูเขาหมิ่นๆกับเหวในหุบเขาลึก มีมุมมองที่ไม่ตรงกันของธารน้ำแข็ง Eiger, Mönchและ Jungfrau แม้ว่าสกีจะค่อนข้างจำกัด (มีลานความยาวประมาณ 54 กม.) และเนินลาดกลางที่ Wengen และ Grindelwald ในบริเวณใกล้เคียงอาจใช้เวลาพอสมควรในการเดินทาง มูเรนจึงเป็นหนึ่งใน 7 ลานสกีดังในสวิต และสกีรีสอร์ทที่น่าตื่นตาตื่นใจและผ่อนคลายมากที่สุดแห่งหนึ่ง

Talstation, 3825 Mürren, Switzerland, +41 33 855 17 88

รถนำเที่ยวยุโรป

แนวทางการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป เที่ยวแนวไหน ดีต่อใจ ไปกันเล้ย!!

แนวทางการวางแผนเที่ยวยุโรป

จะพูดถึงการท่องเที่ยว แน่นอนว่าต่างคนต่างใจ ต่างความชอบ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยว่าจะมีความแตกต่างกัน เพราะฝันของแต่ละคนนั้นต่างกัน แนวทางการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ของแต่ละคนแต่ละกรุ๊ปจึงแตกต่างกัน เช่น บางคนมีความสุขกับการช็อปปิ้งเอามากๆ บางคนชอบดูสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีความแตกต่างจากบ้านเรา บางคนอาจต้องการชื่นชมธรรมชาติและกิจกรรมที่ได้ชมความงามของธรรมชาติ

ดังนั้นบทความนี้จะนำเสนอแนวทางในการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ให้คุณได้ง่ายและเห็นภาพในการท่องเที่ยวในทวีปยุโรปอย่างมีคุณภาพ และความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

เราจะแนะนำเมืองและสถานที่หลักๆของแต่ละธีม เป็นส่วนๆเพื่อไม่ให้มีรายละเอียดเยอะจนเกินไป เอ้า ไปดูกันเลยจ้า

วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ธีมช็อปปิ้ง

วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ธีมช็อปปิ้งปารีส

เมืองแห่งแฟชั่นของฝรั่งเศส เป็นเมืองที่จัดว่าเป็นศูนย์รมของแบรนด์ต่างๆมากมาย มีร้านขายสินค้ามากมาย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ได้รับการออกแบบจากดีไซด์เนอร์ชื่อดังมากมาย สถานที่แนะนำคือ ถนนชองป์เซลีเซ่ส์ ห้างต่างๆ เช่น ห้างแกลเลอรี่ลาฟาร์แยตต์ เป็นต้น

ลอนดอน

เมืองหลวงของอังกฤษที่มีย่านถนนคนเดินและย่านช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากมาย โดยอังกฤษจะแบ่งพื้นที่เป็นเขตๆ แต่ละเขตจะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น ย่านเมย์แฟร์ ย่านช็อปปิ้งของแบรนด์เนม ย่านโคเวนต์การ์เด้นย่านของแปลก กระจุ๊กกระจิ๊ก แต่ที่พลาดไม่ได้คือ ห้างแฮร์รอดส์ นั่นเอง

มิลาน

เมืองหลวงแคว้นลอมบาร์ดีของอิตาลี เป็นที่นิยมของเหล่า ดาราและเซเลบริตี้จากทั่วโลก เพราะมิลานจัดว่ามีบรรยากาศ และ องค์ประกอบที่เป็นเมืองแฟชั่นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะถนนเวีย มอนเต นาโปเลโอเน และแกลเลอเรีย ถือว่ามีสถานที่ให้เดิน ช็อป เดินชิวกันเยอะมากเลยทีเดียว

ธีมวัฒนธรรม-สถาปัตยกรรม

วิหารพาร์เธนอน วิหารโบราณยุคก่อนคริสตกาลที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความฉลาดของสถาปนิกผู้ออกแบบ มันช่างเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้วิหารนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นสถาปัตยกรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย

ไหนๆก็ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป แล้วมากรีซแล้วก็ควรจะไล่เก็บสถานที่ต่างๆ ไปในคราวเดียวกันเลย สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในทริปเดียวกัน

ซานโตรินี่

เกาะที่โด่งดังที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ทาสีขาวและมีหลังคาสีน้ำเงิน อยู่เรียบชายทะเลอีเจียน

แหล่งโบราณคดีโอลิมเปีย

เมืองโบราณที่เป็นต้นกำเนิดของการแข่งขันโอลิมปิก เพื่อเป็นเกียรติแก่บรรดาเทพเจ้าแห่งโอลิมเปีย

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัวเกาะนิโคนอส

เกาะสวรรค์กลางทะเลอีเจียนที่แต่งแต้มไปด้วยสถาปัตยกรรมซิคละดีส (Cycladic) ที่มีเอกลักษณ์ประจำถิ่น

แหล่งโบราณคดีเดลฟี

สถานที่สำคัญที่ใช้สักการะเทพอพอลโล โบราณสถานยุคกรีกโบราณที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สำนักสงฆ์เมเตโอรา

ศาสนสถานลอยฟ้า ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงจนเห็นถึงความงดงามของภูมิประเทศอย่างน่าอัศจรรย์

เยอรมนี

ปราสาทนอยชวานซไตน์ ปราสาทที่มีความงดงามที่สุดในโลก หากคุณ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป แนวสถาปัตยกรรมแล้วไม่มาที่ปราสาทถือว่าผิด เพราะปราสาทแห่งนี้เป็นต้นแบบของปราสาทวอลท์ดิสนีย์นั่นเอง ปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ แคว้นบาวาเรีย

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดอยู่ในการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ของคุณ

มิวนิก

เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย อันมีจุดเด่นของสถาปัตยกรรมสวยๆ ที่มีอยู่ทั่วเมือง เช่น พระราชวัง วิหาร และสถานที่ราชการ

โอเบอร์อัมเมอร์เกา

หมู่บ้านที่มีภาพวาดและงานเขียนลวดลายต่างๆตามบ้านเรือนและร้านค้าต่างๆ

โรเทนบูร์ก

หมู่บ้านเล็กๆที่มีเส้นทางสายโรแมนติก ที่มีบ้านเรือนแบบฉบับบาวาเรียอันเป็นเอกลักษณ์

ซาลซ์บูร์ก

เมืองที่สวยงามในหุบเขา ครั้งหนึ่งใช้เป็นภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music จนเป็นที่รู้จักและจดจำจากผู้คนทั่วโลก ซึ่งเมืองนี้เป็นบ้านเกิดของโมซาร์ทศิลปินด้านดนตรีระดัลโลกที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง

เบิร์ชเทสกาเด้น

เมืองแห่งหุบเขาของแคว้นบาวาเรีย มีธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ ทะเลสาบโคนิกส์เซ่ รังอินทรี เหมืองเกลือ และหมู่บ้านแรมเซา เป็นต้น

อังกฤษและสหราชอาณาจักร

หนึ่งในพื้นที่เป้าหมายในการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ของใครหลายๆคน แน่นอนสถานที่หลักที่คือ สถาปัตกรรมที่มีอายุราว 4,000 – 5,000 ปี นั่นคือ “สโตนเฮนจ์” ทุกวันนี้ยังหาข้อสรุปเรื่องวัตถุประสงค์ของการสร้างลานหินเรียงแห่งนี้เลย สโตนเฮนจ์ตั้งอยู่บนที่ราบซอลส์บรี

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่ควรจัดอยู่ในการ วางโปรแกรมเที่ยวยุโรป ของคุณ

ลอนดอน

เมืองที่เต็มไปด้วยสีสรร และแสงสีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น หอนาฬิกาบิ๊กเบน

คาร์ดิฟฟ์

เมืองหลวงของเวลล์และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด เมืองหลวงย่อมมีสถาปัตยกรรมและปราสาทสวยๆ มากมาย

บาธ

เมืองแห่งน้ำพุร้อน มรดกจากยุคโรมัน ที่ทั้งเมืองเต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณเก่าแก่มากมาย

แมนเชสเตอร์

เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนยุคทิวดอร์ และที่ห้ามพลาดคือ “โรงละครแห่งความฝัน” สนามฟุตบอลของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั่นเอง

เอดินบะระ

เมืองหลวงของสกอตแลนด์ มีภูมิประเทศเป็นเนินเขาสูงต่ำ และบ้านเรือนโบราณตามแบบฉบับยุโรปยุคกลาง

ตุรกี

ฮายาโซฟีอา สถาปัตยกรรมที่แสดงถึงความมหัศจรรย์ในการสร้างในยุคโบราณที่ล้ำหน้ายุคสมัยตัวเองไปกว่าร้อยปี โดยเฉพาะยอดโดมของมหาวิหารแห่งนี้ ที่ไม่มีการค้ำยันโดยเสา หรือโครงสร้างอื่นนอกจากกำแพงตึกซึ่งยากมากในการจะก่อสร้างแบบนี้ในสมัยนั้น มหาวิหารฮายาโซฟีอา ตั้งอยู่ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในทริปตุรกี

เมืองโบราณเอเฟซุส

เมืองโบราณก่อนคริสตกาล ผ่านยุคกรีกและรุ่งเรืองสุดในยุคโรมัน เมืองเอเฟซุสนี้มีความสมบูรณ์ด้านสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง และเหมาะจะมาเยือนเมืองหนึ่งของโลก

วิหารอาร์ทิมิส

หรืออีกชื่อคือ วิหารไดอานา 1 ใน 7 สิ่งมหัสจรรย์ของโลกยุคโบราณ

ปามุคคาเล่

หรือปราสาทปุยฝ้ายที่คนไทยนิยมเรียกกัน ภูมิประเทศน่าอัศจรรย์มาก มีเกลือแคลเซียมสีขาวเกาะอยู่เต็มภูเขาคล้ายหิมะ

คัปปาโดเกีย

เมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟและกระแสลมที่รุนแรง ทำให้เกิดเป็นเสาหิน และโพรงถ้ำนับพันๆห้อง และเมืองนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การขึ้นบอลลูนชมทิวทรรศยามเย็นของคัปปาโดเกียนั่นเอง

ฝรั่งเศส

หอไอเฟล เคยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดองโลก เมื่อตอนสร้างในปี 1889 มีความสูงถึง 300 เมตรซึ่งถือว่าสูงมากในยุคสมัยนั้น

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในทริปเดียวกัน

นีซ

เมืองตากอากาศของฝรั่งเศสและมีเส้นทางที่แสนโรแมนติกบนถนนสายเฟรนซ์ริเวียรา และเมืองนี้ยังเป็นเมืองที่นิยมมาปลูกบ้านพักตากอากาศของเหล่าคนดังระดับโลก

คานส์

เมืองสวยขึ้นชื่อระดับโลกจากเทศกาลหนังที่เก่าแก่ แน่นอนชายหาดริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์

โมนาโก

เป็นเมืองตากอากาศที่โด่งดัง มีจุดเด่นที่ภูมิประเทศที่เป็นเนินสูงๆต่ำๆ ถนนเลียบหน้าผาที่สวยงามและยังมีพระราชวังสุดอลังการ

สตราบูร์ก

มีสถาปัตยกรรมยุคยุโรปตอนกลางที่สวยงามมากมาย สิ่งที่มีชื่อของเมืองนี้คือ ฟัวกราส์และไวน์รสเลิศของฝรั่งเศส

กอลมาร์

หมู่บ้านที่มีจุดเด่นของบ้านเรือนที่มีสถาปัยตกรรม ที่น่ารักราวกับบ้านในนิทาน

อิตาลี

หอเอนเมืองปิซา หอระฆังที่มีอายุเกือบพันปี เกิดจากความผิดพลาดในขณะก่อสร้าง ที่ทำให้หอเอนลงมาในลักษณะเหมือนจะล้มแต่ไม่ล้ม ครั้งหนึ่ง กาลิเลโอ ได้ใช้หอนี้ในการทดสอบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในทริปเดียวกัน

ฟลอเรนซ์

จัดว่าเมืองนี้เป็นสวรรค์ของคนที่หลวงไหลศิลปะ เพราะจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่ศิลปินและงานศิลปะของพวกเค้า มาที่นี่ไม่ผิดแน่ต้องเจองานศิลป์และสถาปัตยกรรมต่างๆ

เวนิส

เมืองที่แสนโด่งดังด้วยเอกลักษณ์ของบ้านเรือน วิถีชีวิตที่ใช้คลองแทนถนน ใช้เรือแทนรถ ทำให้เมืองเวนิสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ติดอันดับต้นๆของสถานที่ท่องเที่ยวจากทุกสื่อและจากการโหวดของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โรม

อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรโรมัน มีโบราณสถานที่สวยงามมากมาย เช่น โคลอสเซียม โรมันฟอรุม และวิหารแพนธีออน เป็นต้น

มิลาน

เมืองที่นอกจากเป็นเมืองแฟชั่นแล้ว ยังมีความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโบราณกับสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิหารแสนสวยอย่างดูโอโม่ และแหล่งช็อปปิ้งสุดหรูอย่าง มอนเตนาโปเลโอเน ซึ่งมาเมืองเดียวได้เกือบทุกอย่างตามประสงค์

เซียน่า

เมืองมรดกโลกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยเฉพาะเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย

สเปน

อาลัมบรา พระราชวังที่สร้างขึ้นมานานกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ที่เมืองกรานาดา แคว้นอันดาลูเซีย โดดเด่นด้วยลายแกะสลักอย่างละเอียดและประณีต นับเป็นศิลปะชั้นยอดของสถาปัตยกรรมมัวร์ในยุคนั้น ที่สำคัญแม้อาลัมบราจะตั้งอยู่บนเนินสูง แต่ก็มีระบบจัดการน้ำที่ดี มีการทำคูคลองส่งน้ำจากด้านล่างขึ้นไปยังพระราชวัง เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวมัวร์โบราณที่ยอดเยี่ยมนั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในทริปเดียวกัน

บาร์เซโลน่า

เมืองที่ทุกลมหายใจเป็นฟุตบอลและศิลปะ เป็นเมืองที่มีสโมศรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ และมีศิลปินอย่าง อันโตเนียว เกาดี ศืลปินผู้สร้างมหาวิหารซากราดาฟามีเลียนั่นเอง

เซบียา

เมืองหลวงของแคว้นอันตาลูเซีย มีคนเคยบอกว่า ถ้าอยากรู้จักสเปนและความเป็นสเปนแบบต้นตำรับต้องมาเมืองนี้เท่านั้น นอกจากสถาปัตยกรรมที่เป็นแบบสเปนดั้งเดิมแล้วยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของระบำฟลามิงโกที่มีชื่อเสียง

มาดริด

เมืองหลวงของสเปน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น ปาลาซิโอเรอัล พระราชวังหลวง สนามซานเตียโก เบร์นาเบว จตุรัสมายอร์ และหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ “ปูเอร์ตาเดลโซล” เป็นต้น

โตเลโด

เมืองโบราณที่เต็มไปด้วยร่องรอยในอดีต จนนักท่องเที่ยวต่างยกย่องให้โตเลโดเป็นเมืองที่สวยติดอันดับต้นๆของสเปน

กอร์โดบา

ทั้งเมืองเต็มไปด้วยศิลปะแบบมัวร์ และโดดเด่นสุดคงหนีไม่พ้น มหาวิหารเมซกิตา

ลิสบอน

เมืองหลวงของโปรตุเกส หลุดมาเมืองนึงละกันครับ เพราะลิสบอนอยู่ใกล้กับสเปนมาก เป็นเมืองที่มีเรื่องราวที่น่าค้นหา สถาปัตยกรรม วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนลิสบอน คือ การนั่งรถรางโบราณชมเมืองและชิมทาร์ตไข่ที่แสนอร่อย

ธีมธรรมชาติ

เทือกเขาแอลป์

เทือกเขาที่ใหญ่และสวยที่สุดในทวีปยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ถึง 7 ประเทศได้แก่ออสเตรียอิตาลีสโลวีเนียสวิตเซอร์แลนด์ลิกเตนสไตน์เยอรมนีและฝรั่งเศสแค่พื้่นที่ก็แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแห่งนี้แล้ว

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่

อุทยานแห่งชาติของโคเอเชียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1979 พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยทะเลสาบสีเขียวมรกต ซึ่งมีทั้งหมด 16 แห่ง เชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขาหรือหน้าผา

ฟยอร์ด

อ่าวแคบๆที่อยู่ระหว่างหน้าผาสูงชัน เกิดจาการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเข้าไปในหุบเขาคดเคี้ยวไปตามชายฝั่ง โดยปกติแล้วประเทศที่มีภูมิประเทศลักษณะนี้คือยุโรปเหนือ แถบสแกนติเนเวีย

เกาะสกาย

เกาะสกาย

ภูมิประเทศที่สุดมหัสจรรย์ในสกอตแลนด์ มีทั้งที่ราบและทะเลสาบ ที่นี่จึงจัดว่าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวธีมธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป วิวจากเกาะนี้มีทุ่งหญ้าสีเขียวสลับนำ้ตาลแดงที่กว้างใหญ่ตัดกับขอบฟ้าสีฟ้า แหมน่าไปเยือนจริงๆ

ธารน้ำแข็ง

เกิดจากหิมะสะสมหนาเกิน 40 เมตรขึ้นไป ก่อนเกิดการเคลือนตัวลงมาสู่ตีนเขา โดยธารน้ำแข็งสามารถพบเจอได้ตามประเทศโซนยุโรปตอนเหนือ และตามเขตเทือกเขาต่างๆ

รถนำเที่ยวยุโรปบทความนี้คงพอเป็นประโยชน์ต่อท่านที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวที่ทวีปยุโรป ไม่มากก็น้อย เราหวังว่าท่านจะได้รับความเพลิดเพลินตามธีมที่ท่านเลือกและตามประเทศหรือเมืองที่ท่านเลือกจะเดินทางไป หากแม้แต่ว่าท่านต้องการความช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวโปรดติดต่อเราได้ ตามช่องทางที่ท่านสะดวก เราพร้อมบริการและเป็นเกียรติที่ท่านให้ความไว้วางใจ สุดท้ายถ้าเห็นว่าบทความเรามีประโยชน์ต่อท่านและเพื่อนของท่านก็ช่วยแชร์เพื่อเป็นกำลังใจแก่ทีมงานเราด้วยนะครับ ^^

เที่ยวยุโรปฤดูไหนดี คำถามนี้ช่างคาสสิคที่นักท่องเที่ยวชอบถาม

เที่ยวยุโรปฤดูไหนดี

ยุโรปมี 4 ฤดู คุณก็ลองดูละกันว่าจะ เที่ยวยุโรปฤดูไหนดี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะแตกต่างกันตามแต่พื้นที่ เช่น ยุโรปเหนือ ในฤดูหนาวก็จะหนาวมากกว่าชาวบ้านเค้า ส่วนยุโรปใต้ ฤดูร้อนก็จะร้อนกว่าทุกภูมิภาคเป็นสัจธรรมอยู่แล้ว

มาดูกันว่าแต่ละฤดูมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง

ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิยุโรป

เป็นช่วงเวลาที่ยุโรปกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงฤดูหนาวที่หนาวจนเลยจุดเยือกแข็งกันเกือบทุกประเทศ ดอกไม้ใบหญ้าเริ่มผลิดอกออกใบ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเยือนยุโรปช่วงนี้เป็นที่สุด เพราะอากาศเย็นกำลังพอดีๆ ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป อีกทั้งเป็นช่วงที่จัดว่าสวยงามที่สุดช่วงหนึ่งเนื่องจากทุ่งดอกไม้ ได้ทยอยกันออกดอกบานสะพรั่งเต็มไปหมด

ประเทศที่น่าไปที่สุด : ยุโรปตอนกลาง เช่น เนเธอร์แลนด์ (เทศกาลดอกทิวลิป เม.ย. – พ.ค.)

ช่วงเวลา : มีนาคม – พฤษภาคม

อุณหภูมิ : 9-22 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน

ฤดูร้อนยุโรป

ป็นฤดูแห่งความอบอุ่นและการพักผ่อนของคนยุโรป ระหว่าง 3 เดือนนี้ทวีปยุโรปจะสว่างไสวไปด้วยแสงแดดอันอบอุ่นที่สุดในรอบปีคนท้องถิ่นต่างพาครอบครัวออกมาพักผ่อนท่องเที่ยวปิคนิคกันไม่ว่าจะเป็นชายหาดหรือทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่สวยงามอากาศโดยทั่วไปจะเย็นในช่วงเช้าและช่วงกลางคืนส่วนกลางวันอากาศจะร้อนอบอ้าว

ประเทศที่น่าไปที่สุด : แถบเมติเตอร์เรเนียน หรือ ยุโรปตอนกลาง เช่น ฝรั่งเศสตอนใต้ (ทุ่งลาเวนเดอร์อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มิ.ย. – ก.ค.) มอลต้ากับทะเลที่สวยงาม ตุรกีกับการขึ้นบอลลูนและวายที่รถชาติเฉพาะ

ช่วงเวลา : มิถุนายน – สิงหาคม

อุณหภูมิ : 12-30 องศาเซลเซียส

ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูใบไม้ร่วงยุโรป

อากาศก็จะยังอบอุ่นอยู่เช่นเดียวกับฤดูร้อนจนกระทั่งปลายเดือนตุลาคมอุณหภูมิจึงจะเริ่มลดต่ำลงแต่ก็ยังถือว่าเป็นฤดูกาลที่น่าเที่ยวของยุโรปอยู่ดีเนื่องจากใบไม้ตามถนนหนทางเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวสดไปเป็นเหลืองปนน้ำตาลแดงทั่วทั้งทวีป

ประเทศที่น่าไปที่สุด : นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษตอนบน เรียกว่าเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะประเทศที่มีป่าไม้เยอะ เวลาขับรถท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเหลือง สีแดง มันสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ช่วงเวลา : กันยายน – พฤศจิกายน

อุณหภูมิ : 7-18 องศาเซลเซียส

ฤดูหนาว

ฤดูหนาวยุโรป
LONDON, UK – 19TH DECEMBER 2014: A beautiful view of Tower Bridge during Christmas time in London on 19th December 2014.

ฤดูกาลอันหนาวเย็นและทรมานมากสำหรับใครที่แพ้อากาศหนาว หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบการหายใจ แต่จะว่าไปยุโรปทางเหนือ แม้จะมีหิมะปกคลุมหนา ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรีย นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปสัมผัสกับหิมะ และอากาศหนาว รวมทั้งวิวทิวทัศน์ ที่แปลกตาไปจากประเทศแถบเอเชียอยู่ดี

ประเทศที่น่าไปที่สุด : นอร์เวย์ไอซ์แลนด์สวิตเซอร์แลนด์ฝรั่งเศสและอังกฤษตอนบน

ช่วงเวลา : ธันวาคม – กุมภาพันธ์

อุณหภูมิ : 5-15 องศาเซลเซียส

ทัวร์ยุโรปแบบส่วนตัวหลังจากอ่านบทความนี้แล้วก็คงจะพอได้คำตอบว่า เที่ยวยุโรปฤดูไหนดี แม้จะไม่มีรายละเอียดมากมาย ไว้บทความหน้าๆ จะนำเสนอเจาะลึกแต่ละฤดูให้ได้เป็นข้อมูลในการท่องเที่ยวกันต่อไปนะครับ

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ (Meguro-gawa Night Life) ย่านแม่น้ำแห่งซะกุระในโตเกียว

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ

นอกจากจะมีแม่น้ำที่มีกลีบดอกซากุระจนเป็นพรหมในยามซากุระบานแล้ว ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ ก็สนุกสนานมีกลิ่นอายของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รวมทั้งยังมีร้านรวงเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดังกล่าวและประกอบไปด้วยอาคารที่มีความลงตัวและเกิดความสมดุลย์ระหว่างการวางแผนเมืองที่ยุ่งเหยิงและเขตที่อยู่อาศัยที่เงียบสงบทางตอนใต้ของชิบูย่า

ทำให้ย่านนี้ไม่จำเป็นต้องรอช่วงซากุระบานเพียงอย่างเดียวจึงจะคึกคลื้น แต่ด้วยความมีสเน่ห์ดังกล่าวมาในรูปแบบร้านเหล้า (Izagaya) ที่เก่าแก่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นมีเหตุผลหลักอะไร

เหตุผล 2 เหตุหลักที่ทำให้ย่านนี้คนนิยมมาท่องราตรีกันคือ

  1. การวางตำแหน่งของต้นไม้ทำให้กิ่งก้านยื่นไปเหนือน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดพรมของซากุระที่เห็นในรูปในหลายๆสื่อนั่นเอง แสงสว่างในเวลากลางคืนได้รับการจัดวางอย่างชาญฉลาด ในช่วงสิบวันช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นตั้งแต่ประมาณสามสิบปีที่ผ่านมา Nakameguro ได้กลายเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของเทศกาลชมดอกซากุระ (sakura matsuri) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นเดือนเมษายน เป็นเวลาประมาณสิบวัน เมื่อค่ำคืนมาถึงการเดินไม่กี่ร้อยเมตรทั้งสองฝั่งของแม่น้ำจะมีแสงสะท้อนบนต้นไม้ประมาณ 800 ต้น ซึ่งยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าชมทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาตินับไม่ถ้วน
  2. เหล่าคู่รักหรือเพื่อนฝูงที่ชื่นชอบวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ เพียงเพื่อให้มีช่วงเวลาที่ดีกับคนที่เค้ารักและภาพถ่ายที่สวยงามในเมกุโระ (Meguro) หนึ่งในวัฒนธรรมแนวใหม่ของคนรุ่นใหม่ คือการดื่มแชมเปญแชมเปญ หรือ Martini ในขณะที่นั่งชมดอกซากุระ และกลีบดอกที่โปรบปราย สนนราคาก็พอสมควร แชมเปญ 1 แก้ว ตกราวๆ 600 เยน และร้านอิซากายะตามที่กล่าวข้างต้นก็ไม่ยอมที่จะลดละความมีสเน่ห์ในการดึงดูดผู้คนที่เดินชมบรรยากาศที่อยู่นอกร้านเลย

ตัวอย่างร้านที่น่าสนใจในย่านนี้

Another 8

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ @Another 8 แห่งเป็นบาร์เบียร์แนวสมัยใหม่และบาร์สาเกที่อยู่ทางตอนใต้สุดของ Meguro ซึ่งเพิ่งเปิดใหม่ในเดือนเมษายนของปีพ. . 2560 ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับเลือกชิมคาร์ฟเบียร์ได้อย่างอิสระ และกลิ่นอายแนวโอเพนท์แอร์แบบสบาย ๆ สามารถเลือกนั่งชิลได้ทั้งภายในและภายนอก

เปิด : พุธจันทร์

เวลา : 5 ทุ่มตี 1

1-2-18 Shimomeguro, Meguro-ku Tokyo, Japan

MARZAC 7

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ @ Marzac7Marzac 7 อยู่ห่างจากสถานี Naka-Meguro เพียงไม่กี่นาทีซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Meguro บาร์ไวน์อันอบอุ่นสบาย ๆ นี้ไม่โดดเด่นนักและมีบรรยากาศแบบเรียบง่ายให้บริการอาหารสไตล์ตะวันตก เช่น พาสต้าและสลัดพร้อมไวน์ชั้นยอด

เปิด : เสาร์อาทิตย์

เวลา : 6 ทุ่มตี 2

1-14-5 Kamimeguro, Meguro-ku Tokyo, Japan

CABIN

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ @ Cabinเคบินเป็นบาร์หรูแบบคลาสสิกตกแต่งอย่างสวยงาม อยู่ทางใต้ของสถานี Naka-Meguro สถานที่ตั้งสะดวกมาก ความพิเศษของร้านนี้คือวิสกี้และค็อกเทลซึ่งมีความหลากหลายและน่าประทับใจ รวมทั้งมีเมนูภาษาอังกฤษ

เปิด : จันทร์เสาร์

เวลา : 1 ทุ่มเที่ยงคืน

1-10-23 Nakameguro, Meguro-ku Tokyo, Japan

BAIRD BEER TAPROOM

ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ @ Baird Beer TaproomBaird Beer Taproom เป็นบาร์ที่รู้จักกันดีสำหรับเบียร์ Baird ซึ่งมีให้เลือกมากมาย เป้าหมายของร้านคือการเฉลิมฉลองเบียร์ไม่ใช่เพื่อดึงดูดฝูงชน ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการไปลองทำอะไรที่คาดเดาไม่ได้เล็กน้อย (แผลงๆ) Baird Beer ได้รับการตั้งชื่อให้เป็นหนึ่งในสิบ บริษัท เบียร์ชั้นเยี่ยมในญี่ปุ่นโดย Nikkei ในปี 2015

เปิด : ทุกวัน

เวลา : 4 โมงเย็นเที่ยงคืน

2-1-3 Kamimeguro, Meguro-ku Tokyo, Japan

แม้จะเป็นพื้นที่ๆ ไม่มี เธค และ ผับ แต่ก็จัดว่าเป็นที่ที่น่าไป ใช้ชีวิตกลางคืนของคุณอย่างคุ้มค่า และการได้มาใช้ ชีวิตกลางคืนในเมกุโระ นี้ไม่ผิดหวังแน่ เป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่ต้องการมีความสนุกสนานที่จะไปนากาเมกุโระ ตั้งแต่เช้าแล้วกลับอย่างรวดเร็ว ผู้คนหลายร้อยคนที่เคยมาจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะต้องกลับมาอีกแน่นอน

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

ชีวิตกลางคืนในนัมบะ (Namba Night Life) ย่านบันเทิงของหัวเมืองใหญ่ทางใต้ของญี่ปุ่น

ชีวิตกลางคืนในนัมบะ

Namba (มินามิ) เป็นเขตที่อยู่ทางตอนใต้ของโอซาก้าและถือว่าเป็นเมืองที่มีพลวัตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้า ซึ่งมีเมือง Umeda (Kita) ในภาคเหนือ ถนนทางการค้าหลักที่เรียกว่า Dotonbori เป็นจุดที่มีร้านค้าจำนวนมากและร้านอาหารยอดนิยมที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวยามค่ำคืน ชีวิตกลางคืนในนัมบะ ก็มีสเน่ห์ที่ชวนลองไม่น้อย

Namba Nightlife

การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของเขตนี้ยังเป็นหนึ่งในเขตที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองโดยเฉพาะกับสัญลักษณ์ของนักวิ่งมาราธอน Glico บนป้ายขนาดใหญ่เหนือคลอง Dotonbori Namba มีการจำลอง Camden Town ในลอนดอน มีทุกอย่างควรจะมี มีแม้แต่ตึกระฟ้าที่มีล้อใหญ่ๆเป็นสัญลักษณ์

ในเว็บไซต์ประสบการณ์โดยตรงซึ่งไม่มีตัวกรองใด ๆ ถ้าเทียบกับโตเกียวที่มีแหล่งที่เที่ยวกลางคืนมากมายเรียงรายกัน แต่ที่โอซาก้าดูเหมือนจะดิบและเถื่อนมากกว่าอย่างมาก! เป็นเรื่องง่ายที่จะทำความคุ้นเคยกับความสะดวกสบายของญี่ปุ่นเส้นสายที่รออยู่อย่างเรียบร้อยมีความสุภาพความดีงามทุกอย่างที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่นในสายตาคนภายนอก เหล่านี้ล้วนใช้ไม่ได้กับย่านนี้ของโอซาก้า อยากให้มาลองสัมผัสกับ ชีวิตกลางคืนในนัมบะ ดูซักครั้งเที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

Dotonbori ขนานไปกับคลอง eponym ซึ่งเป็นถนนที่มีร้านอาหารมากมาย ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของทุกร้านประเภท ซึ่งมีมากมายทำให้ชื่อเสียงของย่านเป็นที่รู้จักและมีผู้คนมากมายแวะมาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้ เพื่อความบันเทิง อย่าพลาดที่จะลิ้มลองทาโคะยะกิพิเศษของย่านนี้ และไปเยี่ยมชมร้านขายของที่ระลึกเฉพาะของเด็ก ใกล้กันคุณจะพบร้านค้าเฉพาะสำหรับการช้อปปิ้งของสุภาพบุรุษ และอุปกรณ์ที่ใช้ด้านกามามีแสดงให้เห็นเป็นสิ่งล่อใจ! แฟชั่นรองเท้ากระเป๋าอุปกรณ์เสริมและอื่น ๆ อีกมากมายกำลังรอคุณอยู่ในร้านค้าเหล่านี้

ไม่ไกลจากที่นั่น Amerikamura ย่านช้อปปิ้งมักจะถูกเปรียบเทียบกับ Harajuku ของโตเกียวอยู่ตลอด เรียกง่ายๆว่า การมาที่โอซาก้าแล้วไม่มาย่านนัมบะนี้ ถือว่าผิด กันเลยทีเดียว

ตัวอย่างสถานบันเทิงที่ทำให้ ชีวิตกลางคืนในนัมบะ คุณสนุกสนานขึ้น

Balabushka

Balabsushka เป็นที่นิยมกับกลุ่มใหญ่ของบุคคลที่มีชีวิตชีวาและมีชีวิตชีวาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันเสาร์ พวกเขามีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นที่ Balabushka ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่คลับใน Amerikamura อย่างไรก็ตามอย่ากังวลว่าคุณจะไปด้วยตัวคุณเองเพราะบรรยากาศที่เป็นมิตรจะช่วยให้คุณได้พบปะผู้คนใหม่ ๆ มากมาย บาร์ให้บริการเครื่องดื่มหลากหลายตั้งแต่ค็อกเทลไปจนถึงวิสกี้และเบียร์ คุณสามารถสั่งอาหารว่างได้เช่นกันถ้าคุณรู้สึกหงุดหงิด

4F Mittera Kaikan, 5-9-2 Nishishinsaibashi, Chuo-ku, Osaka, Japan, +81 662 135 056

ลิตเติ้ลลองบีช

เจ้าของร้าน Little Long Beach, Chad Bunch กล่าวว่า “ภารกิจของบาร์นี้คือการทำให้ผู้คนมีภูมิหลังที่แตกต่างกันและส่งเสริมการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้วยมิตรภาพ” ที่ Little Long Beach คุณจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากลานขนาดใหญ่ที่ปล่อยออกมา กลิ่นอายแคลิฟอร์เนียตอนใต้ พวกเขายังมีทีวีจอแบนขนาดใหญ่เพื่อเป็นสถานที่ที่ดีในการจับกีฬาล่าสุด เครื่องดื่มมีราคาสมเหตุสมผลและคุณสามารถคาดหวังว่าจะได้รับอาหารอเมริกันสไตล์หลากหลายชนิดตั้งแต่พิซซ่าจนถึง nachos

1-1-10 Nanbanaka, Naniwa-ku, Osaka, Japan, +81 666 352 332

Hub British Pub

ฮับเป็นบ้านของคุณห่างจากบ้าน หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มนานาชนิดปลาและมันฝรั่งทอดที่ยอดเยี่ยมและเครื่องดื่มค็อกเทลชั้นดีจากนั้น The Hub ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณ คาดหวังให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามากในช่วง Happy Hour ทุกวัน เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการชมการออกอากาศกีฬาล่าสุดและรวมทั้งพบปะผู้คนใหม่ ๆ ฮับมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่สามารถทำให้แออัดได้

2F Across Building, 2-6-14 Shinsaibashisuji, Chuo-ku, Osaka, Japan, +81 662 118 286

ChicaIchi

บาร์นี้บรรยากาศสบาย ๆ ซ่อนตัวอยู่ใต้ทางด่วนบาร์บีคิวเต็มไปด้วยผู้คนและมักเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นสำหรับผู้มาใหม่ ChicaIchi เป็นที่รู้จักในฐานะบาร์ gaijin เพื่อให้คุณสามารถคาดหวังว่าจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและบาร์เทนเดอร์ที่พูดภาษาอังกฤษและพนักงาน พนักงานมีความสนุกสนานในการแชทด้วยดังนั้นคุณจะได้รับการประกันเป็นช่วงเวลาที่ดีหากคุณอยู่ด้วยตัวคุณเองหรือในกลุ่ม หนึ่งในคุณสมบัติที่ดีที่สุดของบาร์คือเครื่องดื่มทุกชนิดรวมถึงเครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารทั้งหมดมีราคาเพียง 200 เยน

2-8-71 Nanbanaka, Naniwa-ku, Osaka, Japan, +81 666 440 451

รถนำเที่ยวญี่ปุ่น

 

LOVE Hotels Nightlife ความรักและเพศ กับ ชีวิตกลางคืนในญี่ปุ่น

Love Hotels Japan

Love Hotels เป็นหนึ่งในความสร้างสรรค์ที่น่าขบขันและน่าทึ่งของชาวญี่ปุ่น โรงแรมแบบนี้ไม่มีอยู่ในประเทศตะวันตก และดูเหมือนว่าคนญี่ปุ่นไม่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนักแม้แต่ในละครของพวกเขา ถูกจัดกลุ่มไว้ภายใต้คำว่า Loves Hotels ที่พักสำหรับคู่รักซึ่งสามารถจองห้องพักได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง (‘Rest’) หรือทั้งคืน (’Stay’) เป็นอีกสถานที่หนึ่งสามารถทำให้หนุ่มสาวที่รักกันมาทำกิจกรรมของพวกเขาอย่างเงียบ ๆ กับแฟนหรือผู้หญิง ที่นี่เหมาะสำหรับคู่รักหนุ่มสาวที่ยังคงอยู่กับพ่อแม่ในบ้านที่มีกำแพงหนาในเรื่องเพศ

การเช่าห้อง: ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

Love Hotels Rate

‘Rest’ หรือkyûkei มักใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 ชั่วโมง หลังจากเวลา 10:00 . อัตราการค่าเข้าพักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3,000 ถึง 5,000 ¥ ถ้า ทั้งคืนจะถูกเรียกเก็บเงินระหว่าง 7,000 ถึง 15,000 ¥ (แพงน่าดู) โปรดทราบว่านอกจากนี้ยังมีห้องพักที่ถูกกว่า แต่จะถูกจองเต็มเกือบหมดเพื่อใช้ในการค้าประเวณี หรือในภาพยนตร์โป๊เปลือยเปล่าของแก๊งยากูซ่า

อุปกรณ์ในโรงแรมที่ชอบ

อุปกรณ์ใน Love Hotels ที่ชอบ

ห้องพักที่โรงแรมมักมีลักษณะตกแต่งในแนวต่างๆ เป็นธีม นี่คือสิ่งที่แตกต่างจากโรงแรมแบบดั้งเดิม (หรือที่เรียกว่าโรงแรมม่านรูด’) และโรงแรมแคปซูล คุณสามารถค้นหาโรงแรมในเครือที่มีธีมมากมายได้ เช่น มีตุ๊กตา Hello Kitty ที่มีชีวิตชีวาบนเตียงบรรยากาศแบบโกติก (Gotic) หรือ แนวคริสต์มาส (ซึ่งมีความหมายแฝงโรแมนติกในญี่ปุ่น), Walt Disney แรงบันดาลใจ, 60s, 70s, วีรบุรุษจินตนาการญี่ปุ่นมีจินตนาการไม่จำกัด!

การตกแต่งภายในห้องของ Love Hotels

ห้องพักทุกห้องมีห้องน้ำและอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับเรื่องกามมารมณ์ มาจากทีวีแอลซีดีขนาดใหญ่ (พร้อมช่องหนังโป๊ดีวีดีหรือคาราโอเกะ) ตู้เย็นและไมโครเวฟ แต่ก็ยังสามารถเป็นเก้าอี้นวด อุปกรณ์เซ็ก และแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ถุงยางอนามัย แน่นอนบุหรี่หรือเครื่องแต่งกายสำหรับคอสเพลย์ ขึ้นอยู่กับห้องและงบประมาณของคุณในอุปกรณ์เพิ่มเติม นอกจากนี้คุณยังสามารถเช่ากล้องเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์ได้ด้วย อะไรจะขนาดน้าน… !

แหล่งที่มี Love Hotels

ในโตเกียวมีโรงแรมรัก (Love Hotel) หลายพันแห่ง พวกเขาส่วนใหญ่พบในละแวกใกล้เคียง เช่น Dogenzaka ใน Shibuya ในชินจูกุหรือ Ikebukuro โรงแรมดังกล่าวมักจะตั้งอยู่ในเขตชานเมืองหรือใกล้ทางหลวง ในโรงแรมมีพนักงานมีจำนวนจำกัด และทุกอย่างจัดขึ้นเพื่อไม่ให้เห็นหน้าลูกค้าผู้มาใช้บริการโดยตรง หากไม่มีแผนกต้อนรับส่วนหน้าทุกอย่างจะเป็นแบบอัตโนมัติและคู่รักเลือกห้องพักของตนบนหน้าจอสำหรับห้องที่ยังว่างอยู่ ในคืนวันศุกร์และวันเสาร์จะมีเฉพาะห้องที่ไม่พึงประสงค์เท่านั้น แนะนำให้จองหรือเลี่ยงการใช้บริการ

การจอง Love Hotel ปัจจุบันมีให้จองในเว็บจองโรงแรมทั่วไป เช่น booking.com หรือ Hotels.com แต่ราคาแพงกว่าการ Walk in ค่อนข้างเยอะยังไงก็ลองหาข้อมูลเทียบกันดูละกันครับเพื่อราคาและคุณภาพที่สมเหตุสมผล

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว