วากาชิ ขนมญี่ปุ่น ที่คุณอาจจะหลงรัก

วากาชิ

แต่ละประเทศก็จะมีของหวานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจดจำได้หากลองชิมสักครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าพูดถึงประเทศไทยก็คงจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง หรือฝอยทอง ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคโบราณ เรียกได้ว่าเป็นของหวานที่ห้ามพลาดเลยจริงๆ  แล้วถ้านึกถึงของหวานจากประเทศญี่ปุ่น คุณจะนึกถึงอะไรกันคะ? นึกถึง วากาชิ กันบ้างหรือเปล่า

和菓子 / Wagashi ขนมอบญี่ปุ่น ถือเป็นขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม  แสดงถึงการผสมผสานศิลปะความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว คำว่า “wa” มีความหมายว่า “เกี่ยวกับญี่ปุ่น” และ “gashi” มีความหมายว่า “การแต่งขนมหวาน” เมื่อทั้งสองคำรวมกันจึงมีความหมายโดยนัยว่า ขนมหวานของญี่ปุ่น และแสดงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นผ่านออกมาจากวากาชิได้อย่างดีเยี่ยม


ความละเอียดอ่อนสุดละมุนของ วากาชิ


วากาชิจะใช้วัตถุดิบหลักเป็นถั่วแดงและแป้ง หากได้ชิมคงได้รับรสชาติของวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ เพราะขนมหวานส่วนใหญ่มักใช้ความหวานจากน้ำตาล ต่างจากวากาชิที่ใช้ถั่วแดง ถั่วขาว เจลาตินผัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ากวากาชิจะมีรสชาติที่กลมกล่อม นอกจากนั้น รูปร่างที่คลับคล้ายกับดอกไม้ หรือใบไม้ ก็ยิ่งสร้างความรู้สึกที่ว่า วากาชิมีส่วนผสมของธรรมชาติอยู่แทบทั้งสิ้น

วากาชิ
ขอบคุณรูปภาพจาก icookibakeishoot.blogspot.com
  • โดรายากิ

แค่ชื่อก็สุดแสนจะคุ้นหูแล้วสำหรับ “โดรายากิ” วากาชิที่โดราเอม่อนชื่นชอบสุดๆ ไม่ว่าจะเด็กตัวเล็ก หรือคนสูงอายุ โดรายากิก็เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกช่วงวัย โดรายากิเป็นแป้งแพนเค้กเล็กๆ สองชิ้นประกบคู่กัน มีไส้ถั่วแดงเป็นส่วนผสม ชื่อของโดรายากิก็มาจากรูปร้างที่คล้ายๆ ฆ้องญี่ปุ่น

วากาชิ

  • โมจิ

ขนมที่ทำมาจากข้าวเหนียวที่ถูกโขลกหรือบดให้กลายเป็นแผ่น หรือทุบให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้านำไปย่างไฟก็จะได้กลิ่นหอมกรุ่น หรือกินกับซุปถั่วแดง ซึ่งขนมโมจิจะเห็นได้บ่อยๆ ในช่วงเทศกาลสุดพิเศษ เช่น วันขึ้นปีใหม่ของญี่ปุ่น นอกจากนี้ แป้งโมจิยังเป็นส่วนหนึ่งของไดฟุกุอีกด้วย

วากาชิ

  • ไดฟุกุ

ถ้าจะบอกว่าไดฟุกุถือกำเนิดมาจากแป้งโมจิก็คงไม่ผิดนัก ในขณะที่โขลกข้าวเหนียวให้เป็นแผ่น ระหว่างนั้นก็หยิบไส้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วแดง หรือผลไม้ตามฤดูกาลแล้วห่อด้วยแป้งโมจิอีกทีหนึ่ง ขนมไดฟุกุมักจะมีสีสันที่สดใส เช่น ขาว ชมพู หรือเขียว ซึ่งไดฟุกุที่ขึ้นชื่อก็คงหนีไม่พ้น ไดฟุกุไส้สตอเบอรี่สด นั่นเอง (ว่าแล้วก็อยากจองตั๋วไปญี่ปุ่นซะเลย)

วากาชิ

  • ดังโงะ

ขนมที่ถูกปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ หลากสีสัน เอกลักษณ์เฉพาะตัวคือความเหนียวที่ต้องเคี้ยวสักหน่อย มีวัตถุดิบมาจากแป้งข้าวเจ้า เสียบไม้แล้วนำไปย่าง (ก็จะได้ความหอมของแป้ง) หรือต้ม หลังจากนั้นก็นำมาราดซอสหวานๆ เช่น ซอสถั่วแดง เสิร์ฟพร้อมชาเขียวเป็นอะไรที่คงจะฟินมากๆ

วากาชิ

  • โมนากะ

เวเฟอร์ที่ทำจากข้าวเหนียวสองชิ้นประกบกันเป็นแซนวิส และมีไส้ถั่วแดงข้างใน รูปร่างของโมนากะจะเป็นไปตามรูปทรงของดอกไม้ เช่น ดอกพลัม เบญจมาศ หรือพิมพ์ขึ้นตามเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นที่ทำขึ้น แท้จริงแล้วมาโนกะจะมีไส้ถั่วแดงและเรียกว่า “อันโกะ” แต่พักหลังๆ ก็ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยมีไส้ไอศรีมบ้าง หรือขนมสอดไส้อื่นๆ ก็จะถูกเรียกว่า โมนากะด้วยกันทั้งสิ้น

วากาชิ

  • มันจู

ขนมเค้กชิ้นเล็กๆ ที่ถูกทำมาจากแป้งมันเทศ ไส้ของมันจูมีทั้งถั่วแดง หรือเกาลัด มักจะถูกนึ่งหรืออบ รูปทรงก่อนจะนึ่งหรืออบของมันจูนั้นจะเป็นก้อนกลมๆ ชิ้นเล็กๆ แต่หลังจากอบเสร็จแล้ว บางคนก็จะตกแต่งรูปทรงให้ดูแปลกตาออกไป เช่น ใบเมเปิ้ล หรือแม้แต่กระต่ายตัวเล็กๆ ก็ไม่พลาดที่จะกลายเป็นขนมมันจู

ขนมญี่ปุ่นที่กล่าวมาข้างต้นก็จะมีรูปร่างหลากหลายชนิด แต่ทุกประเภทล้วนเป็นขนมโบราณที่มีมานานแล้ว และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่วัตถุดิบที่พอเจอได้บ่อยๆ ก็คือ “ถั่วแดง” ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น อย่าพลาดกินขนมญี่ปุ่นเลยเชียว คุณอาจจะหลงรักก็ได้นะคะ 😀

                                                                                                                                   Source : https://gurunavi.com

Hidden Places in Japan ไปค้นหาที่เที่ยวที่แอบซ่อนไว้ในญี่ปุ่นกัน

Hidden Places in Japan

ญี่ปุ่น เป็นประเทศจุดหมายปลายทาง และประเทศในฝันของนักท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะซื้อหนังสือไกด์บุ๊ค หรือดูเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวก่อนไปเที่ยวกัน จริงไหม

แต่ไกด์บุ๊กและเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวนั้น มักจะแนะนำแต่สถานที่เดิมๆ เหมือนๆ กันไปหมด หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ฮอตฮิตอยู่ ณ ขณะนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ไปแต่ที่เดิมๆ จนเบื่อแล้ว

วันนี้ rabbit finance จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นอกเหนือจากแลนด์มาร์คของประเทศญี่ปุ่นมาแนะนำกัน แต่จะมีอะไรบ้างนั้นต้องเลื่อนลงไปอ่านกันเลย กับ 7 Hidden Places in Japan


7 Hidden Places in Japan  ที่เที่ยวที่แอบซ่อนใน ญี่ปุ่น

Kibune

1. คิบูเนะ (Kibune), จังหวัด Kyoto, ภูมิภาค Kansai  

คิบูเนะ เป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต ซึ่งเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านความงดงามตามธรรมชาติ ที่ผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น อีกทั้ง ยังมีศาลเจ้าคิบูเนะที่คนเลื่อมใสศรัทธาตั้งอยู่อีกด้วย โดยตามตำนาน เทพเจ้าได้เดินทางจากเมืองโอซาก้าโดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาทางเหนือของเกียวโต และมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ หรือ เรือสีเหลือง


Akame 48 Falls
cc : zekkeijapan.com

2. น้ำตก 48 แห่งที่อากาเมะ (Akame 48 Falls), จังหวัด Mie, ภูมิภาค Kansai 

ที่อากาเมะ มีน้ำตกมากกว่า 48 แห่งตามเส้นทางในป่าเขา โดยมีอยู่ 5 แห่งที่มีชื่อเสียง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีรูปร่างและขนาดที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมได้ทุกฤดูกาล แต่ที่สวยที่สุดจะเป็นฤดูร้อนที่มีน้ำมากและผืนป่าเขียวขจี หรือฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม


Aoshima-Cat Island
cc : theatlantic.com

3. เกาะแมวเอโอชิม่า (Aoshima-Cat Island), จังหวัด Ehime, ภูมิภาค Shikoku

เกาะเอโอชิม่า เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลของจังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) แต่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในนามของ เกาะแมว เพราะมีแมวอยู่บนเกาะมากกว่าคนถึง 6 เท่า ทำให้มีเหล่าทาสแมวทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวที่เกาะนี้กันอย่างมากมาย


Wakkanai Port North Breakwater Dome
cc : 14degrees.org

4. เขื่อนกั้นน้ำทะเล (Wakkanai Port North Breakwater Dome), ภูมิภาค Hokkaido 

เขื่อนกั้นน้ำทะเล ที่อยู่เกือบเหนือสุดของเกาะฮอกไกโด สร้างขึ้นเพื่อป้องกันคลื่นลมแรงให้กับสถานีรถไฟ แต่ในปัจจุบันไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว ซึ่งเขื่อนแห่งนี้มีรูปร่างที่แปลกตามาก เพราะมีลักษณะเป็นทรงโค้งคล้ายกับท้องเรือ มีความยาวทั้งหมดเกือบ 450 เมตร โดยมีเสาสไตล์โรมันอยู่ 70 ต้น หากมองเผินๆ ก็ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าอยู่ประเทศญี่ปุ่น


Oya Stone Museum

5. พิพิธภัณฑ์หินโอยะ (Oya Stone Museum), จังหวัด Tochigi, ภูมิภาค Kantō 

พิพิธภัณฑ์หินโอยะ มีบรรยากาศภายในเหมือนกับอยู่ในพีรามิดของประเทศอียิปต์ โดยพิพิธภัณฑ์หินแห่งนี้สร้างจากเหมืองหินเก่าที่จังหวัดกุนมะ ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนที่จะมีการใช้งานคอนกรีตกันอย่างแพร่หลาย และว่ากันว่าในปีค.ศ. 1970 เหมืองแห่งนี้มีการขุดหินออกมามากถึง 9 แสนตันเลยทีเดียว

แต่ในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณท์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา การทำเหมืองหิน และใช้เป็นที่จัดแสดงต่างๆ โดยภายในจะมีอุณภูมิเท่ากัน คือ ประมาณ 8 องศาตลอดทั้งปี


Ryusendo Cave
cc : allabout-japan.com

6. ถ้ำริวเซนโดะ (Ryusendo Cave), จังหวัด Iwate, ภูมิภาค Tōhoku 

ถ้ำริวเซนโดะ เป็น 1 ใน 3 ถ้ำหินงอกหินย้อยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยภายในถ้ำมีขนาดใหญ่ถึง 5 กิโลเมตร แต่ได้รับการสำรวจไปเพียง 3.6 กิโลเมตรเท่านั้น และจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแค่เพียง 700 เมตร


Fukiware Falls
cc : aroundjapan.net

7. น้ำตกฟุกิวาเร (Fukiware Falls), จังหวัด Gunma, ภูมิภาค Kantō

น้ำตกฟุกิวาเร เป็นหนึ่งในน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยแปลกตาที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยน้ำตกแห่งนี้จะมีความสูง 7 เมตร กว้าง 30 เมตร มีลักษณะเหมือนกับแผ่นหินแตกร้าวเป็นช่องให้น้ำไหลตกลงไป ซึ่งช่วงเวลาที่คนนิยมมาชมกันมากที่สุด คือ ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆ ชอบที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าเอ่ย หากเพื่อนๆ นักเดินทางชอบที่ไหนเป็นพิเศษ ก็ปักหมุดพร้อมออกเดินทางไปปักแลนด์มาร์คคกันเลย

เที่ยวญี่ปุ่นแบบส่วนตัว

7 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่น ก่อน Let’s Go to Japan

เรื่องต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่น” ดินแดนอาทิตย์อุทัย ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผู้คนมีระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และผลไม้สดหวานฉ่ำ ทำให้ใครต่อใครอยากที่จะไปสัมผัส อ๊ะๆ แต่ก่อนจะเดินทางไปต่างแดนอย่าง ญี่ปุ่น ทั้งที ในฐานะนักท่องเที่ยวก็ควรที่จะรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติที่คนญี่ปุ่นเขาทำกันด้วยนะ จะได้ไม่หน้าแตกหรือสร้างความอับอายให้ตนเอง ว่าแต่งานนี้ข้อปฏิบัติที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ใครไม่อยากพลาด เลื่อนลงไปอ่านได้ที่ข้างล่างนี้เลยค่ะ!

 

7 เรื่องต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่น

7 เรื่องต้องรู้ก่อนเดินทางไป ญี่ปุ่น ป้องกันหน้าร้าวไม่รู้ตัว

1. ของหายแต่ได้คืน เป็นเรื่องปกติ

สำหรับเรื่องความซื่อสัตย์ของคนญี่ปุ่น rabbit finance ขอบอกเลยค่ะว่า แน่นอนจริงๆ เพราะต่อให้คุณลืมของอะไรเอาไว้ หรือทำสิ่งของสำคัญตกพื้นไป เชื่อหรือไม่คะว่า เดินกลับมาอีกครั้งของเหล่านั้นก็ยังอยู่ แต่ถ้าเดินกลับไปแล้วไม่พบสิ่งของของคุณ เราขอบอกเลยค่ะว่าอย่าเพิ่งตกอกตกใจกันไป เพราะตามสนามบิน หรือสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นเขามีแผนก Lost and Found อยู่ ใครของหายก็ไปตามได้ที่นั่นเลย

2. ทิปอะไรไม่ต้องให้ บริการด้วยใจล้วนๆ

เมื่อคุณไปถึงญี่ปุ่นบอกเลยค่ะว่าสิ่งแรกที่คุณจะได้รับจากคนในประเทศนั้นเลยก็คือ Service Mind เจอแบบนี้ไปเป็นใครก็ประทับใจ มือไม้อ่อนอยากให้ทิปกันใช่ไหมละคะ แต่… เดี๋ยวก่อนค่ะ อย่าเพิ่งไปเผลอให้ทิปกับพนักงานเหล่านั้นเชียวนะคะ เพราะที่ญี่ปุ่นเขาไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปกันค่ะ เนื่องจากพนักงานให้บริการในประเทศญี่ปุ่นทุกคนเขาได้รับการอบรมให้บริการผู้ที่ใช้บริการด้วยความเต็มใจ ไม่หวังเงินรางวัลใดนั่นเอง

3. ญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมลุกให้นั่ง

การที่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมลุกให้นั่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลยค่ะ เนื่องจากคนญี่ปุ่นเขาถูกสอนมาให้หลีกเลี่ยงการรบกวนผู้อื่นถ้าไม่จำเป็น ดังนั้นการไม่สละที่นั่งจึงไม่ถือเป็นเรื่องแล้งน้ำใจหรือไร้มารยาท อีกทั้งในรถไฟของญี่ปุ่นเองก็มีการจัดที่นั่งพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยอยู่แล้ว ซึ่งผู้โดยสารทั่วไปมักจะไม่เลือกนั่งที่นั่งนี้ สำหรับในกรณีของเด็กนั้นยิ่งไม่จำเป็นต้องสละที่นั่งเลยค่ะ เพราะว่าชาวญี่ปุ่นเขาถือว่าการทำแบบนี้ช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกฝนการช่วยเหลือตนเอง

4. ประตูรถแท็กซี่เปิด-ปิดอัตโนมัติ

นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นเชื่อเรื่องผู้คนมีระเบียบวินัย อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และผลไม้สดหวานฉ่ำแล้ว ก็มีอยู่อีกอย่างหนึ่งนะที่ rabbit finance ไม่ได้พูดถึง นั่นก็คือเรื่องเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง มาถึงดินแดนเทคโนโลยีสุดล้ำแล้วทั้งที จะมีเหรอรถแท็กซี่ธรรมดา เพราะประตูรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นเขาสามารถเปิดปิดได้อัตโนมัติค่ะ ดังนั้นใครที่จะมาญี่ปุ่นแล้วลองใช้บริการรถแท็กซี่ของที่นี่เราขอบอกให้คุณยืนห่างจากแท็กซี่หน่อย จะได้ไม่โดนประตูรถกระแทกตอนเปิดออก

เรื่องต้องรู้ก่อนไปญี่ปุ่น

5. ต่อแถวให้เป็น ไปที่ไหนต้องทำได้

เมื่อคุณมาถึงญี่ปุ่นสิ่งแรกที่ต้องฝึกไว้ให้ชินเลยก็คือ การเข้าแถว ไม่ว่าคุณจะไปขึ้นลงรถไฟ ขึ้นลงรถประจำทาง ซื้อของ เข้าห้องน้ำ หรือรับประทานอาหารก็ตามแต่ ทุกสถานการณ์จะต้องมีการเข้าแถวมาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อคุณเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วก็อย่าลืมเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามด้วยการเข้าแถวกันด้วยละ จะได้ไม่ต้องหน้าแตกที่ญี่ปุ่นกัน

6. งดใช้เสียงระหว่างใช้บริการขนส่งสาธารณะ

สำหรับข้อนี้ ถือได้ว่าเป็นกฎกติกาทางสังคมของคนญี่ปุ่นอันดับต้นๆ รองจากการเข้าแถวเลยก็ว่าได้ เนื่องจากบางคนเมื่อใช้บริการด้วยยานพาหนะสาธารณะอย่างรถไฟ รถเมล์แล้ว พวกเขาอาจจะต้องการพักผ่อนเงียบๆ หรือใช้สมาธิเพื่อตริตรองเรื่องราวต่างๆ

นอกจากการงดใช้เสียงบนยานพาหนะสาธารณะแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำบนนั้นเลยก็คือการแต่งหน้าค่ะ เพราะคนญี่ปุ่นเขาถือว่ารถไฟไม่ใช่บ้าน หรือห้องน้ำที่จะแต่งหน้าทาปากโดยไม่สนใจใครได้ รู้แบบนี้แล้วก็อย่าไปเผลอทำอะไรไม่ถูก ไม่ควรบนยานพาหนะสาธารณะกันละ

7. คันโตเดินชิดซ้าย คันไซเดินชิดขวา

เนื่องจากคนญี่ปุ่นนั้นมีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดวัฒนธรรมการยืนชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพื่อหลีกทางให้กับผู้ที่มีธุระด่วน ซึ่งข้อปฎิบัติการใช้บันไดและบันไดเลื่อนนั้นสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่น ดังนี้

  • แถบภูมิภาคคันโต

โดยแถบภูมิภาคคันโต อาทิ โตเกียว กุนมะ อิบาระกิ ไซตามะ คานากาวะนั้น ระหว่างขึ้นลงบันไดหรือบันไดเลื่อน เพื่อนๆ ควรยืนชิดซ้าย แต่หากรีบก็ให้เดินขึ้นลงทางขวามือ

  • แถบภูมิภาคคันไซ

โดยแถบภูมิภาคคันไซ อาทิ โอซาก้า เกียวโต นาระ จะต้องเปลี่บนมายืนชิดขวา และเดินขึ้นลงในช่องซ้ายมือกรณีรีบด่วน

และนี่ก็คือ 7 เรื่องต้องรู้ที่ rabbit finance คัดมาแล้วว่าเพื่อนๆ ต้องทราบก่อนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียวนะที่เราต้องศึกษากฎระเบียบของบ้านเขา เมื่อเราดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอื่นๆ เราก็ควรที่จะศึกษากฎระเบียบบ้านเขาด้วย ท่องเอาไว้ค่ะว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม”